ญาติร้อง “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือเด็กไทยกลับบ้านเกิด หลังถูกพระอ้างตัวเป็นประธานมูลนิธิทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดินติดต่อเด็กไปบวชเณรภาคฤดูร้อนที่มาเลเซีย เหยื่อหลงเชื่อเดินทางไป 17 คน ตำรวจมาเลย์รู้ทันจับกุมพระ 2 รูปนำเด็กมาบวชเรี่ยไรเงินเข้าข่ายค้ามนุษย์ ปล่อยตัวเด็กกลับไทยแล้ว 10 คน เหลือ 7 คนยังติดค้าง ขณะที่ “ปวีณา” เร่งประสานทางการมาเลย์ส่งตัวเด็กกลับไทยโดยเร็วญาติร้อง “ปวีณา” ช่วยเหลือลูกหลานถูกตุ๋นไปบวชสามเณร เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี ผู้ปกครอง ด.ช.อายุ 5 ขวบ ด.ช.อายุ 11 ขวบ และ ด.ช.อายุ 12 ขวบ รวม 3 ครอบครัว เดินทางมาจาก จ.ประจวบ คีรีขันธ์ และ จ.ราชบุรี เข้าร้องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือประสานทางการประเทศมาเลเซียนำตัวลูกชายกลับประเทศไทย หลังมีพระพาลูกไปบวชสามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย คาดถูกล่อลวงให้บวชเรี่ยไรเงินคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย จับกุมพระมหา อ.กับพระอีก 1 รูปจากประเทศไทยในข้อหาค้ามนุษย์ เนื่องจากนำเด็กอายุ 7-15 ปีจากประเทศไทยไปบวช สามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อออกเรี่ยไรเงิน ไม่มีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองรวมทั้งหนังสือเดินทาง จากพฤติกรรมของพระมหา อ. จะติดต่อเด็กมาจากครอบครัวยากจน ทั้งยังอ้างว่าเป็นประธานมูลนิธิทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน อ้างมีความสนิทกับพระผู้ใหญ่ระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อขอนำเด็กมาบวชเณรที่วัดไทยในประเทศมาเลเซีย แจ้งเป็นวัดสาขาของวัดดังแห่งหนึ่งในประเทศไทยด้วย จากนั้นจะพาเณรออกเรี่ยไรเงินมีรายงานว่าตำรวจรัฐเคดาห์ติดตามพฤติกรรมของพระมหา อ. มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว กระทั่งถูกจับกุมและทำพิธีสึกพระมหา อ. และพระอีก 1 รูป ในส่วนของเด็กที่ถูกหลอกไปมีรายงานว่ามีทั้งหมด 17 คนมีหนังสือเดินทางและเอกสารครบถ้วนส่งกลับมายังประเทศไทย และอยู่ในความดูแลของวัดใน อ.นาทวี จ.สงขลา 10 คน ขณะที่เด็กอีก 7 คน รวมทั้งพระมหา อ. และพระอีก 1 รูป ยังถูกกักตัวอยู่ที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการนำศาสนามาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ และเข้าข่ายการค้ามนุษย์น.ส.แอน อายุ 40 ปี แม่ของ ด.ช.อายุ 5 ขวบ 1 ในเหยื่อเปิดเผยว่า ตนไปทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ลูกชายอยู่ในความดูแลของตากับยายที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเมื่อต้นเดือน เม.ย. ยายบอกว่าพระที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ รู้จักสนิทกันจะพาลูกไปร่วมพิธีบวชเณรภาคฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซีย แต่เด็กยังไม่มีพาสปอร์ตใดๆ อีกทั้งอายุยังน้อย พระบอกว่าไม่เป็นไรสามารถเดินทางไปได้ ด้วยความไว้ใจจึงอนุญาตให้ลูกไปบวช ต่อมาวันที่ 6 เม.ย. ลูกศิษย์สำนักสงฆ์แจ้งว่าตอนนี้เด็กอยู่หน้าด่านสะเดา จ.สงขลา รอทำเอกสาร วันที่ 8 เม.ย. แจ้งว่าเด็กไม่มีหนังสือเดินทาง 7 คนถูกกักตัวที่ชายแดนฝั่งมาเลเซียมีลูกตนอยู่ด้วยรวมถึงพระสงฆ์ และคนขับรถ ส่วนผู้ติดตามถูกปล่อยกลับมาฝั่งไทยเนื่องจากมีพาสปอร์ต วันที่ 29 เม.ย. ตนติดต่อขอเข้าเยี่ยมลูกชายร่วมกับทางกงสุลไทยที่ประจำในปีนัง ลูกชายบอกว่าอยากกลับบ้าน เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน ตนฟังแล้วรู้สึกสงสารลูกมาก วอนขอให้มูลนิธิปวีณาฯช่วยเหลือประสานให้ลูกชายได้กลับมาประเทศไทยโดยเร็วด้านนายเอ อายุ 18 ปี น้าชายของ ด.ช.อายุ 11 ขวบ กล่าวว่า ตนและหลานชายเป็นเด็กวัด อาศัยเรียนอยู่ในโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 27 มี.ค. พระมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ้างว่า เป็นประธานมูลนิธิทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน จัดโครงการนำเด็กไปบวชสามเณรฤดูร้อนที่ประเทศมาเลเซียเป็นปีที่ 3 อยากจะขอเด็กไปร่วมโครงการ 10 คน หลวงพ่อที่วัดไม่อนุญาตให้ไป ระหว่างนั้นพระรูปดังกล่าวไปคุยกับเด็กๆ หลานอยากบวชมาขออนุญาตจึงให้ไป มาทราบภายหลังหลานถูกกักตัวที่ชายแดนฝั่งมาเลเซียรีบมาขอความช่วยเหลือด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เปิดเผยว่า ทำหนังสือด่วนไปถึงเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และมอบหมายให้นายไดอาน่า ฟู ที่ปรึกษามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ฝ่ายต่างประเทศ ติดต่อสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ช่วยเหลือโดยด่วน ขณะนี้มีเด็กไทย 7 คนยังอยู่ในสถานกักตัว Depot Imigresen Belantik, Sik, Kedah มาเลเซีย จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอีกทางเพื่อขอความช่วยเหลือเด็กกลับประเทศไทยโดยเร็วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่