แม่ใจสลายร้อง “ปวีณา” ตามหาลูกสาววัย 3 ขวบ หลังคลอดลูกฝากคนรู้จักเลี้ยงแล้วสลับตัวนานนับปี กระทั่งความแตกแม่ตัวจริงมาแสดงตัว แจ้งความและตรวจดีเอ็นเอผลตรวจไม่ตรงกัน ตำรวจรวบตัวคนเลี้ยงดำเนินคดี อ้างส่งเด็กให้สองผัวเมียชาวเมียนมา ขณะที่ปวีณาเผยประสานตำรวจและ พม.ช่วยติดตามตัวสองผัวเมียเมียนมา หากเป็นแก๊งขายเด็กจะเข้าข่ายค้ามนุษย์แม่ใจสลายร้อง “ปวีณา” ฝากเลี้ยงลูกถูกสลับตัว ยังหาไม่เจอ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พ.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.นก อายุ 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร เข้าพบ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอความช่วยเหลือ น.ส.นกติดตามหาลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ถูก น.ส.หนึ่ง อายุ 29 ปี หญิงที่จ้างเลี้ยงสลับตัวไป โดยเอาลูกสาวคนอื่นมาสวมรอยส่งคืนให้ตั้งแต่เป็นทารกวัย 5 เดือน เร่งติดตามหาลูกสาวตัวจริงกลับสู่อ้อมอกแม่สอบถาม น.ส.นก ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า เมื่อปี 2565 ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและทะเลาะกับแฟนหนุ่มจึงเลิกรากันไป ไม่อยากให้ทางบ้านต้องรับรู้ไปปรึกษาเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ น.ส.หนึ่ง อาศัยอยู่ห้องเช่ากับสามีและลูก 4 คน ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อพูดคุย น.ส.หนึ่งบอกว่าเป็นคนรักเด็ก กระทั่งเดือน ต.ค.2565 หลังคลอดลูกตนย้ายไปอยู่กับ น.ส.หนึ่งที่ จ.ชลบุรี ประมาณ 20 วัน ตกลงจ้าง น.ส.หนึ่งเลี้ยงลูกให้เดือนละ 8,000 บาท ส่วนตนไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ จ.ชลบุรี และอาศัยอยู่ที่ไซต์งานน.ส.นกเปิดเผยอีกว่าระหว่างที่ น.ส.หนึ่งเลี้ยงลูกให้ได้ 1 เดือนนั้น บอกกับตนว่ามีสองผัวเมียอยากจะได้ลูกไปเลี้ยงเสนอเงินผูกข้อมือ 20,000 บาท ตนไม่ยอมยกลูกให้ กระทั่งลูกอายุ 5 เดือน วันที่ 1 มี.ค.66 น.ส.หนึ่งนำลูกมาส่งบอกว่าฝากไว้ก่อนจะไปทำธุระ ผ่านไปหลายวัน น.ส.หนึ่งก็ไม่มารับลูกไปดูแลต่อ ตนพาลูกไปฝากให้ยายเลี้ยงที่ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมาเดือน พ.ค.66 กลับไปเยี่ยมลูกสังเกตเห็นว่าหน้าตาของลูก 7 เดือนเปลี่ยนไป หน้าดำและใหญ่ขึ้น อดสงสัยใช่ลูกตนหรือไม่ ถามยายว่า “จะไปตรวจดีเอ็นเอดีมั้ย” ยายบอกว่า “อย่าเลยทำใจไม่ได้ ลูกใครก็เลี้ยงไปเถอะ”น.ส.นกเผยเพิ่มเติมว่า กระทั่งเดือน มี.ค.67 ลูกอายุ 1 ขวบ 6 เดือน จู่ๆก็มี น.ส.น้อยทักแชตเฟซบุ๊กมาหาตนบอกว่าเป็นแม่เด็ก ถามตนว่าลูกของหนูเป็นอย่างไรบ้าง ซนมั้ย อยากเห็นหน้าลูก ช่วยส่งรูปให้ดูหน่อย และ น.ส.น้อยยังส่งคลิปมายืนยัน ตนถึงกับช็อกจนรู้ความจริง ตอนลูก 5 เดือนช่วงเดือน มี.ค.66 น.ส.หนึ่งผู้ต้องหาไปเอาลูกของ น.ส.น้อยให้เงินไป 10,000 บาท มาสวมเป็นลูกของตนส่งคืนมาให้ ตนรู้ความจริงใจสลาย ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าเด็กที่เลี้ยงอยู่ไม่ใช่ลูกแท้ๆรีบติดต่อหา น.ส.หนึ่ง เพื่อสอบถามว่าลูกของตนอยู่ไหน กลับไม่ยอมบอกก่อนจะบล็อกทุกช่องทางติดต่อไม่ได้ จากนั้นไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง ตำรวจส่งตนและลูกที่ถูกสลับตัวมาไปตรวจดีเอ็นเอ ปรากฏว่าผลตรวจไม่ตรงกัน ยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นแม่ลูกแต่อย่างใด กระทั่งตำรวจจับกุม น.ส.หนึ่งอ้างว่าเอาลูกของตนไปให้กับสองสามีภรรยาชาวเมียนมาแล้ว ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกและได้ประกันตัวออกมาระหว่างรอยื่นอุทธรณ์ ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากประสาน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง และ น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พมจ.ชลบุรี เพื่อตามหาเด็ก เพราะต้องตามหาสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่เอาลูกของ น.ส.นกไป หากว่ามีการขายเด็กก็เข้าข่ายการค้ามนุษย์ต้องดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา และเร่งติดตามตัวเด็กซึ่งเป็นลูกแท้ๆของ น.ส.นกที่ถูกสลับตัวไปกลับมาคืนแม่ให้ได้ ขณะเดียวกันจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว น.ส.น้อย ที่แสดงตนเป็นแม่ของเด็กมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และความต้องการที่จะรับลูกไปเลี้ยงดูเองหรือไม่ ทุกอย่างจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้มูลนิธิปวีณาฯจะติดตามร่วมกับ ผกก.สภ.บางละมุง และ พมจ.ชลบุรี อย่างใกล้ชิดต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่