ผมเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านผ่านคอลัมน์นี้ไปแล้วหลายๆ ครั้งว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจ” ที่ประเทศไทยของเราจะต้องเผชิญในครั้งนี้นั้นหนักหนาสาหัสในรอบ 65 ปี นับตั้งแต่เรามี “แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 1” เมื่อ พ.ศ.2504 เป็นต้นมาโดยมองจากสายตาของ “ผู้เฒ่า” คนหนึ่งที่เคยอยู่ในเวทีการพัฒนาประเทศมาด้วยตนเองกว่า 30 ปี และนั่งเขียนหนังสืออยู่ตรงนี้เป็นเวลากว่า 54 ปีเข้าไปแล้วผมมองว่า เราจะผ่านความหนักหนาสาหัสครั้งนี้ไปด้วยความยากลำบาก และเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง...ดังนั้น ทุกๆคนทุกๆฝ่ายในประเทศไทยเราจะต้องร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวให้มากที่สุดที่จะมากได้จะต้องใช้สติใช้ปัญญาในการพิจารณาแก้ปัญหาต่างๆ อย่างรอบคอบและไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้อารมณ์ผมจึงเขียนให้กำลังใจท่านผู้อ่านพร้อมกับเสนอแนะให้ร้องเพลง “ดอกไม้ให้คุณ” (ที่น้า หงา คาราวาน แต่งจากทำนองญี่ปุ่นและโด่งดังมาก เมื่อ “พี่แจ้” ดนุพล แก้วกาญจน์ นำไปขับร้องบันทึกเสียงซ้ำอีกครั้ง) เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้แก่กันและกันที่จะสู้ศึกเศรษฐกิจครั้งนี้ขณะเดียวกันก็เขียนขอร้องให้นักการเมืองที่มีความคิดเห็นแตกแยกไปคนละทาง รวมทั้งบรรดากองเชียร์ หรือสมาชิกของแต่ละพรรคที่แตกแยกแบบเละตุ้มเป๊ะให้เลิกทะเลาะกัน หันหน้ามาคุยกันอย่างมีเหตุมีผล เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่ประเทศชาติผลปรากฏว่า ยิ่งเขียนก็เหมือนยิ่งยุ เพราะการทะเลาะเบาะแว้งดูจะหนักขึ้นเรื่อยๆ...โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น “โพสต์” หรือ “คอมเมนต์” แสดงความคิดเห็นเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ใช้ถ้อยคำรุนแรงหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีกด้วยซ้ำผมอ่านแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ และฉุกคิดขึ้นมาว่า ลงได้ สังคมไทยแตกแยกกันหนักหนาสาหัสขนาดนี้...ที่เคยเขียนขอร้องให้เลิกทะเลาะกันน่าจะไร้ประโยชน์เสียแล้วกระมัง?ควรจะเขียนให้ “ทำใจ” ล่วงหน้าเอาไว้บ้างดีกว่าว่าถ้าเศรษฐกิจของประเทศไทยทรุดหนักจริงๆก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะก้มหน้าทนรับผลที่เกิดขึ้นจะได้ไม่ทนทุกข์หรือเสียใจมากยิ่งขึ้นไปอีกทำให้นึกถึงเพลงสากลที่เคยฮิตในยุคที่ผมยังหนุ่มกระทงอีกเพลงหนึ่งของวง “เดอะบีทเทิลส์” ที่คนไทยเรียกว่า “4 เต่าทอง”... ได้แก่ เพลง “Let It Be” นั่นเองเป็นเพลงเอกในอัลบั้มชื่อเดียวกันนี้ของเดอะบีทเทิลส์ และเป็นอัลบั้มสุดท้ายด้วยก่อนที่จะสลายวง เมื่อปี 1970 หรือ พ.ศ.2513ท่านที่เป็นแฟนเพลงเดอะบีทเทิลส์คงจะพอจำได้ เพลงนี้ร้องนำโดย เซอร์พอล แม็กคาร์ทนีย์ เนื้อร้องในแต่ละท่อนจะบรรยายถึงความทุกข์ความผิดหวังในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต พร้อมกับตบท้ายด้วยวลีที่ว่า Let It Beวลีดังกล่าวนี้ในดิกชันนารี และในกูเกิลด้วยแปลว่า...ช่างมันเถอะ, ปล่อยมันไป, ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมัน, ช่างปะไร ฯลฯ เป็นต้น เพื่อปลอบใจผู้ผิดหวังทั้งหลายผมก็เลยเตรียมเพลงนี้ไว้อีกเพลง...ถ้าเพลง “ดอกไม้ให้คุณ” ยังทำให้คนไทยรักกันไม่ได้ แถมยังต้องจิกกันเองเหมือน “ไก่ในเข่ง” ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองเคยเทศนาเคยเขียนไว้ว่า คนไทยเหมือนไก่ในเข่งตรุษจีนจะโดนเชือดอยู่แล้วก็ยังจิกกันทะเลาะกันอยู่นั่นแหละในที่สุดก็คงต้องใช้เพลงของเดอะบีทเทิลส์เพลงนี้แหละครับมาปลอบใจ เมื่อเศรษฐกิจต้องพังลงไปจริงๆแต่พูดก็พูดเถิด...คงไม่มีใครอยากให้เศรษฐกิจของเราพังลง แล้วมาร้องเพลง Let It Be ปลอบใจหรอกครับ...เพราะโอกาสสู้ยังมีอยู่หันหน้าเข้าหากันจึงดีที่สุด และร้องเพลงดอกไม้ให้คุณเอาไว้ก็น่าจะดีที่สุดเพื่อผ่าน “วิกฤติเศรษฐกิจ 2026” ไปให้จงได้ ฝากไว้ด้วยนะครับ “ไก่ในเข่ง”ทั้งหลาย...เอ๊ย พรรคการเมืองทุกพรรคของประเทศไทย.“ซูม”