“อนุทิน” ถก ครม.ยันรัฐบาลพร้อมแจงศาล รธน. ย้ำความจำเป็นเร่งด่วนต้องกู้เงิน 4 แสนล้าน มาประคับประคองช่วยเหลือค่าครองชีพและเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน กระทบทุกครัวเรือน มอบ “ปกรณ์” ประสาน ป.ป.ช.ลุยล้าง ทุจริต ได้ฤกษ์นำทีม สส.ภท.ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรธน.ม.256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เปิดประตูจัดทำรธน.ฉบับใหม่ “นิกร” โอ่พิมพ์เขียวร่างของ ภท.แฟร์ที่สุด ให้มี ส.ส.ร. 100 คน หั่นเสียง สว.เหลือ 1 ใน 4 โหวตเห็นชอบ รธน. “โสภณ” ไม่กังวลรื้อรธน.จุดไฟขัดแย้ง “พริษฐ์” จับตาความเป็นกลางของประธานสภาฯ สกัดตั้ง กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ “ไหม” หยัน รบ.พลิก 180 องศา ตั้งกรรมการต้านโกง รักษาหน้าผู้นำพลั้งปาก “เฮ้ง” หัวร้อนฉุนสื่อจี้ถาม สินบนกรมควบคุมมลพิษ เดินชนไหล่ ลั่น “มึงรู้จัก กูน้อยไป” สุดท้ายกลับลำโร่ไหว้ขอโทษที่ประชุม ครม.รับทราบกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องฝ่ายค้านยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยรัฐบาลจะมีหนังสือชี้แจงกลับไปเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ยืนยันเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนของการกู้เงิน เพื่อนำมาประคับประคองช่วยเหลือค่าครองชีพ และเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานนายกฯถก ครม.พร้อมแจง พ.ร.ก.กู้เงินฯเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มี รมต.ลาประชุม 3 คน ได้แก่ 1.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สาธารณสุข 2.นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ต่อมา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ในที่ประชุม ครม.เลขาธิการ ครม.รายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญมีจดหมายมาให้รัฐบาลชี้แจงความจำเป็นความเร่งด่วนการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลพร้อม สถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลไม่ทำอะไรเลยประชาชนทั้งประเทศคงเดือดร้อน มันมีเหตุผลใช้กรอบเงินกู้ประคับประคองค่าครองชีพ และเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน รัฐบาลใช้เงินไม่ใช่ไม่มีเป้าหมาย แต่ดูแลคนเดือดร้อนจริงๆ ไม่ว่าโครงการ 60/40 เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เกษตรกรประสบภาวะต้นทุนสูงและเสี่ยงภาวะเอลนีโญ จะอธิบายให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้าใจความจำเป็นกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างไร ประชาชนได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน ต่างจากปัญหาเศรษฐกิจในรัฐบาลก่อนๆที่กู้เงินจากการส่งออกไม่ได้ สถาบันการเงินล้ม ครั้งนี้กระทบทุกครัวเรือน มีเหตุผลชี้แจงต่อศาลให้เร็วที่สุดน่าจะภายในสัปดาห์นี้มอบ “ปกรณ์” ประสาน ป.ป.ช.ล้างทุจริตน.ส.รัชดากล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปราบปรามการทุจริต นายกฯได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ประสานกับสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายหลัก และการปราบปรามสแกมเมอร์ การปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชัน มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก และ ครม.มีมติเห็นชอบปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการระดับชาติ เตรียมการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีผู้เข้าร่วมประชุมระดับโลกกว่า 1.5 หมื่นคน 190 ประเทศ และอนุมัติให้วันที่ 16 ต.ค.69 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่ กทม.และให้ หน่วยราชการพื้นที่ กทม.เวิร์กฟรอมโฮม 3 วัน ในวันที่ 12 ต.ค. วันที่ 14 ต.ค.และวันที่ 15 ต.ค. ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา ภาค เอกชนในพื้นที่โดยรอบจัดการประชุมให้พิจารณาตามความเหมาะสม“เฮ้ง” โต้สินบนกรมควบคุมมลพิษก่อนหน้านี้เวลา 09.50 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความโปร่งใสการปฏิบัติราชการภาครัฐ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ระบุกรม ควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด อันดับ 1 ว่า โพลทำได้ แต่ถ้ามีผลกระทบทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเสียขวัญกำลังใจ โดยไม่มีข้อมูลหลักฐาน ถามว่าจ่ายเพื่ออะไร ทุจริตแล้วได้อะไร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวต้องปกป้อง มี 9 กรมเหมือนมีลูก 9 คน รู้นิสัยลูกเป็นอย่างไร การลงโทษต้องมีหลักฐานถึงดำเนินคดีทางกฎหมายได้ ส่วนกรณีกรมควบคุมมลพิษได้ให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ชี้แจงและมอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปบริหารจัดการให้สังคมเคลียร์และประสาน กกร.นำข้อมูลมาชี้แจง เอาหลักฐานมาดู ถ้าผิดต้องลงโทษ เอาออกให้หมดไม่ว่าใครทำผิดฉุนสื่อจี้ถามชักสีหน้าไม่พอใจผู้สื่อข่าวคนเดิมตั้งคำถามต่อ รมว.ทส.อีกหลายคำถาม แต่ รมว.ทส.ตอบคล้ายเดิมถึงสิ่งที่อธิบดีได้ชี้แจงไปแล้ว ทุกกรมต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรี ในฐานะนักบริหารต้องปกป้องลูกน้องก่อน ทำให้ผู้สื่อข่าว คนเดิมบี้ถามว่า การปกป้องลูกน้องก่อนแสดงว่าไม่ใช่นักบริหาร มันต้องตรวจสอบ รมว.ทส.ตอบว่า ปลัด ทส.ตรวจสอบแล้ว ผู้สื่อข่าวระบุว่า ปัญหาอยู่ที่ ท่าทีของ รมว.ทส.ที่ไม่เห็นด้วยกับโพล เหมือนไม่รับกระบวนการตรวจสอบ นายสุชาติตอบว่า ถ้ารู้ว่าหน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานวิชาการ ให้คุณให้โทษใครไม่ได้ การชี้แจงมันหมายความว่าเราทำผิดหรือ จากนั้นผู้สื่อข่าวรายเดิมยังถามต่ออีกหลายคำถามในสิ่งที่ รมว.ทส.ไม่เห็นด้วยกับโพล ไม่ยอมรับการตรวจสอบ และไม่ตรวจสอบในประเด็นที่เกิดขึ้นและได้ถามย้ำสรุปว่า รมว.ทส.ไม่ได้ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายสุชาติชักสีหน้าไม่พอใจ ชี้มือไปที่คนถามว่า “ผมโทร.ไปถามพี่พจน์ (นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย) ตั้งแต่วันแรก ให้เอาหลักฐานมา ถามว่าจริงหรือไม่ ผมเป็นคนชัดเจน คนอย่างผมไม่มีถอย” ให้ปลัด ทส.เรียก กกร.ให้เอาหลักฐานมาในวันที่ 19 พ.ค.เดินชนไหล่มึงรู้จักกูน้อยไปก่อนขอโทษผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จ รมว.ทส.มีสีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจ จึงเดินแหวกวงสัมภาษณ์ตรงไปชนไหล่ผู้สื่อข่าวคนตั้งคำถาม ทำให้ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวรายนั้นพูดว่า “เดินชนกันอย่างนี้เลยเหรอ” ทำให้นายสุชาติหันมาพูดว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” ต่อมาเวลา 11.40 น. นายสุชาติได้ให้ทีมงานประสานติดต่อมายังนักข่าวคนดังกล่าว เพื่อขอโทษพูดคุยทำความเข้าใจ ก่อนนายสุชาติจะเดินออกจากห้องระหว่างประชุม ครม.มาที่ห้องสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ ตรงเข้ายกมือไหว้ขอโทษระบุว่า “ขอโทษครับพี่” ก่อนจับมือนั่งลงเคลียร์ใจกับคู่กรณี นายสุชาติกล่าวว่า “ผมขอโทษ สิ่งที่พี่แนะนำน้อมรับไว้ ต้องขอโทษอีกครั้ง เพราะมองกันคนละมุม ขอโทษที่พูดไม่ดีกับพี่ เราลูกผู้ชายต้องขอโทษ ขอให้ถือว่าผมเป็นน้องของพี่ ขอให้อภัยให้ผมก็แล้วกัน” นักข่าวจึงตอบว่า “ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องขอโทษ ไม่ติดใจอะไร ตอนแรกนึกว่า รมต.จะเดินมาคุย เพราะทุกครั้งหลังสัมภาษณ์ในวงก็ออกมาคุยกันได้ อยากให้ รมต.อย่าไปติดใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ” ทั้งนี้นายสุชาติยังยกมือไหว้ขอโทษสื่อมวลชนในห้องอีกครั้ง และทิ้งท้ายว่า “ขอบคุณพี่ๆที่ให้คำแนะนำ ยอมรับว่าเราทำงานอยู่ มาเจอเรื่องนี้เราก็เฟลเหมือนกัน ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น ก่อนยกมือไหว้อีกครั้ง และจับมือกับนักข่าวคนดังกล่าวก่อนกลับขึ้นไปประชุม ครม.“ไชยชนก” ลั่นไม่กังวลปมเขากระโดงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.ออกจากตำแหน่งเนื่องจากมองว่ามีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และผิดจริยธรรม ร้ายแรงกรณีไม่ดำเนินการเรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า ไม่กังวล ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อถามว่ามองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่าเป็นไปได้ แต่ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการกฎหมายอยู่แล้ว เดี๋ยวรอดูว่าจะเป็นอย่างไร ตนไม่กังวลเพราะมีเอกสารสิทธิทุกอย่าง ยืนยันในสิทธิ์ตน อยู่ในกระบวนการทางกฎหมายมาสักระยะหนึ่งแล้ว เลยไม่แน่ใจว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างไร“สุริยะ” ถอนของบกลางซื้อปุ๋ยชีวภาพนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเสนอ ครม.ของบฯกลาง 6.5 พันล้านบาท ทำโครงการปุ๋ยชีวภาพ-ชีวภัณฑ์ทดแทนปุ๋ยขาดแคลนจากการสู้รบตะวันออกกลางว่า กรมวิชาการเกษตรเสนอให้เสนอ ครม. แต่เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแจ้งปลัดกระทรวงว่าโครงการนี้อาจไม่เข้าข่ายความเร่งด่วนเป็นพิเศษเพื่อใช้งบกลาง เพื่อความรอบคอบจึงทำเรื่องถอนโครงการออกจาก ครม.ไปก่อน ไปดูทุกอย่างให้เรียบร้อย จะเปลี่ยนเป็นโครงการอื่นหรือไม่ อย่างไร ขอดูข้อสังเกตสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก่อนเพื่อความรอบคอบ แล้วค่อยพิจารณาทิศทางดำเนินการต่อไป“อนุทิน” นำทีม ภท.ยื่นร่างแก้ รธน.เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ มี สส.พรรค เข้าร่วมพร้อมเพรียง จากนั้นเวลา 16.23 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม สส.พรรคมีมติ 190 เสียง ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ภท. ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติ 21 ล้านเสียง วันที่ 20 พ.ค. ไม่เกินเวลา 10.30-11.00 น. หัวหน้าพรรค ภท.จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภามี ส.ส.ร.100 คน สว.1 ใน 4 เห็นชอบนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวว่า ร่างของพรรค ภท.มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศ 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน สัดส่วนที่จะมีการตั้งจะแบ่งเป็น มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 30 คน สำรอง 15 คน และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน มีกรอบเวลาทำงาน 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ฟัง ความคิดเห็นของประชาชนเต็มที่ หลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก สัดส่วน ส.ส.ร.เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา มีรูปแบบเดียวกับการเลือก กมธ.สามัญ คือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่ง สส. 500 คน สว. 200 คน สส.จะได้โควตาประมาณ 71 คน และ สว.ได้ 29 คน ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว.ในการเห็นชอบ รัฐธรรมนูญ ครั้งที่ผ่านมาพรรค ภท.ได้เสนอให้ 1 ใน 5 ได้ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญเพื่อประนีประนอมกับ สว. ต้องพูดคุยกันในชั้น กมธ.อีกครั้ง นอกจากนี้ ร่างของพรรค ภท.จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 เขียนไว้ชัดเจนโอ่วิธีตามแนว ภท.แฟร์ที่สุดเมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ สว.เสนอให้เขียน บทเฉพาะกาลให้คุ้มครองอำนาจ สว.จนกว่าจะครบวาระ 5 ปีต่อไป ร่างพรรค ภท.ได้พิจารณาเรื่องนี้หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ต้องพูดคุยกันในชั้น กมธ.ว่าจะเห็นอย่างไร เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกชี้นำโดยพรรค ภท.หลังพรรค ปชน.เคยกล่าวหาไว้ นายนิกรกล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนสมาชิกรัฐสภา แฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เรายึดตามหลักการนี้ เมื่อถามว่าเสียง สส.ของพรรค 192 เสียงและเสียง สว. จะทำให้การโหวต ส.ส.ร.ถูกครอบงำหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ไม่สามารถมารวมกันได้ อยู่คนละสภา ใครจะเชื่ออย่างไรก็เชื่อ เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว.ก็ของ สว. สส.ก็ของ สส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก ไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไรจะมีเพราะเราพิจารณาให้แฟร์ที่สุดแล้ว ถ้าเดินไปตามนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน เมื่อพรรค ภท.ได้ยื่นร่างต่อประธานสภาฯแล้ว การพิจารณาในวาระที่ 1 จะเริ่มต้นในการประชุมสมัยนี้หรือเดือน มิ.ย. เมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด ส.ส.ร.เสร็จสิ้นแล้ว และทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบมีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา ส.ส.ร.จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก“หนิม” รับเสียง พท.ไม่พอรอคุย ภท.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า ยอมรับว่าพรรค พท.เสียงไม่ถึงกระบวนการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้ 100 เสียง แต่พรรค พท.มี 74 เสียง แต่จุดยืน ของเราสนับสนุนสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะเดียวกัน เรื่องของประชามติยังคงอยู่ ต้องหากลไกในความร่วมมือ เพราะถ้าเสียงไม่พอ อยู่ที่ความร่วมมือในสภาฯ ว่า เราจะพูดคุยกันได้แค่ไหน และคนที่เราคุยด้วยพร้อมที่จะผลักดันตัวร่างที่เราเตรียมไว้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป เมื่อถามว่า จะคุยกับพรรค ภท.ด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ก็ต้องคุยกับพรรค ภท.ด้วย และพรรคร่วมรัฐบาลคงมีเวทีคุยกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กัน ยังเป็นเรื่องที่ใหม่อยู่และยังมีเรื่องที่ด่วนกว่านี้กธ.เน้นอำนวยความสะดวก ปชช.ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า น่าเสียดายที่รัฐสภาไม่ได้พิจารณารับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับจึงเริ่มใหม่ทั้งหมด ค่อนข้างย้อนแย้งกับผลประชามติที่ออกมา พรรคจะประชุม สส. หากเราไม่ยื่นเองจะสนับสนุนร่างฉบับที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะเน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน อะไรเป็นจุดอ่อนหรือประชาชนไม่ชอบจะพิจารณาในลำดับต้นๆ ยืนยันจะไม่แตะหมวดที่สำคัญ ส่วนบัตรเลือกตั้งได้คุยกับนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. ที่ให้ข้อเสนอรายละเอียดบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จึงจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น“โสภณ” ไม่กังวลแก้ รธน.จุดไฟขัดแย้งที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากยื่นมา สภาฯมีหน้าที่บรรจุ ส่วนจะพิจารณาช้าหรือเร็วก็อยู่ที่วิปทุกฝ่าย พร้อมเมื่อใดพิจารณาเมื่อนั้น ข้อกังวลจะมีความขัดแย้งความเห็นต่างหรือไม่ อย่าไปคิดล่วงหน้า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย บริหารความเห็นต่างให้ได้ หากเคารพความเห็นต่างได้ก็ไม่วุ่นวาย อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าอย่างนั้นเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ เมื่อถามว่าการพิจารณาต้องรอให้ทุกพรรคพร้อมก่อนหรือไม่ นายโสภณตอบว่าถ้าพร้อมคงไม่ต้องเสนอมาทุกพรรค พรรคหลักๆที่จะขับเคลื่อนได้ก็บรรจุและพิจารณา ส่วนการบรรจุวาระด่วน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ตามที่ฝ่ายค้านยื่นเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ยังไม่เห็นเรื่อง ไม่เห็นมีอะไรด่วนยกเลิกขึ้นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.–สว.นายโสภณกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) วันที่ 19 พ.ค. ที่ประชุมมีมติยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สส. สว. และกรรมาธิการ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2568 ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ลงนามอนุมัติขึ้นค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยดำเนินการ สส. สว. การอนุมัติขณะนั้นยังไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันไม่เหมาะสม ระเบียบนี้ใช้อำนาจประธานรัฐสภายกเลิกได้ จะกลับไปใช้ค่าตอบแทนเดิมที่มีอยู่ ขณะเดียวกันมติ ก.ร.ยังตั้งคณะกรรมการอิสระ มี พล.ต.อ.ประสิทธิ์ ทำดี กรรมการ ก.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิ สภาฯ เป็นประธาน ไปพิจารณาการยกเลิกหรือกำหนดจำนวนตำแหน่งผู้ช่วย ผู้ดำเนินการประจำตัว สส. สว. ที่ปฏิบัติงานได้โดยไม่เป็นภาระ ให้เวลาศึกษา 90 วันให้ทันเดือน ต.ค. เพื่อพิจารณาจะมีผู้ช่วยดำเนินงาน สส.สว. กี่คนตามความเหมาะสม รวมถึงการพิจารณาสิทธิ ประโยชน์ผู้ช่วยทำงาน สส. สว. เช่น เงินเดือนที่เหมาะสมวิปฝ่ายค้านตั้ง 3 คณะสางปมร้อนเมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้าน เป็นทางการครั้งแรกว่า มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 3 ประเด็น ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือเชิญ ป.ป.ช.มาชี้แจงกระบวนการขั้นตอนการทำงาน คณะกรรมการชุดที่ 2 ตรวจสอบการทุจริตในการเลือก สว.หรือคดีฮั้วเลือก สว. และคณะกรรมการชุดที่ 3 ตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง ต้องตรวจสอบแน่นอน แต่จะใช้กลไกอะไรบ้าง จะต้องให้แต่ละพรรคหารือกัน ขณะนี้มีหลาย พรรคที่มีความประสงค์จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เสียง สส.ของพรรคไม่เพียงพอ เช่น พรรค พท.สส.ของพรรค ปชน.119 คน หากเราจัดสรร สส.บางส่วนไปร่วมเซ็นชื่อให้กับร่างอื่นที่มีความสอดคล้องกับหลักการพรรค ปชน.เรายินดีจับตา ปธ.สภาสกัดตั้ง กมธ.สอบเงินกู้นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า พรรค ปชน.ยื่นญัตติด่วนตั้งกมธ.วิสามัญฯพิจารณาเงินกู้เข้าไปแล้ว รอการวินิจฉัยของประธานสภาฯจะบรรจุเป็นญัตติด่วนหรือไม่ รัฐบาลเริ่มใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว ดังนั้นหากประธานสภาฯไม่วินิจฉัยว่าด่วน แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่เข้าสภาฯในสัปดาห์หน้า ต้องตั้งคำถามจริงๆจังๆกับการปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาฯ ว่ามีความเป็นกลางจริงหรือไม่ หากประธานสภาฯหรือ สส.รัฐบาลใช้วิธีการพยายามสกัดกั้นการตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินนั้น จะยิ่งตอกย้ำความไม่ตรงไปตรงมาของรัฐบาลชุดนี้ หนีสภาฯพลัสตอกย้ำข้อกังวลฝ่ายค้านฉะ รบ.กลับลำ 180 องศารักษาหน้าผู้นำที่พรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เชิญ กกร.หารือ ชี้แจงไม่ฟ้อง ปิดปากภาคเอกชนว่า เป็นการกลับลำ 180 องศา แก้คำพูดนายกฯ ที่ไม่รู้พลั้งปากหรือไม่ว่า ให้เอาหลักฐานมา มิเช่นนั้นจะถูกฟ้องกลับได้ นายปกรณ์เพิ่งพบตัวแทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มาเยี่ยมประเทศไทย ตรวจระเบียบกระบวนการต่างๆคงดูไม่ดี หาก OECD ทราบว่าประเทศที่กำลังสมัครเป็นสมาชิก ใช้กฎหมายขู่ฟ้องปิดปากประชาชนที่ออกมาแฉคอร์รัปชัน แก้เกมที่นายกฯทำพลาด รัฐบาลตั้งคณะกรรมการมาประสานงานต่อต้านคอร์รัปชัน ยังเชื่อไม่ได้จะโปร่งใสจริงหรือไม่ เพราะนายกฯนั่งเป็นประธานอีกแล้ว เป็นประธานหลายโต๊ะ พอยุ่งมากๆนั่งเป็นประธานจริงๆน้อยมาก ไม่สะท้อนเอาจริงต่อต้านคอร์รัปชัน แค่รัฐบาลเอาจริงทุบโต๊ะได้มากกว่าเน้นหาคนดีมาบริหารบ้านเมือง พรรค ปชน.พร้อมร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อนตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ไม่พอใจสื่อถามเรื่อง การคอร์รัปชันในกรมควบคุมมลพิษ เข้าใจเจตนาต้องการปกป้องข้าราชการและกรมควบคุมมลพิษ แต่ท่าทีระดับรัฐมนตรีควรน้อมรับข้อวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าทำตัวเป็นศัตรูภาคเอกชนที่เปิดเผยข้อมูล สื่อมวลชนไม่ควรเจออะไรแบบนี้“ดร.โจ” ชูกรุงเทพโปร่งใส AI จับโกงเมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรค ปชน. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรค ปชน. แถลงข่าวหัวข้อ “กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง” ว่า กทม.มีงบฯกว่า 100,000 ล้านบาท หากแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่เรื้อรัง จะคืนเงินให้คนกรุงเทพฯได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท จึงขอนำเสนอวิสัยทัศน์ กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง และเปิดตัวเครื่องมือ AI ยกระดับการตรวจสอบงบฯและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน เพื่ออุดรอยรั่วนำระบบ “Bangkok Red Flag AI” เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใสตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ประกอบด้วย 1.การจัดทำคำของบฯจากฝ่ายบริหาร ต้องเสนอต่อสภาให้เป็น machine readable เพื่อส่งลง AI ให้ AI นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบได้ง่าย 2.Red Flag การล็อกสเปก ใช้ AI ตรวจหาและระบุสเปกต่างๆ ตรวจสอบว่าโครงการผิดปกติหรือไม่ 3.Red Flag ราคาแพง ใช้ AI ตรวจสอบราคา เทียบราคาสิ่งที่จัดซื้อกับฐานข้อมูลการจัดซื้อในอดีตของหน่วยงานรัฐ 4.จัดทำแค็ตตาล็อกราคา สร้างฐานข้อมูลราคาจริง ปิดช่องโหว่สืบราคากลาง 5.Red Flag TOR ให้ AI อ่าน TOR แล้ววิเคราะห์คะแนนความเสี่ยงทุจริต 6.Red Flag เครือข่ายใกล้ชิด ใช้ AI ตรวจสอบบริษัทที่เสนอราคาเข้ามาเชื่อมโยงกันหรือไม่ 7.ตรวจสอบ DNA เอกสาร ตรวจพบความผิดปกติจากไฟล์ดิจิทัลที่เอื้อต่อการทุจริต วันนี้พึ่งคนดีไม่พออีกต่อไป แต่เราต้องพึ่งระบบที่ดี ระบบที่แม้แต่ตนกับทีมบริหารพรรค ปชน.หรือผู้ว่าฯคนไหนไม่สามารถโกงได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่