เปิดชื่อ “ดาบษร” อดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ลูกพี่ “ไอ้ป๋อง” หัวโจกแก๊งทมิฬฆ่าฝังดิน 5 ศพ หลังสาวทอมเหยื่อกามออกมา แฉให้ยาบ้าไปขาย ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งข้อมูลมือถือและเส้นทางการเงินหาจุดเชื่อมโยง หากผิดจริงต้องดำเนินคดีเด็ดขาดไม่ละเว้น แม้จะเป็นอดีตตำรวจที่เกษียณไปแล้ว โฆษก ตร.แย้ม ข้อมูลชัดเจนภายใน 1-2 วัน ให้สาวทอมมาชี้ตัวยืนยัน ว่ารู้จักคนไหนบ้าง ญาติสุดเศร้ารับศพเหยื่อ 3 ศพ พ่อแม่ลูกจากสถาบันนิติเวชกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัด หลานชายเปิดใจสุดแค้นไอ้ป๋องเหี้ยมโหดเกินอภัย จี้โทษประหารชีวิตเท่านั้น ชี้ตำรวจละเลยจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่กลายเป็นเรื่องบานปลายที่สังคมต้องเฝ้าติดตามกันต่อ หลังจาก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สาวทอมที่เคยตกเป็นเหยื่อกามนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี เดนนรกหัวโจกแก๊งทมิฬก่อคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 5 ศพ สองพี่น้องชาวรัสเซียกับครอบครัวพ่อแม่ลูก ฝังดินริมถนนมอเตอร์ เวย์สายใหม่ (กรุงเทพฯ-มาบตาพุด) กม.ที่ 139 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกนายป๋องล่อลวงกักขังหน่วงเหนี่ยวและล่วงละเมิดทางเพศเป็นเวลารวม 4 เดือน เมื่อ 8 ปีก่อน ออกมาแฉผ่านรายการโหนกระแสว่า นายป๋องมีลูกพี่เป็นตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ให้ยาบ้าไปขาย จน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงด่วน หากมีมูลให้ดำเนินการเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญาเชิญเหยื่อไอ้ป๋องไปสอบปากคำความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจบรายการโหนกระแสในช่วงเย็นวันที่ 3 ส.ค. ตำรวจชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้รับตัว น.ส.บี ไปสอบปากคำคดีที่ถูกนายป๋องกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทำชำเรา ลักทรัพย์ และข่มขู่ เหตุเกิดเมื่อปี 2561 ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ใช้เวลานานกว่า 4 ชม. กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. น.ส.บีออกจากห้องสอบสวนโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆต่อสื่อมวลชนแล้วเดินขึ้นรถตู้กลับออกจากโรงพักไปทันทีรวมสำนวนส่งต่อ สภ.ห้วยใหญ่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เผยว่า ประเด็น หลักๆในการสอบปากคำครั้งนี้ เน้นไปที่พฤติกรรมที่ถูกนายป๋องทำร้ายร่างกายวันที่เกิดเหตุ เวลาที่เกิด และสถานที่เกิดเหตุ พยายามสอบปากคำเน้นในรายละเอียด เช่น เหตุเกิดเวลาใด สถานที่เกิดเหตุเกิดขึ้นที่ไหน และถูกกระทำด้วยเรื่องอะไรบ้าง พร้อม เล่าไทม์ไลน์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่อ้างว่า หลังนายป๋องพ้นโทษยังคงติดตามและข่มขู่ผู้เสียหายเรื่อยมา เจ้าตัวได้ให้รายละเอียดอย่างครบถ้วน และย้ำว่าที่ปล่อยให้เหตุล่วงเลยมานานกว่า 7 ปี เพราะในขณะนั้นถูกข่มขู่จนไม่กล้าแจ้งความ ทั้งนายป๋องยังอ้างว่า มีความสนิทสนมกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่สถานีตำรวจท้องที่ ดังนั้นหน้าที่ของ สน.ทองหล่อ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการสอบปากคำเพื่อให้ผู้เสียหาย มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และมีความสบายใจ หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้นจะรวบรวมสำนวนส่งต่อให้ สภ.ห้วยใหญ่ ท้องที่เกิดเหตุเป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายป๋อง ในข้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อไปผวจ.—ผบก.ยกระดับป้องกันเหตุที่โรงแรมดีลักซ์ฟอเรสต์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ร่วมประชุมมอบนโยบายและกำชับการปฏิบัติหน้าที่แก่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเปิดชื่อ “ดาบษร” อดีต ตร.เกษียณพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า นายป๋องเป็นนิ้วตำรวจ เคยรับยาเสพติดจากตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ไปขายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบตามข้อสั่งการของ ผบช.ภ.2 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งการตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์มือถือของนายป๋อง) พยานหลักฐานทางดิจิทัล เส้นทางการเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับตำรวจที่มีรายชื่อหรือถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน หากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้นหรือให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม ยืนยันจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการ ยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายของจังหวัดชลบุรี ซึ่งในขณะนี้นายตำรวจดังกล่าวที่ถูกพาดพิง ทราบชื่อเพียง “ดาบษร” เป็นอดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เกษียณอายุราชการไปแล้วผบ.ตร.จี้หาตัวตำรวจลูกพี่ไอ้ป๋องที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์กรณีตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับนายป๋อง ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ดูรายการที่มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ สั่งการทันทีให้ ผกก.สน.ทองหล่อ ไปอำนวยความสะดวกรับคำร้องทุกข์จากผู้ที่ให้ข้อมูลและถูกกระทำด้วย พยานยืนยันว่าระบุตัวบุคคลได้ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นใคร เบื้องต้นได้คุยกับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ให้ตรวจสอบที่ สภ.ห้วยใหญ่ ทราบว่า ย้อนหลังจากคำให้การประมาณ 10 ปี คือช่วงปี 56-59 อยู่ระหว่างพิจารณาดูว่าบุคคลนั้นคือใคร ตอนนี้ได้ข้อมูลจากพยานว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องโดยระบุว่าเป็นนิ้ว ยืนยันว่าถ้ารู้ตัวและมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด แต่การจะชี้ชัดว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงตำรวจผู้นั้นอยู่ ก็ต้องว่าไปตามหลักฐานถ้าพบว่าผิดก็ต้องดำเนินการพิจารณาคุณสมบัติสายตำรวจเมื่อถามว่า หากพบว่ามีตำรวจที่ไม่ว่าอยู่ในราชการหรือเกษียณอายุราชการไปแล้วเกี่ยวข้อง จะมีมาตรการอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ประเด็นนี้อยู่ในการพิจารณาเรื่องบุคคลที่จะใช้เป็นสาย คงต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของแต่ละบุคคลที่มาเป็นสาย เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่หมายถึงการทำให้อาชญากรรมลดลง รวมถึงความสำเร็จในการปราบปรามและมิติเกี่ยวกับการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ คงต้องพิจารณาถึงตัวบุคคล ซึ่งในระดับผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะพิจารณาว่าจะต้องเพิ่มมาตรการในเรื่องนี้อย่างไร ขอย้ำว่าที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่าจะไปปกป้องตำรวจที่ไปใช้นายป๋อง แต่พูดถึงภาพรวมทั่วไปในการทำงาน ทั้งหมดอยู่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องดูเรื่องอาญาและวินัย แต่ถ้ามองในช่วงเวลานั้นจนถึงเวลานี้กลุ่มคนที่พยานพูดอาจจะเกษียณแล้วด้วย ก็ต้องไปดูอีกครั้งให้เหยื่อชี้ตัวตำรวจห้วยใหญ่ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า หลังจาก ผบ.ตร.สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เพจแห่งหนึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูล ระบุว่านายป๋องเป็นเด็กมีนาย ลูกพี่เป็นตำรวจเกษียณราชการไปแล้ว 6-7 ปี ช่วงที่ป๋องต้องโทษในเรือนจำ ได้มอบหมายให้ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เชิญตัว น.ส.บี (นามสมมติ) สาวทอมเหยื่อนายป๋องที่ไปออกรายการโหนกระแส เข้ามาให้ข้อมูลและสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับจะได้ชี้ตัวเลยว่ารู้จักตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ คนไหนบ้าง หากมีใครเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีไม่ละเว้น ส่วนนายใหญ่ของป๋องจะใช่อดีตตำรวจเกษียณราชการ ตามกระแสในโซเชียลหรือไม่ ยังอยู่ในขั้นตอนเดียวกับการเชิญตัวเหยื่อนายป๋องมาสอบปากคำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องเชิญ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ คนก่อนหน้านี้เข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า คงระบุชี้ชัดเช่นนั้นไม่ได้ แต่ยืนยันจะเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด และให้เวลา ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ได้ทำงาน คาดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมใน 1-2 วันนี้ปล่อยแถว ตร.—ปค.ตรวจเข้มที่ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อเวลา 02.40 น. พ.ต.ท.สมภพ มะจันทร์ สวป.สภ.ห้วยใหญ่ ปล่อยแถวสายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ออกปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ขณะตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าสนาม กีฬา ซอยชัยพฤกษ์ จับกุมสาวประเภทสองอายุ 35 ปี ขี่รถ จยย.เข้ามาในด่าน เจอยาไอซ์ 1 ถุง และ อุปกรณ์การเสพ คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้ยังได้แบ่งกำลังออกลาดตระเวนตรวจตราตามชุมชนและซอยต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่หญิงสาวหายตัวใกล้จุดฝัง 5 ศพที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พานายน้อย (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ เข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ให้ตำรวจช่วยตามหาตัว น.ส.บุหลัน สลาจเนส อายุ 36 ปี พี่สาวทำงานอยู่เมืองพัทยา หายตัวไปติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับนายป๋องหรือไม่ นายน้อยเผยว่าพี่สาวทำงานผับบาร์ พักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมริมถนนชัยพฤกษ์ มีแฟนหนุ่มเป็นชาวต่างชาติจะมาหาปีละครั้ง ล่าสุดเพิ่งมาหาเมื่อต้นปี 69 ตนติดต่อพูดคุยกับพี่สาวตลอดจนช่วงปลายเดือน เม.ย.ก็ขาดการติดต่อไป เช็กสัญญาณโทรศัพท์พบว่าจุดสุดท้ายอยู่บริเวณวัดเขาชีจรรย์ ใกล้กับจุดที่นายป๋องกับพวกฆ่าฝังดิน 5 ศพ เพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ด้วยความที่แก๊งนายป๋องเคยพูดว่ามีศพที่ 6 และ 7 ทำให้ตนและครอบครัวกังวลว่าพี่สาวอาจจะตกเป็นเหยื่อของนายป๋อง เพราะเคยมีคนพบเห็นนายป๋องวนเวียนอยู่แถวคอนโดพี่สาว อีกทั้งพี่สาวมีปัญหาเรื่องเงินและเสพยาเสพติด รวมถึงรถ จยย.ของพี่สาวก็หายไปด้วยพบตัวแล้วอยู่ย่านจอมเทียนต่อมาตำรวจ สภ.บางละมุง ประสานข้อมูลไปยังพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งได้รับแจ้งจากตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ว่าได้พบตัว น.ส.บุหลัน แล้ว เร่ร่อนพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร้างย่านจอมเทียน ซอย 3 เมืองพัทยา สอบถามทราบว่าทำโทรศัพท์มือถือ รถ จยย. และทรัพย์สินสูญหายเลยยังไม่ได้กลับบ้าน เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ ก่อนจะออกมาพักอาศัยอยู่ตึกร้างดังกล่าว เมื่อตำรวจพาน้องชายมาพบตัวพี่สาวทั้งสองได้กอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนจะพากลับไปดูแลต่อไปญาติรับศพพ่อแม่ลูก—จี้ประหารที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เมื่อเวลา 13.00 น. บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติเหยื่อ 3 ศพพ่อแม่ลูกถูกฆ่าฝังดินเดินทางมาติดต่อ ขอรับทั้ง 3 ศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังแพทย์ชันสูตรศพเสร็จสิ้น หลานชายอายุ 36 ปีเผยว่า หนึ่งในผู้ตายเป็นน้าสาว ได้รับมอบหมายจากครอบครัวให้เดินทางมารับศพนำไปตั้งสวดพระอภิธรรม 3 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 8 ส.ค. จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ มันเกินกว่าจะให้อภัยกลุ่มผู้ก่อเหตุเพราะพฤติกรรมโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ โดยเฉพาะนายป๋องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 เดือนกลับมาก่อเหตุฆ่าถึง 5 ศพ สมควรต้องได้รับโทษประหาร ชีวิตเท่านั้นเผชิญหน้า “ไอ้ป๋อง” ยังไม่สำนึกเมื่อถามถึงว่าในพื้นที่รู้จักนายป๋องหรือไม่ หลานชายผู้ตายกล่าวว่า รู้จักผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่แถวบ้าน แม้ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่พอทราบพฤติกรรมในอดีตว่าเป็นคนเกเร ชอบพกปืนขู่ผู้คนในหมู่บ้าน แต่ไม่ทราบว่ามีตำรวจให้ท้ายหรือเป็นเด็กตำรวจหรือไม่ ส่วนการที่ผู้ต้องหาเคยใส่ชุดคลุมหรือเสื้อกั๊กคล้ายตำรวจ คนในพื้นที่ต่างรู้นิสัยดีว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง วันที่ตำรวจนำตัวไปฝากขังตนมีโอกาสได้เผชิญหน้านายป๋องกับเพื่อน ตนมองหน้าตะโกนบอกไปว่า “โดนประหารแน่” ผู้ต้องหาคนอื่นจำตนได้ ก้มหน้าและยกมือขอโทษ มีเพียงนายป๋องที่มองค้อนใส่แบบยังไม่สำนึกตำรวจละเลยจนสูญเสียใหญ่หลานชายผู้ตายเผยต่อไปว่า อย่างไรก็ตามครอบครัวยังได้พูดคุยถึงการทำงานของตำรวจท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ ในช่วงแรกที่ไปแจ้งความคนหายตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. แต่ตำรวจกลับไม่ใส่ใจ ละเลย ไม่รีบลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหรือเบาะแสอย่างจริงจัง จนกระทั่งเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าไม่ติดใจและทางครอบครัวได้พูดคุยกับตำรวจแล้ว “วันนี้ตั้งใจมารับกลับบ้านเรานะ” หลานชายเคาะโลงบอกก่อนจะขอตัวนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสามขึ้นรถ เดินทางกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.ชลบุรีเผาพี่น้องรับกระดูกกลับรัสเซียทางด้านศพ น.ส.ไดอานา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และนายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาวรัสเซีย เหยื่อไอ้ป๋อง พ่อและแม่ผู้ตายได้เดินทางมาตรวจดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับศพตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 3 ส.ค. ได้มอบอำนาจให้บริษัท เอเชียวัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้จัดการเรื่องศพ ให้นำไปทำพิธีที่วัดคลองเตยใน แล้วจะเอากระดูกกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่ประเทศรัสเซียต่อไป3 ศพถึงวัดบรรยากาศสุดเศร้าต่อมาเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา นำ 3 ศพ พ่อแม่ลูกเหยื่ออำมหิตนายป๋อง เดินทางมาถึงวัดเขาบุญมีดาราราม บ้านทุ่งคา ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหดหู่ใจ มีกลุ่มญาติและชาวบ้านมารอรับศพเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างเรียกร้องให้นายป๋องต้องโทษประหารเท่านั้น เพื่อตายตกตามกันไปจัดงานศพให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายพระครูปลัดธีรยุทธ โชติโก หรือหลวงพี่เอ็กซ์ เจ้าอาวาสวัดเขาบุญมีดาราราม เผยว่า อาตมาพร้อมกับศิษยานุศิษย์มีความตั้งใจจัดงานศพและฌาปนกิจศพแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวพ่อแม่ลูกที่เป็นคนในพื้นที่และมีฐานะยากจน อีกทั้งเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติและอำมหิตโหดเหี้ยม ก่อนหน้านี้มีโอกาสรับนิมนต์จากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา เดินทางไปยังจุดฝังร่างเหยื่อทั้ง 5 คนเพื่อทำพิธีบังสุกุลและแบ่งบุญกุศล ตอนนั้นยอมรับว่ารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก พอกลับมาที่วัดจึงมีความตั้งใจจะจัดงานศพให้กับครอบครัวนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่