แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 133 คน ให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาทของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจไม่เข้าข่าย “ฉุกเฉินเร่งด่วนจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ แต่คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถหยุดยั้งความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการกู้เงินสี่แสนล้านบาทมาแจกพี่น้องประชาชนโครงการไทยช่วยไทยพลัสแจกเงินช่วยค่าครองชีพ 4,000 บาท ให้ประชาชน 43.2 ล้านคน จึงยังใส่เกียร์ห้าเดินหน้าสุดซอยเริ่มคิกออฟวันจันทร์หน้า (25 พ.ค.) เปิดลงทะเบียนรับเงินแจกฟรีช่วยค่า ครองชีพเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนคาดว่าจะมีประชาชนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป แห่ลงทะเบียนรับสิทธิ์มากถึง 30 ล้านคนเงื่อนไขคือประชาชนจ่ายเอง 40 เปอร์เซ็นต์รัฐบาลร่วมจ่ายสมทบให้อีก 60 เปอร์เซ็นต์!!เฉพาะกลุ่มแรก รัฐบาลต้องกู้เงินฉุกเฉินมาแจกฟรี 1.2 แสนล้านบาทโดยประมาณส่วน “กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน” ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ให้ลำบากลำบนกระทรวงการคลังจะโอนเงินเพิ่มอีก 700 บาท ไหลเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติตั้งแต่งวดเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนสำหรับกลุ่มหลัง รัฐบาลต้องใช้เงินกู้อีก 5.2 หมื่นล้านบาทสรุปว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลต้องกู้เงินด่วนฉุกเฉิน 176,000 ล้านบาท เพื่อแจกประชาชนกว่า 42 ล้านคน ในเวลา 4 เดือน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่รัฐบาลกู้เงินมาแจกแบบเทกระจาดโดยไม่คัดแยกใครเป็นคนจน? ใครเป็นคนรวย?ไม่มีการคัดกรองว่าใครเดือดร้อนจริง? ใครไม่เดือดร้อนจริง?จะถือ “เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่??และรัฐบาลใช้เงิน (ที่กู้มา) เฉพาะกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินจำเป็นอย่างแท้จริงหรือไม่??นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐ ธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้ชัดเจนเพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อยุติ และมีผลผูกพันทุกองค์กร“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่รัฐบาลกู้เงินฉุกเฉินไปเพิ่มเบี้ยยังชีพกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน เป็นเงิน 700 บาทต่อคนต่อเดือนประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่ติดใจแต่การที่รัฐบาลลักไก่เอาเงินกู้ฉุกเฉิน 18,800 ล้านบาท ไปอัดฉีดเบี้ยยังชีพผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาทต่อคนต่อเดือนประเด็นนี้อาจผิดวัตถุประสงค์ในการออก พ.ร.ก.กู้เงินเร่งด่วนตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญเพราะงบที่เป็นรายจ่ายประจำของรัฐบาลกับเงินกู้ฉุกเฉินนอกงบประมาณไม่สามารถเอามาขยำเป็นก้อนเดียวกันนี่จึงเป็น “ประเด็นซ้อนประเด็น” ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้กระจ่างแจ้งทุกแง่ทุกมุมแต่...ไม่ว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร??โครงการไทยช่วยไทยพลัส...ยังต้องเดินหน้าต่อไปหยุดไม่ได้! เบรกไม่ไหว! ซะแล้ว ละโยม!!"แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม