ปลัดมหาดไทยจับมือนายกแม่บ้านมหาดไทย น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดอบรมเยาวชน ผู้ประกอบการผ้าไทย ร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดงานหัตถศิลป์ในจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน มุ่งยกระดับงานผ้าและหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นยั่งยืนระดับสากล รวมถึงร่วมกันธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไปที่ห้องนิมมาน 3 โรงแรมยูนิมาน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. เวลา 10.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับ และพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” จุดดำเนินการที่ 5 พร้อมด้วยนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย โดยได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย อาทิ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ดร.ศรินดา จามรมาน ดร.กรกลด คำสุข ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช ดร.แพรวา รุจิณรงค์ ร่วมเป็นวิทยากร โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวิยะดา นราดิศร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้ประกอบการผ้าไทยและผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 80 คน เข้าร่วมงานนายอรรษิษฐ์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีพระวิริยะอุตสาหะในการสนองงาน แบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน โดยพระราชทานแนวพระดำริการผสมผสานระหว่างศิลปะงานผ้าที่มีความเป็นอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาค กับมุมมองด้านแฟชั่นร่วมสมัย ภายใต้แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ก่อให้เกิดความนิยมอย่างแพร่หลายในทุกเพศทุกวัย อันเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณค่าผ้าไทยสู่สากล“พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ทรงได้รับประกาศเชิดชูพระเกียรติ และเหรียญสดุดีจาก UNESCO ในฐานะผู้มีคุณูปการด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งทรงเน้นย้ำถึงการส่งเสริมและพัฒนาการทอผ้าพื้นเมืองของไทย ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการดอนกอยโมเดล โครงการนาหว้าโมเดล และศูนย์เรียนรู้บาติกโมเดล รวมถึงโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นายอรรษิษฐ์กล่าวนายอรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า พระองค์ยังได้ทรงนำเสนอให้ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในปี พ.ศ.2569 สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์อันงดงามของวัฒนธรรมไทย อันมีรากฐานจากพระราชวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์พระราชทานแบบลายผ้าพระราชทานหลากหลายลวดลาย รวมถึงพระราชทานเครื่องหมายรับรอง “Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ผู้ผลิตผ้าและงานหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลในการพัฒนางานหัตถศิลป์ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวด้วยว่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยความงดงามทางศิลป วัฒนธรรมและประเพณีอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติที่เราทุกคนล้วนมีหน้าที่ต้องร่วมกันสืบสานและธำรงรักษาไว้ ดังที่ได้กล่าวว่าถึงเป็นที่ประจักษ์ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะงานผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน นอกจากนี้ เราต่างได้ชื่นชมพระบารมีและพระจริยวัตรอันงดงามของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสวีเดน ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย อันเป็นการเผยแพร่ความวิจิตรและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์และชื่นชมแก่สายตาชาวโลกนายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านถือเป็นกำลังสำคัญที่จะต้องร่วมกัน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” งานหัตถศิลป์และงานฝีมืออันทรงคุณค่าเหล่านี้ เป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานของตนเองต่อไป และขอขอบคุณคณะผู้บริหารและข้าราชการทุกท่าน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านผ้าไทยให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นจากวิกฤตการณ์สงครามหรือภัยพิบัติต่างๆ การส่งเสริมความมั่นคงทางเครื่องนุ่งห่ม ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างความมั่นคงทางอาหาร ล้วนเป็นรากฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะช่วยกันสานต่อเจตนารมณ์และภารกิจเหล่านี้ให้เจริญก้าวหน้าและยั่งยืนตลอดไปด้าน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นดินแดนที่อุดมด้วยทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “ภูมิปัญญาการทอผ้า” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวเชียงใหม่ต่างประจักษ์ชัดในพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการต่อยอดมรดกภูมิปัญญางานผ้าและงานหัตถกรรมไทย โดยได้น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาขับเคลื่อนสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับบริบทของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนจังหวัดสู่การเป็น “นครแห่งความมั่งคั่งด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพให้กับนักศึกษาและผู้ประกอบการ ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างภาคภูมิอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่