เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินโดยกระทรวงการคลัง จำนวน 4 แสนล้าน จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ระหว่างบรรเทาผลกระทบและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ในสัดส่วนเท่ากัน 2 แสนล้านจะนำไปเยียวยากลุ่มเปราะบางและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่น โครงการไทยช่วยไทย 60-40 เบื้องต้นคาดว่าจะมีกรอบอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านคน คนละ 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 1.2 แสนล้าน ส่วนอีกประมาณ 2 แสนล้าน รัฐจะนำไปลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศ โดยอ้างผลการศึกษาของธนาคารโลกระบุหากไทยลดการนำเข้าพลังงานได้ จะทำให้ตัวเลขจีดีพีเติบโตขึ้นจุดเปลี่ยนมาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางสิ่งที่รัฐบาลแถลงไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่จะตั้งเป้านำเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ เศรษฐกิจสีเขียว มีความเกี่ยวข้องกับ วิกฤติพลังงาน ในขณะนี้โดยตรง ซึ่งเป็นไปได้ว่า สงครามในตะวันออกกลาง จะยืดเยื้อ และจะทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของตลาดน้ำมันโลกอีกด้วยในบริบทที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ประกาศถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC ดูเหมือนว่าจะสร้างความสั่นคลอนให้กับกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันในระดับหนึ่ง และทำให้เกิดคำถามว่า การถอนตัวของ UAE ในช่วงที่เกิดวิกฤติพลังงานโลกเช่นนี้ จะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในของกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันเองหรือไม่ โดยเฉพาะกับซาอุดีอาระเบียทั้งเรื่องของเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งนี้รัฐบาล UAE ยืนยันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม หลังจากที่ทบทวนกลยุทธ์ทั้งหมดมาอย่างยาวนาน การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ตลาดน้ำมันคล่องตัวขึ้นไม่ต้องอยู่ในการผูกมัดของกระบวนการตัดสินใจใดๆปัจจุบัน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง ได้ลดกำลังการผลิตอยู่แล้วเนื่องมาจากภาวะสงคราม จึงไม่มีผลกระทบกับตลาดน้ำมันโลกมากนัก สัญญาการซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าอยู่ที่ระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะเดียวกับที่ปริมาณการผลิตน้ำมันได้ลดลงไปประมาณ 1 พันล้านบาร์เรลความตึงเครียดในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และวิกฤติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะทำให้โครงสร้างกระบวนการซื้อขาย อุปสงค์ อุปทาน เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงโดยเฉพาะเกิดการค้าน้ำมันเสรีของแต่ละประเทศในกลุ่มผู้ค้า ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ UAE ประเทศเดียวที่มีความคิดเช่นนี้เหตุผลหนึ่งของการเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ก็คือ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการขายน้ำมันให้กับเรือสินค้าฟังดูแล้วทะแม่งชอบกล เพื่อจะแลกกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงสวนทางกับนโยบายไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ดูย้อนแย้งชอบกลแค่กฎหมายอากาศสะอาดที่ค้างอยู่ในสภา ยังแย่งซีนกับฝ่ายค้านไม่เลิก.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม