นายกฯ “อนุทิน” ยกคณะล้างมาเฟียยึดชายหาดบางเทา เกาะภูเก็ต ปล่อยเช่า หลังชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ร้องมหาดไทย พบผู้มีอิทธิพลยึดที่หลวงก่อสร้างบาร์เบียร์และร้านอาหารผิดกฎหมาย ลั่นต่อไปพวกอันธพาลหรือกุ๊ยจะมีไม่ได้ เดินหน้าทำเป็นโมเดลลุยต่อที่เชียงใหม่และเชียงรายที่เจอปัญหาแบบเดียวกันนายกฯลุยล้างมาเฟียยึดหาดภูเก็ตปล่อยเช่า เปิดเผยเวลา 10.30 น.วันที่ 10 พ.ค.ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหากรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 2 แห่งของ จ.ภูเก็ต ประกอบด้วยหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง และหาดฟรีดอม ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการรายงานข้อมูลจุดแรกนายกฯไปตรวจหาดบางเทา ต.เชิงทะเล เดิมพื้นที่แห่งนี้มีการลักลอบสร้างบาร์เบียร์และร้านอาหาร อบต.เชิงทะเล เคยรื้อถอนไปแล้ว ปัจจุบันนับตั้งแต่ปลายปี 64 กลับมีการก่อสร้างใหม่จนเต็มพื้นที่ มีการอ้างสิทธิ์ในโฉนดที่ดินบางส่วนและการยินยอมจากเจ้าของที่ดิน อบต.เชิงทะเลใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ติดคำสั่งเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดินตรวจพื้นที่ได้มีสาวใหญ่สวมเสื้อสีแดงโผเข้ากอดพร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอให้นายกฯช่วยเหลือ และดีใจที่นายกฯเดินทางมาในวันนี้ส่วนการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ชายหาดบางเทาขณะนี้มี 3 คดี ผู้ต้องหา 2 ราย ในความผิดข้อหาร่วมกันบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่และร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ จากการตรวจสอบพบมีการประกอบกิจการปล่อยเช่าห้องพัก ร้านอาหารและร้านนวดล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่ชายหาด มูลค่าความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท มีพื้นที่บุกรุกกว่า 3 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา ขณะนี้ทั้ง 3 คดีอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อมานายกฯยกเลิกภารกิจตรวจชายหาดฟรีดอม เป็นการเร่งด่วน เพื่อเดินทางไปยัง จ.ระนอง หลังได้รับรายงานจับสินค้าเถื่อนรายใหญ่ในโกดังไม่มีเลขที่ ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง อย่างไรก็ตามสำหรับชายหาดฟรีดอม เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของภูเก็ต ที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงและป่าไม้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนฯพบการบุกรุกอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและร้องทุกข์กล่าวโทษรวมทั้งสิ้น 23 คดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พบการบุกรุกเนื้อที่กว่า 57 ไร่จากทั้งหมด 24,750 ไร่นายอนุทิน เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจชายหาดบางเทาว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่หาดบางเทา หลังมีอันธพาลหรือเรียกว่ากุ๊ย พวกนี้ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล เพราะรังแกประชาชน เอาที่หลวงมาเป็นของตัวเองแล้วปล่อยให้ผู้ประกอบการเช่า เรื่องนี้รัฐบาลยอมไม่ได้ มอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย คนในพื้นที่ภาคใต้กำกับดูแลปัญหาต่างๆ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คนไม่มีสิทธิในพื้นที่แล้วไปหลอกให้คนทั่วไปทำสัญญาเช่าต้องถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่ง“วันนี้ที่มามี 2 เรื่องคือ 1.ต้องไม่มีผู้มีอิทธิพลในเมืองไทย มาเฟียมีไม่ได้ มาฟรียิ่งต้องไม่มีใหญ่เลยและ 2.คนข่มเหงผู้อ่อนแอกว่า เจ้าหน้าที่รัฐยอมไม่ได้เป็นอันขาด ทหารที่เป็นคนมาปล่อยเช่า กระดาษนั่นเป็นกระดาษเช็ดก้นไปแล้ว ไม่ใช่สัญญาเช่า ไม่มี ไม่ต้องไปจ่ายอะไรอีก และให้นำหลักฐานทั้งหมดให้นายอำเภอมอบให้ ผวจ.ภูเก็ต แจ้งความดำเนินคดี เพราะถือเป็นหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง ถ้าประชาชนไม่กล้าก็จะไม่มีหลักฐานในการดำเนินคดี เดี๋ยวกลับไปก็จะไปจัดการเรื่องนี้ ขอให้เอาหาดบางเทาเป็นแซนด์บ็อกซ์ เพราะคงไม่ได้มีปัญหาที่นี่ที่เดียวยังมีไปถึงที่เชียงใหม่เชียงราย” นายกฯกล่าวด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต รายงานผลการดำเนินงานปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 หรือคดีนอมินีรวม 15 คดี แยกเป็นธุรกิจรถเช่า 6 คดี ร้านอาหาร 5 คดี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2 คดี ธุรกิจออกแบบ 1 คดี และสถานรับเลี้ยงเด็กอีก 1 คดี ส่วนสัญชาติของผู้ต้องหารวม 33 คน เป็นชาวรัสเซียมากที่สุด 13 คน รองลงมาชาวจีน 12 คน ชาวอิสราเอล 2 คน และสัญชาติอื่นอีก 6 คนต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กล่าวหลังเดินทางไปตรวจโกดังสินค้าหนีภาษีที่ จ.ระนองว่า รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีการลักลอบจัดเก็บสินค้าหนีภาษีของชาวต่างชาติเป็นชาวเมียนมา ทหารชุดปฏิบัติภัยแทรกซ้อน ร.25 พัน.2 และชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง เข้าควบคุมสินค้าในโกดังบริษัท 168 ทรานสปอร์ต โลจิสติกส์ จำกัด เบื้องต้นตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางศุลกากร ตรวจสอบพบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ ใช้ในโรงงานและโรงแรม และเครื่องปรับอากาศแบบร้อนและแบบเย็น มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาทนายกฯกล่าวอีกว่า เมื่อมาเห็นโกดังรู้สึกตกใจ เพราะมีการกักตุนสินค้าที่เชื่อว่าไม่ได้เสียภาษี น่าจะเป็นการแจ้งเป็นสินค้าผ่านแดนไม่เกิน 30 วัน แต่ถ้าเกิน 30 วันสินค้าจะตกเป็นของแผ่นดิน เท่าที่ทราบสินค้าเหล่านี้น่าจะเกิน 30 วันแล้ว อย่างไรก็ตามเราจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการให้นำหลักฐานการเสียภาษีมาแสดง หากเสียภาษีอย่างถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่เสียภาษีคงดำเนินคดีและสืบไปถึงต้นตอว่ามีเครือข่ายอย่างไร ทราบว่าหลังจับกุมมีโทรศัพท์ลึกลับเข้ามาให้ล้มเลิกการจับกุม เพราะรู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงมีโทรศัพท์จากฝั่งพม่าเข้ามาด้วย ต้องชื่นชมผู้จับกุมที่ไม่กลัว ไม่มีความหวั่นไหว วันนี้มาอยู่ตรงนี้แล้วก็ไม่มีผู้ใหญ่ที่สูงกว่านี้มาเคลียร์ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่