พรรคประชาชนซัดพิรุธรัฐบาลพยายามผิดปกติ เร่งแจ้งเกิดโครงการแลนด์บริดจ์ “ณัฐชา” ฉะไม่ใช่นโยบายเรือธงสำคัญ แต่มีพลังงานแอบแฝงหนุน รัฐบาลดันทุรัง เมินไม่ฟังเสียงประชาชน “ภคมน” เฉ่งรัฐให้ข้อมูลด้านเดียวไม่ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนชง กมธ.เก็บข้อมูลตรวจสอบคู่ขนาน สว.ยื่นญัตติจี้ทบทวน “นรเศรษฐ์” ห่วงเมกะโปรเจกต์ 9.9 แสนล้านบาทไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทำลายสิ่งแวดล้อมกระทบสิทธิชุมชนคนในพื้นที่ “รองโฆษกรัฐบาล” แจงอย่าห่วงรัฐบาลเดินหน้าตรงไปตรงมา 8 พ.ค. “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ จ.ระนอง-ชุมพร รับฟังความเห็นทุกมิติปชน.จัดทัพอาสาสีส้มปูพรมขยายฐานเสียงหนุนชิงผู้ว่าฯกทม. “ณัฐพงษ์” ลั่นสนาม กทม.เน้นทำงานเป็นทีม ปัดดีลลับดึง “ชัชชาติ” ลงเลือกตั้งในนาม ปชน. ใช้กลไก กมธ.สอบเบื้องหลังเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดแคมเปญ “กรุงเทพง่ายๆ” ก่อนเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และทีม บริหารผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 5 พ.ค. พร้อมเร่งจัดทีม อาสาส้มขยายฐานเสียงพรรคสนับสนุน ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ปฏิเสธไม่มีดีลลับดึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.มาลงสมัครในนามพรรค ปชน.ปชน.จัดทัพเพิ่มฐานเสียงผู้ว่าฯ กทม.เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำการพรรคประชาชน เขตบางบอน-บางขุนเทียน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยอาสาส้ม แลกเปลี่ยนความเห็นแก้ปัญหาในพื้นที่ นายณัฐชากล่าวว่า เชิญชวนสมาชิกพรรคที่ต้องการมาช่วยขับเคลื่อนการทำงานการเมือง ไม่ใช่เฉพาะผู้สนใจลงสมัครเลือกตั้ง แต่อีกหลายภารกิจ เช่น การทำงานทางความคิดในนโยบายต่างๆ การรับฟังความคิดเห็นก่อนออกนโยบาย กลุ่มอาสาส้มจะลงพื้นที่ทำแบบสำรวจสอบถามความ ต้องการประชาชน เริ่มต้นประชุมจัดตั้งอาสาสมัครแต่ละพื้นที่ มีแกนนำพรรคหลายคนไปอธิบายความเข้าใจมอบหมายภารกิจให้สมาชิกขยับเป็นอาสาส้มไปทำภารกิจแต่ละด้าน เฉพาะในพื้นที่ กทม.ภารกิจที่กลุ่มอาสาส้มได้รับคือการเลือกตั้ง การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครและทีมบริหารผู้ว่าฯ กทม.วันที่ 5 พ.ค. และนโยบายขับเคลื่อนง่ายๆของพรรคประชาชนที่จะไปถึงคน กทม.อาสาส้มจะเป็นกลไกสำคัญขยายฐานเสียง ขยายภารกิจ 2 เดือนก่อนเข้าสู่วันเลือกตั้งเฟ้นเข้มข้นผู้ท้าชิงเก้าอี้พ่อเมืองกรุงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงการเปิดแคมเปญเปิดตัว ผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคหลังยิงสโลแกนกรุงเทพง่ายๆ ทั่วพื้นที่ กทม.ว่า เป็นการสะท้อนปัญหาการใช้ชีวิตใน กทม.ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเปลี่ยนเป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้สิทธิ์บัตรทองการส่งตัวที่แตกต่างจากต่างจังหวัดที่มีคุณภาพดีกว่าในกรุงเทพฯ จะนำเสนอพรรค ปชน.เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชาว กทม.จะเปิดตัววันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17.00 น. คุณสมบัติบุคคล ที่จะส่งลงผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน ใช้จ่ายงบฯอย่างโปร่งใส เมื่อถามว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ประกาศลงชิงเก้าอี้อีกสมัยพรรค ปชน.มั่นใจแค่ไหน นายณัฐพงษ์ตอบว่า มั่นใจทีมผู้ว่าฯ และ สก.และยังมี สส. 33 เขตของพรรคสนับสนุน ผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้า ขอให้เลือกพรรค ปชน. ทั้งผู้ว่าฯและทีม สก.“เท้ง” ลั่นสนาม กทม.ต้องทำงานเป็นทีมนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวชื่นชมการทำงานนายชัชชาติ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่างใน กทม.ต้องอาศัยการแท็กทีมที่เข้มแข็ง สนามท้องถิ่นมีบริบทการต่อรอง นโยบายท้องถิ่นต้องอาศัยออกข้อบัญญัติ งบฯปีละเป็นแสนล้านบาทให้ผ่านสภาฯ เชื่อว่าคน กทม.เห็นว่าสีไหนตัวจริง ปชน.มีจุดตั้งต้นทางการเมืองโปร่งใสตรงไปตรงมา ส่วนการประกาศรายรับ กทม.มากกว่ารายจ่ายเป็นข่าวดีประชาชนชื่นชม แต่เป็นปกติรายได้ท้องถิ่นงบฯอาจมีบวกหรือลบ หากมีรายรับมากต้องเป็นเงินสะสมใช้จ่ายในปีงบฯถัดไป ส่วนต่างที่เหลือต้องนำไปใช้จ่ายในปีงบฯถัดไป แต่คำถามสำคัญจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสมากที่สุด ไม่เจอข่าวซ้ำซื้อของแพงเกินจริงใน กทม.ปัดดีลลับดึง “ชัชชาติ” ลงในนาม ปชน.เมื่อถามถึงการทาบทามนายชัชชาติเป็นแคนดิเดต ผู้ว่าฯ ของพรรค ปชน. มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายณัฐพงษ์เลี่ยงตอบคำถามตรงๆ แต่ชี้แจงว่าไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันเบื้องหลังหรือนอกรอบเป็นเรื่องปกติ ทั้ง สส.และ สก.มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกันและต่างพรรค การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ กทม.เป็นเรื่องปกติในการแก้ปัญหาให้ชาว กทม. ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลการเมืองไปต่อรองผลประโยชน์ แต่คุยกันเรื่องเอาวาระประชาชนเป็นตัวตั้งแก้ปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใดๆ ไม่มีการคุยจะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้งอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้ทาบทามนายชัชชาติมาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ พรรค ปชน.ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า อยู่ที่เสียงประชาชนเป็นคนตัดสิน ยอมรับในมุมมองคน กทม.หลายคนอาจตัดสินใจยาก เชื่อว่าแต่ละคนที่ถูกเสนอมาเป็นตัวเลือกจะเสนอสิ่งที่ดีที่สุดไม่หวั่นไหวโพลความนิยมร่วงหัวหน้าพรรค ปชน.ยังกล่าวถึงผลโพลคะแนนความนิยมของฝ่ายค้านที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีคะแนนแซงนายณัฐพงษ์ว่า ความเข้มแข็งพรรค ปชน.คือไม่ยึดติดตัวบุคคล ทำงานเป็นทีม ทั้ง สส. สก. และหลายภาคส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงาน ผลโพลล่าสุดไม่ใช่มีแค่ตัวแทนพรรค ปชน.คนเดียวที่อยู่ในโพล แต่มี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. หากดูภาพรวมคะแนนความนิยมพรรค ยังเชื่อว่าพรรค ปชน.เป็นพรรคที่ได้รับความนิยมมากสุดขณะนี้ เมื่อถามว่าพรรคต้องขยันขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ฝ่ายค้านจะแข่งกันเองในการทำงานหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ยิ่งมีการแข่งกันเอง โดยมองผลประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้งในการตรวจสอบรัฐบาลตรงไปตรงมา คนได้ ประโยชน์คือประชาชนอย่าทวงสิทธิ์ทางคดีเฉพาะ “ทักษิณ”นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะได้รับพักโทษวันที่ 11 พ.ค. เมื่อนายทักษิณได้รับพักโทษ มีเงื่อนไขติดกำไลอีเอ็ม เห็นการขับเคลื่อนของนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ยื่นหนังสือถึง 5 พรรคการเมือง เสนอแก้กฎหมายอาญา มาตรา 29 ยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ เปลี่ยนเป็นการบริการสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ หลายพรรคการเมืองตอบรับ เพราะปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังที่ศาลยังไม่ตัดสินถูกหรือผิด แต่ต้องอยู่ในคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัว การผลักดันแก้กฎหมายลักษณะเช่นนี้เป็นสิ่งที่อยากให้ทุกพรรคเห็นด้วยผลักดันให้ผ่านสภาฯเพื่อคืนสิทธิประชาชน ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสิน ต้องสมมติไว้ก่อน บุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ จะปรับปรุงกระบวนการความยุติธรรมอย่างไรที่ไม่ใช่นายทักษิณเท่านั้น ยังมีผู้ต้องขังคนอื่นๆทั้งคดีการเมืองและไม่ใช่คดีการเมือง เมื่อถามว่ามองว่านายทักษิณจะมาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทยสร้างคะแนนนิยมการเมืองได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า แนวทางทำงานหรือการปรับปรุงบทบาทการทำงานของพรรคอื่นอยากให้ไปถามแต่ละพรรค ไม่ขอตอบแทนส่ง กมธ.สอบเด้งอธิบดีฝนหลวงนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการโยกย้ายอดีตอธิบดี กรมฝนหลวง ให้เหตุผลเกี่ยวข้องกับอายุว่า การแต่งตั้งโยกย้ายทุกอย่างต้องทำด้วยความเป็นธรรม หากมีประเด็นทุจริตอยู่เบื้องหลัง เป็นความชอบธรรมที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่หากเป็นการดำเนินการทางการเมืองเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ยังไม่อยากให้ไปมองที่ตัวบุคคล สิ่งที่พรรคจะทำหลังตั้งประธานกรรมาธิการ 9 คณะเสร็จแล้ว กรณีนี้จะเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนติดตามแน่นอน จะใช้กลไก กมธ.ตรวจสอบเบื้องหลังการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ มีที่มาอย่างไร ส่วนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองถือเป็นข้อคิดเห็นแต่ละฝ่าย ให้รอการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องหลังชั้น กมธ.ก่อน“คมสัน” อาสาพา กทม.Move onวันเดียวกัน นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล หัวหน้าพรรคพร้อมพัฒนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าตั้งแต่เดือน มิ.ย.68 ได้เปิดตัวประสงค์ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ลงไปฟังเสียงที่ไม่ได้ยิน ในอดีตเคยเป็น สก.ทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กทม.ทำให้เข้าใจระบบการบริหาร ประสานงานกับทุกฝ่าย วันนี้ตนพร้อมทำคุณภาพชีวิตคน กทม.ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม จะจัดสรรงบประมาณให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยสโลแกนถึงเวลาแล้วที่ “กรุงเทพ ต้อง Move on” แม้เป็นเพียงนักการเมืองตัวเล็ก โนเนม แต่พร้อมพัฒนาอย่างตั้งใจ ต่อมานายคมสันเปิดเผยว่า จะมีแถลงความชัดเจนเร็วๆนี้ฝ่ายค้านจับพิรุธเร่งแลนด์บริดจ์ผิดปกติอีกเรื่อง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวถึงการเดินหน้าโครงการ แลนด์บริดจ์ของรัฐบาลว่า คนภาคใต้จับตาเป็นพิเศษมีความพยายามเร่งรัดผลักดันโดยฝ่ายบริหาร มากกว่าโครงการที่รับปากไว้กับประชาชน ช่วงเลือกตั้งทุกพรรคเสนอโครงการให้ภาคใต้ แต่แลนด์บริดจ์ไม่ใช่นโยบายเรือธงสำคัญในภาคใต้ แต่หลังเป็นฝ่ายบริหารไม่กี่เดือน มีความพยายามแปลกๆเร่งรัดทุกกระบวนการ แม้กระทบกระทั่งฝ่ายบริหารด้วยกันพูดพาดพิงโครงการนี้ไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ในการพิจารณาเรื่องนี้ที่ประชาชนยังไม่ทราบ หากรัฐบาลดันทุรังทำสิ่งที่ตัวเองอยากได้อย่างเดียว ไม่ฟังเสียงประชาชนว่าเมื่อเกิดโครงการแล้วประชาชนจะได้อะไร เรื่องนี้สำคัญมาก น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรค ปชน. แม่ทัพภาคใต้ ดูแลทุกโครงการและเขตเลือกตั้งภาคใต้ ประชุมเร่งด่วนพูดคุยน่ากังวลมาก โครงการขนาดใหญ่เม็ดเงินมหาศาล เอาเงินภาษีหรือการลงทุนจากภาคเอกชนลงไปมากขนาดนี้ แต่ไม่เปิดรับฟังความเห็นประชาชนเลย ทำกลไกเป็นพิธีกรรมไม่กี่อย่าง สส.ที่ติดตามจะแถลงเป็นทางการ ต้องเปิดรับฟังในสภาฯ อาจต้องถกกันเร็วๆนี้“ลิซ่า” เฉ่ง รบ.ให้ข้อมูลด้านเดียวน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กประเด็นผลโพลคนใต้หนุนแลนด์บริดจ์ แต่ไม่ค่อยเข้าใจโครงการว่า ความน่ากังวลคือสนับสนุนโดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชน-เอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูล เรื่องนี้การทำความเข้าใจเร่งด่วนที่สุด คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯจะรวบรวมข้อเสนอของภาคประชาชน นักวิชาการและทุกฝ่ายที่มีคำถามต่อโครงการแลนด์บริดจ์ซักถามหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพและเกี่ยวข้อง รวบรวมแบบรายงานเพื่อเป็นข้อมูลคู่ขนานกับข้อมูลของรัฐบาล จะเป็นเครื่องมือให้ประชาชนใช้ตรวจสอบรัฐบาลได้ถูกต้องตรงจุดบนฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่มีใครขวางการพัฒนา หากรัฐบาลพิสูจน์ความคุ้มค่าให้เป็นที่ประจักษ์กับสังคมได้สว.ยื่นญัตติขวาง จี้ทบทวนไม่คุ้มค่าผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 5 พ.ค. จะมีวาระสำคัญคือ การพิจารณาญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เหตุผลการเสนอญัตติดังกล่าวว่าข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคมระบุแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง พัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท แต่นโยบายดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการ อาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ กระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคมรบ.โต้อย่าห่วงทำตรงไปตรงมาน.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกรณีโฆษกพรรค ปชน. กังวลประชาชนภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยยังไม่เข้าใจรัฐบาลให้ข้อมูลด้านเดียวว่า รัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการจากหลายส่วน ทั้ง EIA และ EHIA จะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้ต่อเนื่อง วันที่ 8 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ จ.ชุมพรและระนองรับฟังความคิดเห็นทุกมิติตรงไปตรงมา ชี้แจงข้อดีข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน ขอให้ น.ส.ภคมน ไม่ต้องห่วง รัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่สร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจจังหวัดภาคใต้โพลชี้คนใต้หนุน แต่มีข้อกังวลใจวันเดียวกัน นิด้าโพลสำรวจความคิดเห็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ รวม 1,455 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” เมื่อวันที่ 28-30 เม.ย. พบว่าร้อยละ 54.43 เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 26.67 เคยได้ยินและพอจะเข้าใจบ้าง ร้อยละ 10.52 เคยได้ยินและเข้าใจดีมาก ร้อยละ 7.08 ไม่เคยได้ยินใดๆเลย และร้อยละ 1.30 เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย ในกลุ่มผู้เคยได้ยินและเข้าใจดีมาก เคยได้ยินและพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 38.03 กังวลใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ร้อยละ 33.16 ไม่กังวลใจใดๆเลย ร้อยละ 29.71 กังวลถึงผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจเปลี่ยนไป ร้อยละ 25.81 การทุจริตและความไม่โปร่งใส ร้อยละ 15.30 ความคุ้มค่าระยะยาว ทั้งนี้ร้อยละ 34.21 เห็นด้วยกับโครงการมาก ร้อยละ 33.01 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 19.43 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ไม่เห็นด้วยเลยกระทุ้ง รบ.เร่งแก้ปัญหาปากท้องด้านสวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 2,214 คน เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำ เดือนเมษายน 2569” พบว่ากลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน เม.ย.เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือน มี.ค.69 ที่ได้ 3.89 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.22 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น ร้อยละ 39.07 ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 28.22 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ด้านฝ่ายค้าน ร้อยละ 27.82 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 23.25 น.ส.รักชนก ศรีนอก ทั้งนี้สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล ร้อยละ 49.82 แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และสิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน ร้อยละ 44.37 ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล“หมอวรงค์” ฟาดรัฐเอาเปรียบ ปชช.นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนให้ประชาชนติดแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้านเรือน พร้อมอุดหนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำว่า หากไม่คิดอะไรมากมองว่าเป็นเรื่องดี แต่ที่รัฐบาลจะปรับค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได หากใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย/เดือน คิดเงินไม่เกิน 3 บาท/ หน่วย ถ้าใช้ไฟ 200-400 หน่วย/เดือน คิดค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย และหากใช้ไฟเกิน 400 หน่วย/เดือน คิดหน่วยละ 5 บาทขึ้นไปเป็นมาตรการที่เอาเปรียบประชาชน เพราะไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐต้องจัดหามาบริการให้ประชาชนในราคาที่เป็นธรรม โดยไม่แบ่งแยก แต่นโยบายใหม่กระทรวงพลังงานสนับสนุนให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาและจะรับซื้อคืนจากบ้านเรือนที่ผลิตไฟฟ้าในราคาหน่วยละ 2.20 บาท แต่กลับขายไฟฟ้าให้ประชาชนหน่วยละ 5 บาท ยิ่งเอาเปรียบซ้ำยิ่งขึ้นอีก ถ้ารัฐบาลส่งเสริมให้ติดโซลาร์เซลล์ ใช้หลังคาบ้านเรือนแล้วติดหม้อแปลงเป็นแบบ “เน็ตมิเตอร์ริ่ง” ผลิตไฟได้เท่าไหร่ใช้ไป ถ้าผลิตเกินขายให้รัฐ ถ้าไม่พอใช้ดึงไฟรัฐมาใช้เสริมแล้วหักลบกลบหนี้ราคาเท่าเทียมกัน ถึงจะส่งเสริมจริง เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบควักทุนติดโซลาร์ แบกค่าไฟแพง “แต่มาตรการรัฐบาลที่ออกมา รับซื้อไฟจากบ้านเรือนที่ติดโซลาร์เซลล์หน่วยละ 2.20 บาท แต่ขายให้ประชาชนกลับขายราคาหน่วยละ 5 บาทในบ้านที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย/เดือน ยิ่งเอาเปรียบประชาชน ไม่เป็นธรรม ผลักภาระการลงทุนให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเองสร้างโรงไฟฟ้าประจำบ้าน มีแค่วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ประชาชนต้องควักจ่าย แต่รัฐได้ไฟฟ้าจากหลังคาบ้านเรือนราคารับซื้อถูกกว่าครึ่งในราคาที่ขายให้ประชาชน ทั้งที่เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องหาไฟฟ้ามาบริการราคาถูกเป็นธรรมโดยไม่แบ่งแยก เพราะไฟฟ้า น้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องมีให้ประชาชนอยู่แล้ว ไม่ใช่มาแสวงหาผลประโยชน์และกำไรสูงๆเช่นนี้” นพ.วรงค์กล่าวพท.เชื่อ “ทักษิณ” ห่วง ปท.ไม่เปลี่ยนนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะได้รับการพักโทษ ช่วงชีวิตเผชิญมรสุมการเมืองมากมาย แต่แนวคิดมุมมองความห่วงใยต่อประเทศและประชาชนยังเหมือนเดิม ถูกจองจำแต่กำลังใจจากประชาชนยังเต็มเปี่ยม ไม่แปลกใจถ้าวันที่ได้รับพักโทษ จะมีแกนนำ สมาชิกพรรค คนเสื้อแดงไปรอรับคับคั่งด้วยพลังความรัก ความศรัทธา พลังความคิด ประสบการณ์มุมมองรู้เท่าทันโลก เป็นเรื่องสำคัญช่วงโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เมื่อได้รับอิสรภาพท่านจะวางบริบททั้งการเมือง งานสังคม งานประเทศอย่างไรไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามุมมอง ประสบการณ์ ความห่วงใยที่มีต่อประเทศไม่เคยแปรเปลี่ยนประชาชนไม่เคยลืมใครทำให้ชีวิตดีขึ้น สิ่งที่ยังอยู่ในใจคนไม่ใช่เพียงคำพูด แต่คือผลงานที่ทำแล้วสำเร็จ พิสูจน์ได้จริงรบ.ดันไทยสู่ Tier1 ป้องกันค้ามนุษย์น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกฯและ รมว.มหาดไทย แถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ มีผลงานใหญ่ดำเนินคดียึดและอายัดทรัพย์สินนายเบน สมิธ นายยิม เลียก กับพวก 2 หมื่นกว่าล้านบาท ขยายผลครอบคลุมการกระทำผิดที่ใช้ไทยเป็นฐานการฟอกเงิน อีกทั้งยังทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ชายแดนไทย-กัมพูชา พบผู้ถูกบังคับใช้แรงงานกว่า 1 หมื่นคนหลายสัญชาติ ล่าสุดมีการหารือร่วมกันระหว่างไทย-สหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 21-25 เม.ย. หน่วยงานไทยร่วมกับหน่วยงานสหรัฐฯยกระดับความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ปีที่ผ่านมาชาวอเมริกันตกเป็นผู้เสียหายมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือ 1.9 แสนล้านบาท จากนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติการจริงจัง เชื่อไทยตั้งเป้ายกระดับสถานะจากการประเมินการค้ามนุษย์ที่อยู่ Tier 2 ต่อเนื่องมา 4 ปี สู่ Tier 1 สร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวของไทยอย่าเชื่อปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 3 พันน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า เพจไทยคู่ฟ้ายืนยันชัดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยไม่เคยกล่าวว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์...” ตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ เป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม ขออย่าเชื่อข่าวบิดเบือน ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย กรณี “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอม ปัจจุบันการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2566 ดังนี้ อายุ 60-69 ปี อัตรา 600 บาท/คน/เดือน อายุ 70-79 ปี อัตรา 700 บาท/คน/เดือน อายุ 80-89 ปี อัตรา 800 บาท/คน/เดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือนลุยปราบผลิตภัณฑ์ผิด ก.ม.ออนไลน์น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล การซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตรวดเร็ว และมาพร้อมความเสี่ยงจากโฆษณาโอ้อวดเกินจริง แอบอ้างสรรพคุณ ผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับอนุญาตหรือลักลอบใช้สารอันตราย รัฐบาลสั่งการให้เข้มงวด โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2566-ปัจจุบัน ปิดกั้นโฆษณาผิดกฎหมายได้กว่า 121,494 รายการ ดำเนินคดีผู้กระทำผิด 6,748 คดี และทลายแหล่งกระทำผิด 576 แห่ง มูลค่าของกลางรวมกว่า 1,152 ล้านบาท โดยใช้ระบบ AI และ API เชื่อมโยงการทำงานกับ 10 แพลตฟอร์มออนไลน์หลักตรวจจับและคัดกรองผลิตภัณฑ์และโฆษณาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่