นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการจะจบสงครามอิหร่านให้ได้ แต่เรื่องนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ต้องได้รับความยินยอมจากทางอิหร่านที่เป็นฝ่ายถูกกระทำก่อนสำนักข่าวเดอะ แอตแลนติก สหรัฐฯรายงานบทความไว้อย่างน่าสนใจ อ้างอิงการเปิดเผยของคณะทีมงานผู้นำสหรัฐฯที่ไม่ขอเผยชื่อ 5 คน ระบุว่า ตอนนี้นายทรัมป์ซึ่งเดิมทีก็เป็นคนที่ไม่มีความอดทนอยู่แล้ว กำลังอยู่ในสภาพเบื่อหน่ายกับสงครามที่ตัวเองเป็นคนก่อ และอยากจะไปบริหารจัดการเรื่องอื่นๆต่อ ทรัมป์ไม่อยากจะมาติดหล่มกับสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางเหมือนกับประธานา ธิบดีสหรัฐฯคนก่อน เพียงแต่คำถามที่วนเวียนอยู่ตอนนี้คือ จะจบสงครามเช่นไรในเมื่อฝ่ายตรงข้ามยอมหักไม่ยอมงอ และรัฐบาลเตหะรานมีแต่จะยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิม เหล่าที่ปรึกษาไม่เปิดเผยนามยังระบุต่อไปว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้คิดแม้แต่น้อยว่า สถานการณ์จะล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ พกความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยมว่า “อิหร่านจะเหมือนกับเวเนซุเอลา” คอยดูสิ ในโลกนี้ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งกองทัพสหรัฐฯได้ นี่คือโอกาสทองในการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านที่ไม่เคยมีผู้นำสหรัฐฯคนใดทำสำเร็จมาก่อน ทั้งยังเป็นโอกาสทองในการ “เขียนแผนที่โลกใหม่”แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้กองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลประสบความสำเร็จในการสังหารแกนนำรัฐบาลอิหร่านไปเป็นจำนวนมาก อ้างว่าทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ความมั่นคงของอิหร่านเละเทะ แต่ผลที่ตามมาคืออิหร่านได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างหนักหน่วง“ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางเศรษฐกิจโลก ถูกปิดอย่างมีประสิทธิภาพ การสู้รบติดหล่ม ตามด้วยการหยุดยิงแบบครึ่งๆกลางๆ นัดเจรจาไปหนึ่งรอบที่ปากีสถานซึ่งล้มเหลว และยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาเจรจากันได้แม้ภายนอก ต่อหน้าสาธารณชน ผู้นำทรัมป์จะดูมั่นใจพูดเสียงดัง ข่มขู่อิหร่านวันเว้นวัน ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯบดขยี้ข้าศึกได้เช่นไร แต่ภาพหลังฉากกลับอ่อนเสียงลงเพียงแต่ตอนนี้ยังมีความมั่นใจเหลืออยู่บ้าง ในเรื่องมาตรการ “ปิดล้อมอิหร่านทางทะเล” ใช้กองทัพเรือสหรัฐฯสกัดกั้นการส่งออกสินค้าและน้ำมันของอิหร่าน ว่าจะประสบความสำเร็จในการทำให้อิหร่านเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และยอมหวนกลับสู่โต๊ะการเจรจา...แต่สภาพความเป็นจริงมันใช่หรือไม่ วันนี้เนื้อที่หมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาเล่าสู่กันฟังต่อครับ.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม