“โสภณ” ส่งคำร้องศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านขัด รธน.หรือไม่ ปชน.ชงตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์ “ภคมน” หวด รบ.ไร้คำตอบ 2 แสนล้านก้อนที่สองเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเร่งด่วนและคุ้มค่าจริงหรือไม่ ไล่บี้ “พิพัฒน์” ทำเพื่อบ้านเมืองก่อนครอบครัวเครือญาติ สอบทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์“อภิสิทธิ์” เตือนรบ.พาชาติเสี่ยงติดหล่ม ฉะแก้วิกฤติต้องถูก ก.ม.ชอบด้วย รธน.ถูกหลักเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่ฉวยโอกาสทำโครงการหวังผลการเมือง ส่อรั่วไหลเลี่ยงสภาฯตรวจสอบ“กรณ์” ขยี้ไทยออยล์โกยกำไร 1.9 หมื่นล้าน เป็นเครื่องยืนยัน รบ.บริหารเหลว ปล่อยกักตุนน้ำมัน “อนุทิน” ชิ่งแก้ รธน.โยนรัฐสภาเริ่มต้นใหม่ โต้คลิปเสียงเอไอปั่นข่าวปลอมสั่งเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ตกไปเพราะการยุบสภา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุกระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มใหม่ที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าวดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว“อนุทิน” โยนรัฐสภาเริ่มใหม่แก้ รธน.เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีวันที่ 14 พ.ค.จะครบเวลา 60 วัน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯชุดที่แล้วให้สภาชุดใหม่ดำเนินการต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในการพิจารณาของสภาฯชุดที่ผ่านมารัฐบาลจะยืนยันหรือไม่และท่าทีของพรรค ภท.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรว่า ท่าทีของพรรค ภท.คือฟังความต้องการของประชาชน เมื่อถามว่าประชามติประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครม.จะยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่กลับไปพิจารณาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กระบวนการทุกอย่างต้อง เริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าว ดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มที่รัฐสภาชุดปัจจุบันไปผูกกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอในรัฐสภาชุดที่แล้วก็ไม่ใช่ภท.ไม่ขัดแต่ไม่แตะอธิปไตย-สถาบันเมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นที่รัฐสภาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีคำวินิจฉัยมาแล้ว รัฐสภาต้องเป็นคนทำ เมื่อถามว่ากระบวนการจะเริ่มใหม่อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐสภาจะนำเสนอ ส่วนตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า อยู่ที่รัฐสภา เมื่อถามย้ำว่าในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.จะขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราเคยพูดแล้วจะไม่แตะในบางมาตรา อาทิ มาตราที่เกี่ยวกับความเป็นอธิปไตยของไทย และหมวดเกี่ยวกับสถาบัน ส่วนที่เหลือว่ากันได้ เมื่อถามอีกว่าหากยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้วจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้เร็วกว่าหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบ“โสภณ” ส่งแล้วคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงินฯผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้ส่งคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการตรา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญลงเลขรับทางธุรการไว้แล้ว ขณะที่การพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเนื้อหาเพื่อให้บรรจุวาระสภาฯตั้งแต่ 11 พ.ค. แต่นายโสภณยังไม่สั่งบรรจุวาระ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและความเรียบร้อย จะรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนปชน.จ่อชงตั้ง กมธ.ตรวจสอบใช้เงินกู้เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรค ปชน. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงถึงกรณีพรรค ปชน.เตรียมยื่นญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วันที่ 14 พ.ค.ว่า ได้เตรียมการไว้แล้วแต่ประธานสภาฯจะบรรจุหรือไม่ ต้องติดตาม แม้วันนี้รัฐบาลยืนยันว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และจะปกป้องเงินทุกบาททุกสตางค์ที่กู้มา เอาไปใช้ประโยชน์สูงสุดกับประชาชน แต่ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้ตอบจากรัฐบาลและนายกฯว่าสุดท้ายแล้วเงินก้อนที่สองที่บอกว่าจะไปชดเชย หรือเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เร่งด่วนและคุ้มค่าจริงหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลจริงใจแค่ไหนที่จะให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบการใช้เงิน ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อใจนายกฯได้บ้างกับการใช้เงินก้อนนี้จี้ “พิพัฒน์” ทำเพื่อชาติก่อนครอบครัวน.ส.ภคมนกล่าวถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าไม่ได้มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ ที่ จ.ระนอง รองรับโครงการแลนด์บริดจ์ว่า เมื่อมีการชี้แจงจากบริษัท อาม่าก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่ขอเรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะ รมว.คมนาคม ตรวจสอบการกว้านซื้อ ส่วนขั้นตอนต่อไปจะมีการพิสูจน์กันว่าท่านมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ไม่ต้องเป็นห่วง จะตรวจสอบแน่นอน แต่วันนี้เอาเรื่องการเป็นรัฐมนตรีต้องทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อครอบครัววงศาคณาญาติ ยิ่งออกมาบอกว่าไม่เกี่ยว รีบออกตัวกลายเป็นว่าประชาชนยิ่งจับจ้องก็ช่วยไม่ได้ หลังจากนี้หากมีการตรวจสอบกันในลำดับต่อไป เป็นหน้าที่นายพิพัฒน์ต้องยืนยันความโปร่งใส แต่วันนี้สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องคือให้ท่านช่วยปกป้องประเทศชาติ ทรัพยากรของชาติ และปกป้องประชาชน ก่อนจะปกป้องเงินในกระเป๋าของครอบครัวจี้สอบทุนใหญ่กว้านซื้อที่ไม่เว้นภูเขาก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมนโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามนายพิพัฒน์ที่รีบออกตัวไม่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อที่ดินใกล้โครงการแลนด์บริดจ์ของอาม่า มารีนว่า บังเอิญเหลือเกินว่า “อาม่า” กว้านซื้อที่ สรรพนามนี้ดันไปตรงกับชื่อบริษัทน้องชายท่านคือ อาม่า มารีน ที่ให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางทะเลระหว่างประเทศ เน้นน้ำมันพืชและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ท่านเลยสะดุ้งรีบชี้แจงว่าไม่เกี่ยว ในอนาคตหาก พ.ร.บ. SEC ผ่านบังคับใช้ในภาคใต้ ต้องพิสูจน์ความโปร่งใสว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ระหว่าง รมว.คมนาคมกับภาคธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ เคยมีให้เห็นตัวอย่างช่วงวิกฤติน้ำมันที่นายทุนน้ำมันมาแก้ปัญหากักตุนน้ำมัน สุดท้ายแก้ไม่ได้ หาไอ้โม่งไม่เจอ ตอนนี้เอาขั้นแรกก่อนในฐานะ รมว.คมนาคมต้องไปตรวจเช็กกรณีมีทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน ซื้อแม้กระทั่งที่ดินไม่มีโฉนด มั่นใจว่าเอาไปเปลี่ยนเป็นโฉนดได้ รวมถึงที่บนภูเขาเอาหมด ถือเป็นข่าวน่าขำ จะเรียกร้อนตัวหรืออะไรตามแต่ แทนที่จะตรวจสอบในฐานะ รมว.คมนาคม เพื่อความโปร่งใสของประเทศ แต่กลับรีบชี้แจงเพื่อความโปร่งใสของตัวเอง จะเรียกว่าเป็นจังหวะนรกก็คงไม่ผิด“มาร์ค” เตือน รบ.พาชาติเสี่ยงติดหล่มที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินนี้ ยังมีวิธีอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่า คือ 1.ลดภาษีหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน น้ำมันดีเซลจะลดเหลือ 33 บาท/ลิตร ลดต้นตอปัญหาต้นทุนการผลิตสินค้า ใช้เงินเพียง 1 ใน 3 ของที่รัฐบาลจะกู้ ของจะถูกลง 2.การเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นน้ำมัน น้ำมันจะลดลงเหลือลิตรละ 30 บาท สร้างรายได้เข้ารัฐมากขึ้นเศรษฐกิจมั่นคงขึ้น รัฐบาลจะใช้ 2 แสนล้านบาทสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) หรือโซลาร์รูฟ จะสร้างมูลค่าเพิ่มน้อยมาก ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศหรือนำเข้าสูง 3.สนับสนุนทำน้ำมันไบโอดีเซล แบบบี 20 และบี 50 เพิ่มสัดส่วนใช้น้ำมันปาล์มผสมในไบโอดีเซล และใช้เงินลงทุนกับผู้ประกอบการยานยนต์ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับบี 20 และบี 50 จะพึ่งพาน้ำมันดีเซลน้อยลง ช่วยชาวสวนปาล์มได้มากขึ้น 4.การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณที่ค้างท่อ พอมีเม็ดเงินมาเติมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เห็นด้วยกับรัฐบาลเข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อน แต่ต้องมั่นใจว่ามีวิธีแก้ไขถูกกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถูกหลักเศรษฐศาสตร์โดยไม่กู้เงินที่สร้างความเสี่ยงต่อประเทศ เพิ่มความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจชาติ และฉวยโอกาสทำโครงการเพื่อประโยชน์และไม่ชอบ ส่อรั่วไหลหรือเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯทำ 4 ข้อนายกฯไม่ต้องไปขับรถพุ่มพวงนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลฟังพวกเราแล้วเปลี่ยนใจว่าถึงมีอำนาจกู้เงิน เพราะมีกฎหมายนี้อยู่แต่ไม่กู้ แล้วไปทำตามข้อเสนอแนะนำคือ ลดราคาน้ำมัน เก็บภาษีลาภลอย ลดราคาสินค้าให้ประชาชนโดยใช้เงินเท่าที่จำเป็นดูแลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และออก พ.ร.บ.โอนงบฯให้เรียบร้อย จะดีกับประชาชนที่เดือดร้อน เพราะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ต้องไปสร้างหนี้ให้ลูกหลานในอนาคต นายกฯไม่ต้องมาขับรถพุ่มพวง“กรณ์” ขยี้ไทยออยล์โกย 1.9 หมื่น ล.ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า บริษัทไทยออยล์ โรงกลั่นน้ำมันเพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 69 เห็นได้ชัดว่าที่เราพูดมาตลอดว่า โรงกลั่นจะมีกำไรลักษณะลาภลอยจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คือข้อผิดพลาดสำคัญของรัฐบาลที่บริหารพลาด 1.ปล่อยให้กักตุนน้ำมันก่อนสงคราม ไม่มีการตรวจสอบสต๊อกน้ำมัน พอเกิดสงครามแล้วรัฐบาลเปิดโอกาสให้บริษัทน้ำมันขายให้กับประชาชนในราคาที่ปรับสูงขึ้นหลังสงคราม 2.ค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมากที่ 16-17 บาท/ลิตร 3.ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำไรของโรงกลั่น วันนี้ชัดเจนว่าแค่ไตรมาส 1 ของปี 2569 บริษัทไทยออยล์มีกำไรถึง 19,481 ล้านบาท สูงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันหรือไตรมาส 1 ของปี 68 ถึง 4.5 เท่าหรือ 456% และสูงกว่ากำไรทั้งปีของปี 68 ประมาณ 30% นี่คือความชัดเจนว่า กำไรสูงกว่าปกติจากการขายน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น กำไรตรงนี้สะท้อนให้เห็นเหรียญอีกด้านหนึ่งคือความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องมีต้นทุนพลังงานสูงขึ้นบี้เก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่นน้ำมันนายกรณ์กล่าวว่า ที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน อ้างสาเหตุสำคัญจากปัญหาเศรษฐกิจจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น นอกเหนือจากราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้นแล้วอีก 2 สาเหตุทำให้ต้นทุนพลังงานเกินจำเป็น คือ 1.รัฐบาลไม่ได้กำกับดูแลวิธีการกำหนดราคาน้ำมัน แต่กลับตั้งคณะกรรมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธานและไปศึกษาว่ามีแนววิธีการอื่นใดหรือไม่ ที่จะกำหนดราคาน้ำมันที่เป็นธรรมมากกว่าที่ใช้อยู่ แต่วันนี้ราคาน้ำมันยังใช้สูตรเดิม คำนวณแบบเดิมอิงราคาสิงคโปร์ ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันสูงเกินควร 2.การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะลดภาระต้นทุนพลังงานง่ายมาก แต่รัฐบาลยกมาเป็นข้ออ้างออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ กลับปล่อยให้ราคาพลังงานสูงเกินควร แล้วใช้เป็นข้ออ้างกู้เงินเพิ่ม อ้างเยียวยาประชาชน ทั้งที่จริงอาจไม่จำเป็นต้องเยียวยาเลยตั้งแต่แรก หากได้ทำในสิ่งที่พรรค ปชป. แนะนำมาตลอด“ทวี” หวดรัฐบาลอุ้มกลุ่มทุนใหญ่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ชอบธรรม เอื้อกลุ่มทุนผูกขาด มีอำนาจเหนือตลาด จนสร้างความเหลื่อมล้ำที่ประชาชนต้องแบกรับเกิดจากโครงสร้างที่บิดเบี้ยว เม็ดเงินกู้ 2 แสนล้านบาทตาม พ.ร.ก.ในงวดแรกส่งถึงประชาชน ตามโครงสร้างทำให้เงินไหล่เข้าสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจที่คนตัวเล็กเสียเปรียบตั้งแต่วันแรก เพราะทุนใหญ่มีร้านค้าและร้านขายส่งในนามบริษัทเดียวกันรวมกว่า 2 หมื่นแห่ง ครองส่วนแบ่งกว่า 70% ปี 68 กลุ่มทุนค้าปลีกใหญ่มีกำไรสุทธิกว่า 2.82 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 11.30% แต่เศรษฐกิจของประเทศโตเพียง 1.6-2% เป็นการถ่ายโอนเงินจากกระเป๋าประชาชนไปสู่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เงินกู้รัฐจึงเป็นเพียงเงินผ่านมือประชาชนไหลกลับไปเป็นกำไรสะสมกลุ่มทุนในเวลาอันสั้น เป็นโครงสร้างที่คนตัวเล็กถูกทิ้งไว้ข้างหลังเสมอแขวะกลุ่มพลังงานรวยไม่ไหวแล้วโว้ยพ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาทที่อ้างไปทำพลังงานสะอาด สุดท้ายอาจเป็นแค่เปลี่ยนมือผู้ผูกขาดจากฟอสซิลไปสู่กลุ่มทุนเจ้าเดิม แทนที่กระจายสู่โซลาร์ภาคประชาชน ยังไม่นับรวมโครงสร้างพลังงานที่บิดเบือนผ่านราคาก๊าซสองมาตรฐาน โดยรัฐจัดสรรก๊าซราคาถูกจากอ่าวไทยประเคนให้ภาคปิโตรเคมี แต่ผลักภาระก๊าซนำเข้าราคาแพงให้ประชาชนแบกในบิลค่าไฟฟ้า หากหยุดเอื้อทุนใหญ่ คืนก๊าซอ่าวไทยให้ประชาชน ค่าไฟฟ้าลดลงทันที เงินหลักหมื่นล้านควรกลับสู่กระเป๋าคนไทย และที่น่าหดหู ในขณะที่ประชาชนควักเนื้อจ่ายค่าน้ำมันจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่งบการเงินไตรมาสแรกของบริษัทยักษ์ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันกลับรวยจนทนไม่ไหว กำไรสุทธิกว่า 1.94 หมื่นล้าน เทียบกับไตรมาส 4 ปี 68 ที่กำไรเพียง 2.458 ล้านบาท เท่ากับกำไรพุ่งกว่า 450% ภายใน 3 เดือน ขณะที่รัฐบาลทำไขสือแสร้งตามหาไอ้โม่งที่ฟันกำไรจากวิกฤติน้ำมัน ชี้ให้เห็นโครงสร้างพลังงานไทยกำลังป่วยขั้นรุนแรง ถึงเวลารัฐบาลต้องหันมาซ่อมถังเศรษฐกิจที่รั่วให้ประชาชนเตือนวิกฤติ ปท.ยิ่งทวีความรุนแรงพ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม แต่ในมุมมองเชิงโครงสร้างความยุติธรรมต้องมาก่อนเงินกู้รัฐบาลต้องเลิกอุดรูรั่วด้วยการสร้างหนี้ ด้วยการคุ้มครองสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รัฐต้องรักษาสัดส่วนการถือครองกิจการไฟฟ้า น้ำมัน และน้ำประปา ไว้ไม่น้อยกว่า 51% เพื่อให้รัฐยังมีอำนาจกำหนดนโยบาย ควบคุมราคา และรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และเร่งแก้ไขหรือปฏิรูปกฎหมายแข่งขันทางการค้าให้เกิดความสมดุลระหว่างการค้าเสรีกับการป้องกันการผูกขาด การฮั้วราคา การขายตัดราคา และการใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะในภาคค้าปลีก ค้าส่ง และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่กำลังควบคุม ดังนั้นประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนรอยต่อสำคัญทางประวัติศาสตร์ หากรัฐยังใช้นโยบายก่อหนี้เพื่อประคองโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมโดยไม่ปฏิรูปความเป็นธรรมเชิงโครงสร้าง วิกฤติจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาที่รัฐเลิกอุดรูรั่วด้วยเงินกู้ แล้วหันมาซ่อมด้วยการสร้างความเป็นธรรม หากไม่ทำเช่นนั้น เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ก็เป็นเพียงภาษีที่ประชาชนกู้มาเพื่อจ่ายเป็นกำไรปันผลให้กลุ่มทุนผูกขาดเท่านั้นพท.ไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.-สก.ใช้โลโก้ได้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการส่งผู้สมัครสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า พรรค พท.ชัดเจนเราไม่ได้ส่งผู้ว่าฯ กทม.มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เช่นกันไม่ได้มีมติส่งลงแข่งขันส่วน สก.เช่นกันไม่ได้ส่งผู้สมัครลงในนามพรรค แต่ขอชี้แจงว่าแม้จะประกาศว่าไม่ได้ส่งผู้สมัคร แต่มีบุคลากรของพรรคที่ทำงานกันมายาวนาน ส่งคำขอเข้ามาเพื่อขอใช้โลโก้พรรค ในนามสมาชิกพรรคจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆไป ไม่ได้ขัดข้อง แต่ถ้าถามว่าส่งทุกเขตหรือไม่ ส่งในนามพรรคหรือไม่ก็ไม่ใช่ เป็นการลงสมัครของผู้สมัครเองที่อยากทำงานในนามของพรรคต่อไป ถือเป็นการลงส่วนตัว เพียงแต่ขออนุญาตพรรคใช้โลโก้ เมื่อถามว่าที่ประชุมพรรคพูดถึงเหตุผลไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้คุยกันลักษณะนั้น แต่เราดูความพร้อม ความเหมาะสม พท.เป็นพรรคระดับประเทศ แข่งขันเวทีเลือกตั้งใหญ่เป็นหลัก มีการส่งผู้สมัครท้องถิ่นบ้างบางจังหวัด แต่ระดับล่างกว่านั้น เช่น เทศบาลไม่เคยส่งผู้สมัครเป็นทางการ“อนุทิน” โต้คลิปเสียงปลอมสั่งเปิดด่านเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงทางโซเชียลมีเดียลักษณะว่านายอนุทินจะเปิดด่านชายแดนว่า อันนั้นเป็น AI ชัดๆอยู่แล้ว ตนพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อเลย เหตุใดวิธีการจึงเริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน เชื่อถือไม่ได้เลย ไม่เคยพูด ยืนยันไม่มีเปิดด่านแน่นอน เมื่อถามว่าวันที่ 12 พ.ค. นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคีหลังไทยยกเลิก MOU44 นายอนุทินกล่าวว่า การยกเลิก MOU44 ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายยกเลิกโดยไม่ต้องขอความตกลงหรือต้องไปรายงานใคร ไปร่วมประชุมอาเซียนได้แจ้งให้นายกฯกัมพูชารับทราบแล้วและแสดงความผิดหวัง ในที่ประชุมยังยกเรื่องนี้ขึ้นมาในถ้อยแถลงของนายกฯกัมพูชายืนยันว่าจะใช้กลไกการบังคับให้มีการประนอมข้อพิพาทก่อนเข้าสู่กระบวนการอื่น (Compulsory Conciliation) รู้กันแล้วว่าคือท่าทีฝ่ายกัมพูชา ส่วนท่าทีฝ่ายไทยใช้กระบวนการตาม UNCLOS และจะเจรจารูปแบบไหน ยังไม่ได้ตั้งรูปแบบขึ้นมา เพราะประเทศไทยไม่ได้เดือดร้อนอะไรรั้วชายแดนให้งบฯแล้วไปถามกองทัพเมื่อถามว่าความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังคนไทยถูกจับกุมตัวไป นายอนุทินกล่าวว่า กำแพงชายแดนไม่ต้องถามรัฐบาล กองทัพได้รับการจัดสรรและตั้งงบฯเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลเห็นชอบและอนุมัติไปแล้ว ขั้นตอนการก่อสร้างและรูปแบบต้องไปถามกองทัพ แต่ละพื้นที่มีหน่วยงานความมั่นคงรับผิดชอบ บางที่เป็นของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุดโฆษก ภท.ซัดใช้ AI ใส่ร้ายนายกฯด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรค ภท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีมีคลิปเสียงนายอนุทินเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ประเด็นเปิดด่านภายในเดือน มิ.ย.จากการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า สร้างคลิปเสียงขึ้นมาจาก AI ทั้งหมด นี่ไม่ใช่เคสแรกหรือเคสสุดท้ายที่ทำเพื่อให้เข้าใจผิด ใส่ร้ายเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือเพื่อความสะใจส่วนตัวเพียงเพราะไม่ชื่นชอบบุคคลนั้นๆ ในโลกแห่งความสับสน ความวุ่นวาย ยังมีคนอีกหลายกลุ่มพร้อมซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยข้อมูลหลอกลวง เรียกยอดไลค์โดยขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อใดก็ตามที่เรื่องราวเกินเลยไป ผู้เสียหายมีสิทธิรักษาชื่อเสียงตามกฎหมาย บางทีการขอขมาใช้ไม่ได้กับทุกเคสเสธ.ทบ.สั่งปรับพื้นที่กันเขมรข้ามแดนพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ติดตามการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนและเข้าเยี่ยมให้กำลังใจนายอภิรักษ์ บุตรเพชร ที่บ้านพักใน อ.บ้านกรวด หลังเข้าไปหาของป่าแล้วพบกลุ่มทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธเข้ามาในพื้นที่ว่า ได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าทหารกัมพูชาอาจลักลอบเข้ามา ได้พูดกับกองกำลังว่าจะมีการปรับกำลังคุมพื้นที่ หลังจากนี้จะตรวจสอบยุทโธปกรณ์เกี่ยวกับเซ็นเซอร์หรือโดรนลาดตระเวนพื้นที่ เพื่อคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากยิ่งขึ้น ผู้บัญชาการกองกำลังในพื้นที่ได้เข้าไปพูดคุยกับทหารกัมพูชาแล้วว่าให้ระมัดระวัง และอย่ากระทำการอะไรกระทบคนไทย ส่วนกรณีนายโยชน์ สายน้อย ชาวสุรินทร์ ที่ถูกทหารกัมพูชาจับขณะเข้าไปหาของป่า กงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พยายามเร่งรัดและให้ความช่วยเหลืออยู่ ทหารในพื้นที่ได้ติดต่อไปเพื่อช่วยเหลือให้รวดเร็วที่สุด ขอเตือนชาวบ้านการออกไปหาของป่าขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ด้วยกริพเพน ทอ.ลำแรกขึ้นไลน์ผลิตแล้วพล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ในฐานะประธาน กรรมการบริหารโครงการร่วมไทย-สวีเดน ในระดับ รัฐบาล พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหา เครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 (Gripen E/F) เข้าร่วมการประชุมติดตามความก้าวหน้าของโครงการที่ Swedish Defence Materiel Admini stration (FMV) เมืองสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย ตามสัญญาการจัดซื้อ และได้ร่วมหารือกับ Ms.Eva Hagwall, FMV Deputy Director General เพื่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในอนาคตผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศไทยได้ลงนามทำสัญญาจัดหาเครื่องบินรบ Gripen E/F ระยะที่ 1 รวม 4 ลำ ภายใต้โครงการชื่อว่า “บูรพา สันติ 1” (Peace Burapha 1) เมื่อเดือน ส.ค.2568 มูลค่า 19,500 ล้านบาท ลงนามร่วมกับ FMV (องค์การ บริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน) และบริษัท Saab สวีเดน สำหรับโครงการระยะที่ 1 ดำเนินการ ในงบฯปี 68-72 มีกำหนดทยอยส่งมอบปี 72 ส่วน แผนระยะที่ 2 กำหนดไว้ในปีงบฯ 71 เพิ่มอีก 4 ลำ ตามแผนทั้งโครงการ 1 ฝูงรวม 12 ลำ เพื่อทดแทนฝูงบิน F-16-A/B ประจำการที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ขณะนี้เครื่องบิน Gripen E/F ลำแรกที่ ทอ.จัดหา ได้เข้าสู่สายการผลิตบริษัท SABB เมืองลินเชอปิงเรียบร้อยแล้วช่วยไม่ได้เกาหลีแบนคนงานไทยผิด ก.ม.อีกเรื่อง ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำแรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ทั้ง จ.อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลตลอดทั้งปี 69 ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน หากเข้าไปทำงานผิดกฎหมายต้องถูกแบน เช่นเดียวกับผู้ลักลอบเข้ามาทำงานในไทยต้องถูกแบนเช่นกัน ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย เมื่อถามว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับเพราะคุณทำผิด กฎหมายเอง” แต่ถ้าหากคุณทำถูกกฎหมายแล้วถูกกลั่นแกล้ง รัฐบาลจะเข้าไปปกป้องเต็มที่ ปลาเน่าตัวเดียว ทำให้เหม็นหมดทั้งข้อง เราต้องมีสำนึกความ รับผิดชอบด้วย เรื่องแรงงานกับท่องเที่ยวเป็นคนละ เรื่องกัน อย่าเพิ่งไปฟังคนนั้นคนนี้พูดว่าจากนี้คนไทย จะเข้าไปท่องเที่ยวเกาหลีลำบาก เพราะเกาหลีต้องการ รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทย ที่ไปใช้เงินทั้ง Shopping และเสริมสวยต่างๆ เราถือเป็นคู่ค้าสำคัญ หากมีปัญหาใดๆจะไปชี้แจงกับรัฐบาลเกาหลีเรารู้จักกันดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่