9 พฤษภาคม 2026 เป็นวันที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้น 3 วัน เริ่มต้นขึ้น เพื่อความสงบเรียบร้อยในช่วงฉลองวันชัยชนะของรัสเซียเหนือนาซีเยอรมัน11 พฤษภาคม 2026 ข้อตกลงหยุดยิง 3 วันสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ12 พฤษภาคม 2026 ผมเดินทางถึงสนามบินนานาชาติโดโมเดโดโว กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งสังเกตได้ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นทันทีที่เปิดใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตซึ่งซื้อล่วงหน้ามาจากเมืองไทย ข้อความเอสเอ็มเอสในมือถือขึ้นแจ้งเตือนว่า ต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมง ในการเซตและอนุมัติระบบ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากนั้นก็ใช้งานได้ตามปกติผู้อ่านท่านที่เคารพ สถานที่พักของผมในกรุงมอสโกเป็นพื้นที่ความมั่นคงสูง บรรยากาศทั่วไปสงบ นอนพักได้อย่างสบายใจเช้ามืดของวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ผมได้ยินเสียงดังตึ้มๆ แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะไม่มีสัญญาณเตือนที่ต้องระวังตื่นเช้าขึ้นมา ผู้คนในกรุงมอสโกยังใช้ชีวิตกันตามปรกติ แต่มีข่าวจากสำนักข่าวในรัสเซียรายงานว่า เสียงดังตึ้มๆที่ได้ยิน นั่นคือเสียงของระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียที่สามารถทำลายโดรนอูเครนได้เกือบทั้งหมดผมอยู่ในเหตุการณ์ที่ฝูงโดรนพิฆาตพิสัยไกลจากอูเครนบินมาถล่มรัสเซียครั้งใหญ่สุด ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ 14 ภูมิภาคยุทธศาสตร์ของรัสเซีย รวมถึงคาบสมุทรไครเมีย น่านน้ำทะเลดำ ทะเลอาซอฟ และพื้นที่รอบกรุงมอสโกกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถทำลายโดรนระลอกแรกได้ 556 ลำ ภาพแดงฉานของดวงไฟที่กำลังเผาไหม้ที่สำนักข่าวต่างชาติรายงาน ส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด และที่ชานกรุงมอสโกมีโดรนตกใส่บ้านประชาชน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายหลังจากนั้นก็มีการโจมตีระลอกสอง ทางตอนใต้ของรัสเซียและแคว้นเบโกรอด ซึ่งรัสเซียยิงสกัดเพิ่มได้อีก 30 ลำ รวมโดรนที่อูเครนใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้ 586 ลำระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย เป็นหนึ่งในระบบที่ถูกออกแบบมาให้มีความหนาแน่น และมีเครือข่ายซับซ้อนที่สุดในโลกผมถามนายทหารที่พักในที่เดียวกัน เขาบอกว่าการที่อูเครนส่งโดรนพิสัยไกลมาโจมตี ทำให้รัสเซียได้ทดสอบเครื่องยิงสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรน ได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบ จนปัจจุบันทุกวันนี้ มีความสามารถในการสกัดกั้นได้เกือบ 100% รัสเซียใช้ระบบป้องกันภัยแบบหลายชั้น ประสานงานร่วมกัน ตั้งแต่ระยะไกลไปจนถึงระยะประชิดS–500 Prometheus (Prometey) เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซีย ประจำการเต็มรูปแบบช่วงปลาย ค.ศ.2024–2026 เพื่อปกป้องมอสโกโดยเฉพาะ มีระยะตรวจจับเรดาร์ไกลถึง 800 กิโลเมตร และยิงสกัดเป้าหมายได้ไกล 600 กิโลเมตร สามารถสกัดกั้นอาวุธความเร็วเหนือเสียง และขีปนาวุธในระดับใกล้ห้วงอวกาศได้ด้วยเวลาตอบสนองเพียง 3–4 วินาทีแกนหลักของระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกลในปัจจุบันคือ S–400 Triumph มีระยะหวังผลประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เรดาร์หลายแบนด์ในการจับเป้าหมายล่องหนและเครื่องบินรบส่วนระบบป้องกันระยะปานกลางทำหน้าที่สกัดกั้นเครื่องบินรบ ขีปนาวุธร่อน และฝูงโดรนขนาดใหญ่ก่อนเข้าถึงพื้นที่ชั้นในคือ S-300 Series และ Buk-M3 ระบบขีปนาวุธเคลื่อนที่เร็วระยะปานกลาง มีความคล่องตัวสูง ใช้ปกป้องกองพลทหารในสนามรบและพื้นที่ยุทธศาสตร์นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดเป้าหมายขนาดเล็ก เพดานบินต่ำ และเคลื่อนที่ช้าอย่าง Pantsir-S1 และ Pantsir-S2 ซึ่งบางส่วนถูกนำไปติดตั้งบนดาดฟ้าตึกกระทรวงกลาโหม และหอคอยคอนกรีตสูงรอบมอสโก เพื่อให้ได้มุมยิงโดรนบินต่ำที่ดีขึ้น รวมทั้ง Tor-M2 ระบบขีปนาวุธนำวิถีระยะสั้นที่มีความแม่นยำสูงมากในการทำลายอาวุธปล่อยนำวิถีและโดรนพิฆาตโลกในอนาคต ยุทธวิธีการรบจะใช้โดรนและขีปนาวุธเป็นหลัก ไม่ใช่เรือ รถถัง หรือส่งทหารเข้าไปรบแบบโบราณ รัสเซียมีประสบการณ์การรับมือกับโดรนอย่างโชกโชนจึงป้องกันภัยทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เหมือนระบบป้องกันภัยของอิสราเอลหรือของสหรัฐฯที่กลุ่มประเทศอาหรับใช้ พอเจอโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านเข้าไป ก็พังยับเยินอย่างที่เห็น.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม