อดีตลูกเขยปืนโหดบุกบ้านอดีตแม่ยายกระหน่ำยิงยกครัวดับ 2 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย หลังก่อเหตุหลบหนีเข้าป่าตำรวจล้อมจับยอมจำนนเข้ามอบตัวพร้อมปืน 9 มม.ใช้ก่อเหตุ สารภาพอ้างว่าชนวนเหตุแค้นอดีตแม่ยายฝังลึกมีส่วนนำไปสู่การฟ้องหย่ากับภรรยา รวมทั้งไม่ยอมแบ่งสินสมรสโดยเฉพาะไร่อ้อย 600-700 ไร่ ที่เคยทำร่วมกันมาก่อน ตั้งใจบุกมายิงอดีตแม่ยายคนเดียว อดีตพ่อตา และน้องอดีตเมียอยู่ด้วยตัดสินใจยิงทั้งหมด ขณะเกิดเหตุอดีตเมียหนีไปหลบในห้องนอนรอดตายหวุดหวิด พ่อกับน้องถูกยิงดับส่วนแม่อาการสาหัสอดีตลูกเขยแค้นบุกยิงแม่ยายและคนในครอบครัวเจ็บ 1 ราย ดับ 2 ศพ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 6 พ.ค. ร.ต.อ.กฤษฏิ์ สิทธิสร รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 277/7 หมู่ 7 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ไปสอบสวนพร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผกก.สภ.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกาญจนบุรี และแพทย์นิติเวช รพ.พหลพลพยุหเสนาเมื่อเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านเกิดเหตุพบปลอก กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุน 1 หัว ในห้องโถงของบ้านพบศพนายสงวน หรือแบ้ โพธิ์ศรี อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายมีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอก 2 นัด และข้อมือซ้าย 1 นัด และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อนางสาริณี หรือตุ๊กตา โพธิ์ศรี 54 ปี ถูกยิงท้ายทอย เอว และเฉี่ยวบริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส และนายสัตยา หรือแม็ค โพธิ์ศรี อายุ 32 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด นำส่ง รพ.พหลพลพยุหเสนา ต่อมานายสัตยาเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนนางสาริณีขณะนี้อาการปลอดภัยแล้วจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายชยันต์ เกตุคง อายุ 47 ปี อดีตลูกเขยของนางสาริณี และเป็นอดีตสามีของ น.ส.รสรินทร์ โพธิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านพุประดู่ หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี นายชยันต์ขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีขาวคาดดำ ทะเบียน 1 กจ 6860 กาญจนบุรี มาจอดที่หน้าบ้าน ถือปืนสั้นขนาด 9 มม. ลงมากระหน่ำยิงอดีตแม่ยาย อดีตพ่อตา และน้องเมีย ขณะที่ทั้งสามคนนั่งคุยอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน นายสงวนวิ่งหนีเข้าบ้านนายชยันต์ตามไปยิงซ้ำเข้าหน้าอก 2 นัด ส่วน น.ส.รสรินทร์ หนีไปหลบอยู่ในห้องนอน นายชยันต์ตามหาไม่เจอรอดชีวิตหวุดหวิด จากนั้นนายชยันต์วิ่งออกจากบ้านหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทางด้าน พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายชยันต์และ น.ส.รสรินทร์เคยเป็นสามีภรรยากัน ต่อมา น.ส.รสรินทร์ได้ฟ้องหย่า ศาลมีคำพิพากษาไปแล้วให้หย่า และมีการแบ่งทรัพย์สินกัน คาดว่านายชยันต์ไม่พอใจการแบ่งทรัพย์สิน โดยเฉพาะเรื่องเงินรายได้จากการตัดอ้อย นายชยันต์บอกว่าเป็นคนร่วมปลูกอ้อยด้วย แต่ฝ่ายคู่กรณีอ้างว่าไร่อ้อยเป็นของนายสงวนอดีตพ่อตาไม่ใช่สินสมรส ทำให้นายชยันต์ไม่พอใจมีการทวงถามแล้วน่าจะตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายชายแค้นมาก่อเหตุยิงอดีตพ่อตาและน้องเมียเสียชีวิต ส่วนแม่ยายบาดเจ็บ ขณะนี้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดฝ่ายสืบสวน สภ.ลาดหญ้า และชุดสืบสวนเมืองกาญจน์ ระดมกำลังลงพื้นที่ปิดล้อมเร่งติดตามจับกุมตัวนายชยันต์มาดำเนินคดีต่อมาเวลา 02.45 น. วันที่ 7 พ.ค. พ.ต.ท.ฉัฐภูมิ วิทยเกษมพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ลาดหญ้า พ.ต.ท.ศุภัทรวุฒิ กิ้มแสง สว.สส.สภ.ลาดหญ้า นำกำลังฝ่ายสืบสวนร่วมกับฝ่ายปกครองเข้าจับกุมนายชยันต์ ยอมออกจากป่าเข้ามอบตัวต่อตำรวจพร้อมอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 มม. ควบคุมตัวไปสอบสวนปากคำที่ สภ.ลาดหญ้าจากการสอบสวนสวนนายชยันต์ให้การรับสารภาพว่า เกิดจากความแค้นสะสมที่มีกับนางสาริณี อดีตแม่ยาย อ้างว่าเนื่องจากปีที่ผ่านมาทราบว่า อดีตภรรยาไปคบหาดูใจกับชายอื่นนำเรื่องไปบอกแม่ยาย หวังว่าแม่ยายจะช่วยพูดคุยให้ แต่แม่ยายกลับเข้าข้างลูกสาวจนนำไปสู่การหย่าร้างกัน หลังจากหย่ามีการเจรจาแบ่งทรัพย์สมบัติ และสินสมรส แต่อดีตแม่ยายไม่ยอมแบ่งทรัพย์สมบัติที่ตนและอดีตภรรยาทำมาร่วมกันให้ โดยเฉพาะที่ดินปลูกอ้อย 600-700 ไร่ ตนพยายามขอแบ่งตัดอ้อย 20 ไร่เพื่อหาเงินใช้ แต่อดีตแม่ยายก็ไม่ยอม กลายเป็นชนวนเหตุความแค้นสะสมจนมาลงมือก่อเหตุ ตอนแรกตั้งใจบุกมายิงนางสาริณีอดีตแม่ยายเพียงคนเดียว แต่เนื่องจากในที่เกิดเหตุมีนายสงวนอดีตพ่อตา และนายสัตยาน้องชายอดีตเมียอยู่ด้วยเลยตัดสินใจยิงทั้ง 3 คน เบื้องต้นชุดจับกุมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่