ข้อมูลเงินอุดหนุนปี 2569 รัฐจัด สรรงบประมาณ ให้นักเรียนไทยแบบ “รายหัว” ที่พอแยกย่อยออกมา กลับ กลายเป็นเงินจำนวนน้อยที่แทบจะซื้ออะไรไม่ได้ในยุคค่าครองชีพแพง“Thairath Money” สรุปรายการค่าใช้จ่ายไว้ดังนี้...ชุดนักเรียน (ประถม) รัฐจ่ายให้ 400 บาท แต่ความจริงที่พ่อแม่ต้องแบก มีทั้งชุดนักเรียน 2-3 ชุด, ชุดพละ, ชุดลูกเสือ, รองเท้า 2-3 คู่...เกิดส่วนต่าง ต้องจ่ายเพิ่ม 1,500–3,000++ถัดมา...อุปกรณ์การเรียน รัฐจ่ายให้ 440 บาท (เทอมละ 220) แต่ความจริงที่พ่อแม่ต้องแบก สมุด, เครื่องเขียน, อุปกรณ์ศิลปะ, งานประดิษฐ์ต่างๆ เกิดส่วนต่างต้องจ่ายเพิ่ม 500-1,000++สาม...กิจกรรมผู้เรียน รัฐจ่ายให้ 547 บาท แต่ความจริงที่พ่อแม่ต้องแบก มีตั้งแต่ค่ายวิชาการ, ลูกเสือ, ทัศนศึกษา ที่มักถูกเรียกเก็บเพิ่มระหว่างเรียนค่าใช้จ่าย “ล่องหน” ที่รัฐแกล้งลืม...และแม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีประกาศห้ามเก็บค่าใช้จ่าย 22 รายการ เช่น ค่าเล่าเรียน, อินเตอร์เน็ต, ห้องสมุด แต่ในทางปฏิบัติกลับมี“ค่าใช้จ่ายแฝง” งอกออกมาเหมือนดอกเห็ด ในบางโรงเรียนเช่นกัน อาทิ ค่าแอร์...ค่าสาธารณูปโภค กลายเป็นเรื่องปกติที่โรงเรียนเรียกเก็บเพิ่ม โดย...อ้างว่าไม่อยู่ในงบอุดหนุนพื้นฐาน อีกทั้ง...ค่าจ้างครูต่างชาติ หากอยากให้ลูกได้ภาษา พ่อแม่ต้องจ่าย “ค่าบำรุงการศึกษา” เพิ่มอีกหลักหมื่น...ค่าอาหารและเดินทาง ภาระรายวันที่รัฐไม่ครอบคลุม...ค่าเรียนพิเศษ ในระบบที่เน้นการแข่งขัน คอร์สละ 2,000-15,000 บาท กลายเป็น “ไฟต์บังคับ” ที่พ่อแม่ต้องจ่ายหากไม่อยากให้ลูกหลุดขบวนนอกจากนี้แล้วก็ยังมี...ค่าเสื้อกีฬาสี ที่ต้องซื้อใหม่ทุกปี... ค่าประกันนักเรียน (รายปี)...ค่าเรียนปรับพื้นฐานความรู้... บางโรงเรียนมีการออกใบเสร็จ ค่าจ้างบุคลากรปฏิบัติงานในสถานศึกษา...ค่าสอนคอมพิวเตอร์ กรณีโรงเรียนจัดอุปกรณ์ให้นักเรียนเกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้“เรียนฟรีไม่ฟรีจริง”...เป็นอีกมิติช่องโหว่กฎหมาย ที่ต้องปิดหรือไม่? คงต้องฝาก “รัฐบาล” เป็นการบ้านอีกเรื่องอีกทั้งก่อน “เปิดเทอม” สถานการณ์กระเป๋าผู้ปกครองไม่น้อย หลายๆบ้านเสมือนตกอยู่ในสนามรบ ขาดปัจจัยสนับสนุนทั้งกำลังเงินและกำลังใจอยู่ไม่น้อยสะท้อน...วิกฤติเปิดเทอม 69 จากข่าวเผยแพร่ส่งต่อ กระเป๋าแฟบ–หนี้พุ่ง! พ่อแม่สู้ยิบตา จำนำยัน “ถังแก๊ส” ส่งลูกเรียน... จนกลายเป็นมหกรรม “เลือดยืด”...สะท้อนถึงภาวะกัดก้อนเกลือกิน ประจำปีสำหรับผู้ปกครองไทยไปเสียแล้วกับฤดูกาลเปิดเทอมปีการศึกษา 2569 ที่พ่นพิษใส่เงินในกระเป๋าอย่างหนักโดยเฉพาะปีนี้...ทุบสถิติเงินสะพัดทางการศึกษาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เฉียด 7 หมื่นล้านบาท แต่กลับเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึง “ความทุกข์” มากกว่า “ความมั่งคั่ง” เพราะเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลไปกับ “สินค้าราคาแพง” และ “หนี้สิน” ที่พอกพูน?กรณีตัวอย่างจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดชุดนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ โดย นที นิลกลัด นักข่าวพลเมือง Thai PBS พบสัญญาณอันตรายตั้งแต่วันแรกที่ร้านค้าเริ่มคึกคัก ผู้ประกอบการต่างโอดครวญว่าต้นทุนชุดนักเรียนใหม่พุ่งพรวดถึง 20% สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่กดดันไม่หยุด ร้านดังอย่าง “ชวนชม” ต้องยอมกัดฟันตรึงราคาสต๊อกเก่าเพื่อช่วยชาวบ้าน พร้อมงัดโปรโมชัน “ปักฟรี–แถมถุงเท้า” หวังประคองยอดขาย...ขณะที่ฝั่งผู้ปกครองต้องใช้กลยุทธ์ “survivor” ปรับแผนการซื้อใหม่ยกชุด จากเดิมเคยหิ้วถุงใหญ่ 3-5 ชุด ปีนี้ลดเหลือเพียงคนละ 1-2 ชุด พอประทังไปก่อน...ใครมีของเก่าสภาพดีก็นำมาปัดฝุ่นซ่อมแซมใช้ซ้ำ เพราะ งบอุดหนุนจากรัฐที่ให้มาเพียงหลักร้อย (ประถม 400 บาท/มัธยมต้น 500 บาท) สวนทางกับราคาในป้ายแท็กที่พุ่งไปหลายพันบาทอย่างสิ้นเชิงตอกย้ำข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนภาพความโหดร้ายของตัวเลข โดยประเมินว่าปีนี้มีเม็ดเงินสะพัดรวม 66,372.50 ล้านบาท สูงสุดในรอบกว่าทศวรรษเมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า...บ้านไหนเรียนอินเตอร์/EP ต้องเตรียมเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 52,660 บาท ต่อครัวเรือน...โรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ ยังต้องแบกภาระเฉลี่ยที่ 10,975 บาท...ไอทีกลายเป็นไฟต์บังคับ แท็บเล็ตและโน้ตบุ๊กกลายเป็นรายจ่าย “งอก” ที่กดดันพ่อแม่ในยุคดิจิทัลสนนราคา...เครื่องละหลักหมื่นคือรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่น่าเศร้าคือสถิติที่ระบุว่า ผู้ปกครองกว่า 27.1% มีเงินไม่พอใช้จ่าย ทางออกเดียวคือการวิ่งเข้าหาแหล่งทุน “ด่วนพิเศษ” ...“ตอนนี้ทองไม่มีเหลือแล้ว อะไรเปลี่ยนเป็นเงินได้ต้องเอามาหมด” เสียงสะท้อนจากหน้าสถานธนานุบาล ทรัพย์สินที่ถูกนำมาวางจึงลามไปถึงเครื่องมือทำกิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯและที่สะเทือนใจที่สุดคือการนำ “ถังแก๊ส” และ “ผ้าไหมมรดก” มาจำนำเพื่อแลกกับอนาคตของลูกขณะที่ชนชั้นกลางเองก็ไม่รอด หลายรายเบนเข็มสู่ธุรกิจ “รถแลกเงิน” หรือใช้บัตรเครดิตรูดปรื๊ดแล้วขอผ่อน 0% เพื่อรักษาสภาพคล่องรายเดือนให้พอรอดตายไปถึงสิ้นเดือน...บทสรุปของเปิดเทอมปี’69 คือเสียงสะท้อนที่ส่งตรงถึงรัฐบาลว่า เงินอุดหนุนที่จัดสรรให้นั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แม้จะมีโครงการเสมาช่วยลดค่าครองชีพออกมาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการปะผุชั่วคราวตราบใดที่ราคาพลังงานยังฉุดกระชาก “ค่าครองชีพ” ให้พุ่งไม่หยุด การเปิดเทอมของเด็กไทยก็คงไม่ต่างอะไรกับการ “เปิดแผล” ทางการเงินของผู้ปกครองที่นับวันจะลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเกรงว่าการศึกษาที่ว่ามั่นคง อาจจะต้องล้มละลายเพราะ “พิษเศรษฐกิจ” ในเร็ววัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม