จากภาพจำ “ส้มป่อย” สาวเหนือก๋ากั๋น สู่ผีเหนือ “ฟางคำ” ที่อยากสร้างตำนานเวอร์ชันขั้นกว่า สำหรับ น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ นางเอกสาวมากฝีมือ กลับมาพร้อมภาพยนตร์เรื่อง “สาปเมือง” จาก M Studio และ KLK Studio กำกับโดย ค็อป–อนวรรษ พรหมแจ้ อยากเป็นผีในตำนาน และภารกิจตามหารักแท้ “คนดังนั่งคุย” วีกนี้เลยชวนสาว น้ำตาล ว่าที่เจ้าสาว มาสปอยหนัง ก่อนชมกันเต็มๆ 14 พ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์ พร้อมอัปเดตแพลนแต่งงาน หลัง ไผ่ พาทิศ แฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงาน ตั้งใจแต่งปุ๊บมีลูกปั๊บเพราะอายุก็ไม่น้อยกันแล้วทั้งคู่ตัดสินใจรับเล่นหนังสาปเมือง“จริงๆสาปเมืองเป็นโปรเจกต์คุยกันมายาวนานมากตั้งแต่จบส้มป่อยจะมีโปรเจกต์หนังเหนืออีกนะ ที่เขานึกถึงเรา ที่จริงหนังมีหนังเกี่ยวกับภาคเหนือ 3 เรื่อง อาจจะเป็นเพราะตัวตนของเรามีความชัดเจนมากขึ้นเป็นคนเหนือ หลังๆมีการไลฟ์สด คนอาจจะเห็นภาพตาล, แจ็คกี้ ชาเคอลีน, พี่สไปร์ท บะบะบิ เวลามีหนังเหนือเลยนึกถึงเรา เป็นโลโก้ไปแล้ว ก่อนหน้ามีติดต่อมาเหมือนกันแต่คาแรกเตอร์ซ้ำมากๆ เราก็ไม่รับเพราะตาลอยากเล่นอะไรที่ใหม่ๆ ส้มป่อย ตัวละครผู้หญิงสาวเหนือธรรมดา เราอาจจะพักก่อนเพราะมันจะไปซ้ำกัน คล้ายๆเรื่องนั้น แต่สาปเมืองเป็นผีภาคเหนือ ซึ่งเป็นผีที่ไม่ได้น่ากลัว หนังเรื่องนี้ครบรส กับค็อป ผู้กำกับ เรารู้ทางหนีที่ไล่ เขาอยากได้แบบไหน มันตรงกับจริตของเรา” เสน่ห์ของผีฟางคำที่ตาลรู้สึกอยากเล่น“พอเราเป็นคนเหนือ เราจะเข้าใจตำนานผีเหนือมีเยอะ แต่จะเป็นสาวช้ำรัก โดนทิ้ง ฆ่าตัวตาย เป็นฟีลแบบนั้นหมด และเรื่องนี้ก็จะเป็นอะไรแบบนั้น แต่ว่าเสน่ห์ของมันเป็นผีที่หลอกคนไม่เป็น เสียสถาบันผีเพราะเป็นผีความจำเสื่อม การที่ผีเหนือ 2 ตัวมาเจอกัน ตำนานบัวตอง จะเป็นตำนานที่ขึ้นหิ้งอยู่แล้ว ตัวเราอยากเป็นตำนานแบบนั้นบ้าง เราก็มีทีมผู้ช่วย เล่นเข้าด้วยกันต้องกลั้นหัวเราะ โดยเฉพาะพี่สไปร์ท เป็นตัวทำหลุดขำมันเลยทำให้เรารู้สึกนี่แหละเสน่ห์หนังผีที่ไม่เหมือนเรื่องอื่น” เป็นผีแนวเปิ่นๆ โก๊ะกัง “ใช่ค่ะเพราะเราเป็นผีหลอกคนไม่เป็น แต่เป็นผีที่วิ่งเข้าหาคนเพราะเป็นยุคเข้าโซเชียลมากขึ้น แต่เพจเราไม่มีคนมากดไลก์เลย ไม่เหมือนเพจผี ตำนานอื่นๆที่มีคนติดตามเยอะ คือจะเป็นผีติดโซเชียล และมีจุดอ่อนอย่างนึงคือเขาเป็นคนกลัวเสียงดัง”ได้ยินว่าตัวจริงตาลก็เป็นคนกลัวเสียงดัง เสียงปะทัดจริงๆด้วย“ใช่ค่ะ เป็นลูกตำรวจที่กลัวเสียงปืน (หัวเราะ)” ลุคตาลขาลุยมากนะ “ใช่ค่ะ เป็นคนกลัวเสียงดัง กลัวเสียงลูกโป่งแตก มันเลยค่อนข้างลิงก์กับตัวฟางคำ ในเรื่องจะโดนคนจุดปะทัดใส่ อันนี้เราไม่แอ็กติ้ง เพราะเราเป็นคนกลัวอยู่แล้ว” เจอเหตุการณ์อะไรถึงทำให้เรากลัวฝังใจ“ตอนเด็กๆลงแข่งกินวิบาก ทำทุกอย่างเป็นฐานๆ แล้วเราได้เป่าแป้ง ฐานที่เป่าลูกโป่งยาวๆ ถ้ามันแตกธรรมดาก็ไม่เป็นไร แต่เพื่อนเรามีความรู้สึกทีมอื่นจะชนะอยู่แล้ว เพื่อนเอานิ้วจิกในขณะที่เราเป่าลูกโป่งอยู่เลยมันดังปั้งระเบิดใส่หน้าเรา หลังจากนั้นกลัวมาก หลอน เวลาเซอร์ไพรส์วันเกิดแล้วมีลูกโป่งตาลจะกลัว ไม่เคยเอาลูกโป่งกลับบ้านเลย” ในเรื่องจะมีฉากตาลต้องเล่นอยู่กับปะทัด สะกดจิตตัวเองยังไง “ทางทีมงานเขาค่อนข้างเซฟเราเพราะตาลบอกจุดอ่อนไปตั้งแต่แรกเรากลัวเสียงดัง เป็นข้อดีระเบิดปุ๊บเราหายตัวไป ฉะนั้น เราจะได้หายตัวไปก่อน คนที่อยู่รอบๆจะต้องเผชิญ เป็นต้องตี๋ไป จะเจอปะทัดแทน”ร่วมงานกับตี๋ บุญยเกียรติ เป็นยังไงบ้าง“วัยของตี๋ใกล้เคียงกับน้องชายของตาลเลย ทุกครั้งที่ตาลร่วมงานกับพระเอกที่มีอายุน้อยกว่า มันเป็นการชาเลนจ์เราบางอย่าง จะเจาะเข้าไปยังไงให้เคมีมันเกิด เราเคยเป็นเด็กมาก่อนที่จะต้องร่วมงานกับคนโตกว่า มันจะมีความกลัวบางอย่างที่ทำให้เราไม่กล้าเล่น กลัวไปล้ำเส้น มันเหมือนคนละเจน เราต้องกดเป็นเจนใกล้เคียงกับเขา เขาจะได้กล้าเล่นกับเรามากขึ้นแต่ความโชคดีเป็นคนเหนือ ด้วยวัฒนธรรมเป็นทิศทางเดียวกันเลยทำให้มีเรื่องราวที่สามารถคุยกันได้เยอะเหมือนคุยภาษาเดียวกัน แล้วโลเกชันจะอยู่แถวๆนั้นใกล้บ้านตี๋ ลำพูน เชียงใหม่ แม่น้องตี๋น่ารักมาก ทำขนมจีนน้ำเงี้ยวมาให้ทานรู้ว่าตาลชอบกิน เป็นถิ่นเขาจะบอกไปกินบ้าน ชื่นชมเขาในฐานะเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก ทำออกมาได้ดี” มาร่วมงานกับเอ็ม สตูดิโอ เป็นยังไงบ้าง“เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรก เหมือนได้กลับมาทำงานในกองถ่ายหนังอีกครั้งนึง หายไปจากจอ 5-6 ปี ส้มป่อย ถ่ายช่วงโควิดเลย ต้องบอกเลยส้มป่อยเป็นภาพจำของทุกคนไปภาคเหนือทุกคนจะเรียกตาลว่าส้มป่อย มันทำให้คนเห็นว่าผู้หญิงไม่ได้เป็นสาวในอุดมคติที่เป็นสาวหวานอย่างเดียว เฮี้ยว ซ่า ไม่เรียบร้อยก็ยังมี คนได้เห็นมุมมองใหม่ๆ พอกลับมาทำงานเรื่องนี้อีกครั้งยังอบอุ่นเหมือนเดิม แล้วเป็นบรรยากาศการทำงานของคนภาคเหนือด้วยกัน ยกกองถ่ายทำเชียงใหม่ ลำพูน คล้ายๆส้มป่อย มีอะไรเราสามารถคุยได้ตลอดแต่เราไม่อยากให้ภาพจำเป็นส้มป่อยปรับ คาแรกเตอร์ ให้เป็นผีที่นิ่งขึ้น แชร์ไอเดียกันได้ ทางเอ็มสตูดิโอรับฟังไม่อยากให้ดูเป็นส้มป่อย 2 แต่ให้เป็นผีฟางคำ เป็นผีตลกหน้าตายให้ความเฮฮา โหวกเหวกโวยวาย ให้เป็นเรื่องของคนรอบข้างแทน เราจะเป็นช็อตฟีลซัพพอร์ตทุกอย่าง ในเรื่องตาลจะมีฉากร้องไห้ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้า เป็นอะไรที่ยากมาก หลังกล้องเล่นซ้ำ แล้วช่วงที่ถ่ายอากาศหนาวมาก ตาลร้องไห้จนเส้นเลือดแตก เพราะต้องกรี๊ด เข้าใจได้ เป็นหนังใช้ระยะเวลาไม่เหมือนซีรีส์ ละคร เขาคอยดูแลดี รู้เกิดอะไรขึ้นกับเราจะโพรเทกเราทันทีเลย”ตอนนี้ตาล เป็นสายคอนเทนต์เต็มตัว“ด้วยความคนรอบข้างเราเป็นสายคอนเทนต์ ยูทูบเบอร์ ปีที่แล้วตาลไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กับเพื่อนมา แจ็คกี้, สไปร์ท, อินทนนท์ 3 คนนี้เราดูเขานับถือพวกเขาเลย ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงเราจะไม่ค่อยชินพูดคนเดียวต่อหน้ากล้อง แต่เราเห็นแล้วเราแบบคนเขาขยันได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ จะกินอะไรหยิบมาถ่ายเป็นคอนเทนต์ได้หมด เรารู้สึกโอเค อยากเป็นแบบนี้อยากขยันแบบเพื่อนบ้าง”เพื่อนตาลที่เอ่ยชื่อมาไม่ธรรมดาเลยสักคน “ใช่ค่ะ เป็นการเน้นการสื่อสาร ไม่เน้นการรับฟัง (หัวเราะ)” ทำให้เราต้องแอกทีฟตามพวกเขาไหม“เชื่อไหมว่าพอเราอยู่ด้วยกันจริงๆกลายเป็นวันที่อ่อม คือ เรารู้เลยเขาให้พลังในการทำงานเยอะมาก คือทุกคนคาดหวังพี่สไปร์ทจะต้องตลกตลอดเวลา แจ็คกี้เอนเนอร์จีล้น อินทนนท์ต้องพูดทั้งวันแต่พอเจอกันพูดทั้งวันจริงๆ แต่พอถึงช่วงเวลานึงมันอ่อม หยุดเลย อ่อมแก่ วันนึงฝนตกบรรยากาศเต็มใจให้เราหลับ เหมือนไปต่างประเทศเพื่อหลับ เปลี่ยนที่นอนในขณะที่เราคิด เราควรออกไปทำอะไรสักอย่างอุตส่าห์มาแล้ว ด้วยความเราไม่ได้ใช้เอนเนอร์จีเท่าเค้า สมมติไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ เขาจะมีถ่ายเก็บฟุตเทจต่างๆเราเข้าใจ แฮปปี้จอยกล้องเพียงแต่ว่าให้เราถ่ายเอง มาตัดต่อเอง เราไม่ไหว แต่เขาถ่ายๆคุยๆ แป๊บเดียวคลิปออกมาแล้ว เราตกใจเลยเก่งมาก หลังๆทุกคนพยายามเรียกทำคลิปกับพี่สไปร์ทหน่อย กับคนนั้นคนนี้เพื่อนพยายามบังคับเราอยู่ คือเราเป็นอินโทรเวิร์ตมากที่สุดในกลุ่มแล้ว จะขุดเราออกจากบ้านได้เป็นเรื่องที่ยากมาก เพื่อนยังนับถือเราในฐานะเป็นนักแสดงอยู่ ตรงๆไปสายอินฟลูฯง่ายแต่ทุกอย่างมาไวไปเร็วทำงานก็ง่ายจบแป๊บเดียว แต่หนังหรือซีรีส์จะใช้เวลาค่อนข้างนาน และเหนื่อย เราบอกไม่เป็นไร เรายังแฮปปี้และชินกับกองถ่าย คอนเทนต์ เราขยันเป็นพักๆ หายไปอยู่ในกองเหมือนเดิม”กับแต่งงานมีธีมอะไรพิเศษหรือเปล่า“ไม่มีธีมเลยค่ะ ส่วนฤกษ์รอให้ผู้ใหญ่คุยกัน ส่วนภาพในฝันของพี่ไผ่กับตาลที่คุยกัน อยากได้ริมทะเลด้วยซ้ำ หรือในสวน แต่คงเป็นไปได้ยาก แล้วหลังๆพี่ไผ่เป็นอินโทรเวิร์ต เลิกสายปาร์ตี้มานานแล้ว ถ้าให้พี่ไผ่แพลนน่าจะไม่มีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ คงนั่งกินข้าวกับเพื่อน” มีโอกาสจดทะเบียนใต้น้ำไหมเพราะชอบดำน้ำทั้งคู่ “ไม่เอาค่ะ ขนาดขอใต้น้ำยังขอก่อนอาจจะสวยไม่พอ มันจะเป็นภาพจำไปตลอดชีวิต บอกพี่ หนูไม่ได้หายใจทางเหงือก ขอไปสวยบนบกแล้วกัน (หัวเราะ)” วางแผนอนาคตชีวิตหลังแต่งงานยังไงบ้าง“งานในวงการยังทำเหมือนเดิมไม่ได้ทิ้ง เรายังโอเค แต่เรื่องมีเบบี๋คุยกันแล้วเพราะเราอายุก็ไม่น้อยแล้ว ปีนี้ตาล 35 แล้ว ตัวเขาก็ 42 แล้ว พี่ไผ่เคยบอกตาลคำนึงเราจะต้องรีบมีลูกแล้วเพราะว่าพี่อายุ 42 ถ้าเรามีลูกช้ากว่านี้ 4-5 ปี พี่จะได้เบี้ยคนชราก่อน ลูกยังไม่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยเลย เขาแค่มีความรู้สึกว่าอยากไปเที่ยวกับลูก ตัวตาลชอบเหมือนกัน เพราะพ่อแม่ตาลเรียนจบปุ๊บรับราชการเลย แต่งงานมีลูก เจนเลยไม่ต่างกันมาก แต่ตอนนี้ไม่ต้องพี่ไผ่หรอก แค่หนูร่วมงานกับน้องๆที่เข้าวงการใหม่ คำอุทาน ไม่เหมือนกันแล้ว น้องที่ดูแลตาลเด็กเดี๋ยวนี้ไม่พูดแบบนี้แล้วค่ะ โดนช็อตหลายดอกค่ะ”.เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน