“โฆษกรัฐบาล” ดับเฟกนิวส์เปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 2 พ.ค. เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม รอข่าวจริงจากสำนักโฆษกฯ รัฐบาลระดมรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ส่งสินค้าราคาประหยัดถึงมือชาวบ้าน ปชน.อัดรัฐผลักภาระขึ้นค่าไฟย้ายความทุกข์ซ้ำเติมประชาชน เอื้อแต่กลุ่มทุนพลังงานไม่แตะเสือนอนกิน ค่ายสีส้มเปิดแคมเปญ 100 จุดทั่วกรุง ปลุกคนกรุงคิดกรุงเทพฯอยู่ยาก เสิร์ฟนโยบาย “กรุงเทพฯง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น” “ชัยวัฒน์” โอ่มีโปร 5 เดือน 5 เปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม. “วรงค์” ชงวิปฝ่ายค้านจองกฐินเชือด บี้นายกฯล้างทุจริต ก.เกษตรฯ แนะปรับ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ พท.ไม่ห่วงยันเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงทำตามขั้นตอนถูกต้อง “อนุสรณ์” มั่นใจ “ทักษิณ” พักโทษปลุกชีพ พท. “วรชัย” อวยวิกฤติประเทศต้องใช้ประสบการณ์อดีตผู้นำช่วยคลี่คลายประชาชนตั้งตารอรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพตามโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่ง” ล่าสุดมีข่าวแพร่หลายในโลกออนไลน์ว่ามีการเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.จน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอมลงทะเบียนคนละครึ่ง 2 พ.ค.เฟกนิวส์เมื่อวันที่ 2 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอแจ้งพี่น้องประชาชนว่ายังไม่ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนคนละครึ่งแต่อย่างใด ที่แชร์กันว่าจะเริ่มลงทะเบียนได้ 2 พ.ค.เป็นข่าวปลอม โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่ง” จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนวันเปิดลงทะเบียนขอให้ติดตามการประกาศจากกระทรวงการคลัง และสำนักโฆษกฯจะนำมาแจ้งให้ทราบทันทีเปิดรับรถพุ่มพวงร่วมไทยช่วยไทยน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เพื่อเสริมบทบาทของผู้ค้ารายย่อยกระจายสินค้าราคาประหยัด ตรงถึงมือประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุน 2 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนค่าน้ำมันเพื่อลดต้นทุนการเดินรถ และการจัดสรรสินค้าราคาประหยัดสำหรับนำไปจำหน่ายต่อให้ประชาชนในราคาที่เข้าถึงได้ สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1-7 พ.ค. ผ่านเว็บไซต์ https://mobilemarket.bora.dopa.go.th ภายหลังการสมัครจะต้องยืนยันตัวตน ณ ที่ว่าการอำเภอหรือที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 1-8 พ.ค. ประกาศผลในวันที่ 12 พ.ค.“นิกร” ชูแลนด์บริดจ์ปลดล็อกปักษ์ใต้นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ในฐานะที่เป็นคนใต้และเฝ้าติดตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของเรามาอย่างยาวนานขอสนับสนุน อย่างเต็มที่ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ จ.ระนอง-ชุมพรให้เกิดขึ้นจริง เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก ต้องทำตอนนี้เหตุผลหลัก “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤติที่ช่องแคบฮอร์มุซ กระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกา ที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกาก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมากเปลี่ยนทำเลทองเป็นโอกาสทองนายนิกรกล่าวว่า ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย สปป.ลาวและเมียนมาให้ไหลผ่านภาคใต้ เราต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน หากทำสำเร็จจะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที“คริส” โต้ “หนู” พูดเองเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เบรกพรรคเศรษฐกิจอย่าทึกทักเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ป้องนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ว่า ตามนิยามของนายกฯพรรคเศรษฐกิจไม่มีตำแหน่งใน ครม. นิยามนี้เข้าใจได้ เพราะเรายกมือโหวตนายกฯโดยไม่ได้รับตำแหน่งใดใน ครม. แต่ถ้าเอาตามวันแถลงข่าวร่วมกับพรรคต่างๆโหวตนายกฯ วันนั้นนายกฯเป็นคนพูดเองว่า “พรรคร่วมรัฐบาลนะครับ” จะเป็นพรรคองค์ประกอบร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลต้องไปถามท่านนายกฯ พรรคเศรษฐกิจมีจุดยืนแม้เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลหรืออะไรก็ตาม อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอเชียร์ให้รัฐบาลทำสุดลิ่มทิ่มประตู แต่อะไรเป็นข้อเสียข้อกังวล ต้องท้วงติงตรงไปตรงมา เราต้องจงรักภักดีต่อประชาชนที่เลือกเรามา ที่จริงไม่ได้กดดันนางศุภจีให้ลาออก แต่แนะนำการแก้ปัญหาทุเรียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไลฟ์ล่าสุดมันช่วยได้บ้าง แต่ช่วยได้ชั่วคราว จึงเสนอให้แก้เชิงโครงสร้างไปจัดการกับใบอนุญาตส่งออก รมว.พาณิชย์จัดการได้เลย ถ้าจัดการใบอนุญาตส่งออกได้ ชาวสวนทุเรียนมีสิทธิ์ส่งออกผลไม่ได้เอง ทลายการผูกขาดของล้งที่มีอยู่ในตอนนี้ ถ้า รมว.พาณิชย์ทำได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศค้านกู้เงินมาแจก–เชียร์โครงสร้างพื้นฐานเมื่อถามถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะการแจกเงินประชาชน 4,000 บาท และรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท นายคริสตอบว่าเห็นด้วยที่รัฐบาลรวมเงินในงบฯแล้วกลับมาทำเป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าต้องลงไปในโครงสร้างพื้นฐานก่อสร้างที่เป็นประโยชน์ระยะยาว เป็นไปตามจุดยืนของพรรค ไม่สนับสนุนนโยบายแจกทุกกรณี ส่วนที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หนี้สาธารณะสูงมาก 12.2 ล้านล้านบาทเมื่อเทียบกับ GDP 18.97 ล้านล้านบาท เป็น Ratioที่ 65% กำลังเข้าใกล้ 70% ตรงนี้จริงๆเราไม่เห็นด้วยที่ก่อหนี้เพิ่ม แต่ยอมได้ถ้ากู้มาโดยไม่มีการทุจริตและอยากให้ลงในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจระยะยาว เช่น แลนด์บริดจ์ ตรงกับที่เราหาเสียงเอาไว้ แต่ถ้ากู้มาแจกเราไม่เห็นด้วย ทั้งนี้การที่รัฐบาลจะกู้เงินมีปัญหายังไม่เห็นรายละเอียดว่ากู้มาทำไม ส่วนแลนด์บริดจ์ยังไม่เห็นรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ในภาพใหญ่ตามหลักการขอสนับสนุนรัฐบาล แต่ในส่วนรายละเอียด ก็ต้องเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจริงๆปชน.อัดค่าไฟผลักภาระซ้ำเติม ปชช.วันเดียวกัน นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่มีหรอก “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” อย่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ พูด มีแต่การ “ย้ายเอาความทุกข์” จากคนกลุ่มหนึ่ง ไปกดทับอีกกลุ่มหนึ่งให้หนักกว่าเดิม ทั้งที่ภาพรวมประชาชนยังแบกภาระค่าไฟแพงเหมือนเดิม โครงสร้างค่าไฟใหม่ที่รัฐบาลภูมิใจนำเสนอไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอแม้แต่นิดเดียว แต่บังคับให้ประชาชนช่วยกันแบกรับกันเอง ตอนคิดนโยบายท่านนายกฯเคยคิดไหมว่านโยบายแบบนี้กำลังซ้ำเติมคนหลายๆกลุ่ม ที่พยายามปรับตัวเพื่ออยู่รอด บ้านที่อยู่รวมกันหลายคนพยายามประหยัด ใช้ไฟร่วมกันให้คุ้มที่สุด กลับต้องโดนค่าไฟแพงขึ้น เพียงเพราะยอดการใช้รวมสูงขึ้น คนที่หนีราคาน้ำมันแพง หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าพลังงาน กลับกลายเป็นต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นอีกเอื้อกลุ่มทุนพลังงานไม่แตะเสือนอนกิน“นี่ไม่ใช่นโยบายที่ช่วยประชาชน แต่มันคือการ “ผลักภาระ” ให้ประชาชนแก้ปัญหากันเอง ในขณะที่ต้นตอของค่าไฟแพงยังไม่เคยถูกแตะ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตลาดไฟฟ้าที่ผูกขาด ค่าความพร้อมจ่ายที่สูงเกินจริง หรือสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานบางกลุ่ม นายทุนพลังงานที่ทำตัวเป็น “เสือนอนกิน” ยังสบายดี ไม่สะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่นายกฯพูดวันนี้ มันไม่ใช่การเฉลี่ยสุขทุกข์ แต่มันคือการทำให้คนส่วนใหญ่ยังทุกข์เหมือนเดิม แค่เปลี่ยนว่าใครจะทุกข์มากขึ้นแค่นั้น” นายศุภโชติระบุ“ชัยวัฒน์” แย้มโปร 5 เดือน 5 ชิง กทม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ในกิจกรรมเดินรณรงค์ยื่นร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมของพรรคประชาชน พบว่าเป็นครั้งแรกในการปรากฏตัวของนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ผู้ที่เป็นกระแสข่าวและถูกจับตาว่าเป็นแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค ปชน. ที่ได้เดินขบวนยื่นร่างกฎหมายจากแยกบางโพไปยังรัฐสภา เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ปชน.เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ นายชัยวัฒน์ตอบเพียงว่า ให้ติดตามในวันที่ 5 เดือน 5 ในวันดังกล่าวจะเปิดตัวผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชน พร้อมกับเปิดนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งสนาม กทม. “มีโปรโมชัน 5 เดือน 5 รับรองว่าทุกท่านจะไม่ผิดหวัง คน กทม.ทุกท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอน” นายชัยวัฒน์กล่าวปชน.เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุดทั่วกรุงผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรค ปชน.เปิดแคมเปญ Out of Home (OOH) ขนาดใหญ่ ขึ้นบิลบอร์ดกว่า 100 จุดทั่ว กทม. ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ตั้งแต่ย่านธุรกิจ เส้นทางหลักไปจนถึงพื้นที่ที่ประชาชนออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมแต่ละวัน ข้อความสะท้อน “ความยาก” ในชีวิตของคนกรุงเทพฯในมิติแตกต่างกัน เช่น อยู่กรุงเทพฯพาแม่ไปหาหมอ ยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯกลับบ้านตอนเย็นยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ เก็บเงินยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ ค้าขาย ยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ เดินคนเดียวกลางคืนยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ หายใจยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ เลี้ยงลูก ยากมั้ย? อยู่กรุงเทพฯ อยากสุขภาพดียากมั้ย? เพื่อสื่อสารเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯคิดถึงความยากในชีวิตประจำวันที่หลายคนอาจคุ้นชินจนไม่ทันตั้งคำถาม พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความ “กรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน” เชิญชวนให้จินตนาการถึงกรุงเทพฯที่ง่ายกว่านี้สำหรับประชาชน หากมีผู้ว่าฯ กทม.และทีม สก.จากพรรคประชาชนเข้าไปขับเคลื่อนงานร่วมกัน พรรค ปชน.จะจัดงานเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.จากพรรค ปชน.วันอังคารที่ 5 พ.ค. เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 5 ห้อง The Mitr-ting Room“ชัชชาติ” ผุดเครือข่ายต่อยอดนโยบายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการโพสต์เปิดตัวเครือข่ายที่ชื่อว่า “Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน” ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทีมงานอยากจะได้ไอเดียคิดนโยบายต่อ การคิดนโยบายจึงต้องฟังเจ้านายของเราคือประชาชน เรื่องนี้คุยกันมานานหลายสิบหนแล้ว วันนี้มีเรื่องความหลากหลายทางเพศที่เสนอเข้ามา เราได้ทั้งเรื่องความเชี่ยวชาญและเรื่องพื้นที่ ใครอยู่เขตไหนมีปัญหาอะไรแบ่งปันกันมา เครือข่ายดังกล่าวเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่เราเคยทำมาก่อนคือ “เพื่อนชัชชาติ” เราจะรวบรวมแนวคิด เพื่อดูว่าขาดนโยบายไหน หรือต้องเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ ส่วนที่หลายพรรคการเมืองเริ่มทยอยเปิดตัวแคนดิเดตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นเรื่องที่ดี เพราะเรายังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลง จะได้มีตัวเลือกที่ดี ต้องมีตัวเลือกที่เยอะ คงไม่ใช่การต่อสู้อะไร เป็นการเสนอแนวคิดที่ดีเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง“วรงค์” บี้ “อนุทิน” สางทุจริต ก.เกษตรฯนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรฯ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งที่จะเกษียณอายุราชการเดือน ก.ย. อ้างเพื่อความเหมาะสม ขณะมีกระแสข่าวญาติ รมว.เกษตรฯ ติดต่อของบฯซ่อมบำรุงเครื่องบินในกรมฝนหลวงว่า เท่าที่ติดตามทราบว่าอธิบดีจะไปร้องขอความเป็นธรรมต่อพรรคกล้าธรรม แต่ยังไม่คืบหน้า แต่เมื่อมีการพูดถึงว่างบฯซ่อมบำรุงเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ เข้าใจได้ว่าขณะนี้มีกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาทำมาหากินหรือหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้ ยิ่งอธิบดีกล้าเปิดเผยแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน ยิ่งทำให้สังคมจับตามอง จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯต้องลงมาเคลียร์เรื่องนี้ อย่าตัดตอนหรือเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาล โยนให้เป็นหน้าที่ รมว.เกษตรฯ ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องดำเนินการกรณีที่รู้ว่าจะ มีการเข้ามาหาประโยชน์จากงบฯแผ่นดินในการจัดทำงบฯปี 2570 และถือว่าเกิดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมแล้วว่ามีความพยายามจะทุจริตหาประโยชน์จากงบฯแผ่นดิน หากนายกฯปล่อยไว้ ไม่จัดการจะสวนทางคำพูดที่เพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันจี้ปรับ “สุริยะ” ออก–ชงวิปฯค้านจองกฐิน“ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องนี้มีมูลเหตุที่พอฟังได้ว่ามีความพยายามจะหาประโยชน์จากงบฯแผ่นดินในการจัดทำงบฯปี 70 นายกฯมีเหตุผลเพียงพอที่จะปรับ ครม.เอารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพัวพันกับข้อกล่าวหา หรือที่สังคมสงสัยออกไปก่อน เพราะอาจยิ่งปล่อยไว้จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลในระยะยาว อาจทำให้รัฐบาลนี้อายุสั้น เพราะเหตุผลที่นายสุริยะชี้แจงมาการโยกย้ายข้าราชการใกล้วัยเกษียณเพื่อความเหมาะสมฟังไม่ขึ้นเลย ยิ่งมีการเปิดเผยว่ามีเครือญาติโทรศัพท์ติดต่อขอคุยเรื่องงบฯซ่อมบำรุงเครื่องบิน ยิ่งชัดจึงปล่อยไว้ไม่ได้ คิดว่าการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ประจำสัปดาห์วันที่ 5 พ.ค. ในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยกเรื่องนี้มาหารือด้วยแน่นอน ถ้าท่านอธิบดีกรมฝนหลวงฯเห็นว่าผมสามารถช่วยอะไรได้ก็ยินดี” นพ.วรงค์กล่าวพท.ไม่ห่วงยัน กษ.ทำตามขั้นตอนนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมายยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าการที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะตัวหรือไม่ว่า อยากให้สังคมติดตามข้อมูลข้อเท็จจริงของเรื่องนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยถูกทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล ทราบว่าต้องเร่งจัดทำงบประมาณ ปี 70 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามที่ได้หาเสียงไว้ การหารือหน่วยราชการจึงเป็นเรื่องปกติ แต่ที่บอกว่าลูกหลานใครเรียกไปดูงบประมาณตามที่มีการกล่าวอ้างนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง และการที่นายเรืองไกรยื่นคำร้องต่อ กกต.ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะการดำเนินการของกระทรวงเกษตรฯ ทำทุกอย่างตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง มั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหากระทบต่อการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯอย่างแน่นอนไม่แปลก รมว.ขอดูงบฯก่อนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานและหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ถูกร้องเรื่องจริยธรรม ว่า เป็นสิทธิตามกฎหมายสามารถดำเนินการได้ เป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวินิจฉัยต่อไป แต่พรรคเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายสุริยะ เหตุการณ์ค่อนข้างชัดเจนมีการประสานเข้าไปพูดคุยก่อนหน้าที่พวกตนจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ตั้งแต่ตอนเป็นฝ่ายค้านไม่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ได้มีกระบวนการการใช้อำนาจหน้าที่ใดๆ และการไปดูงบฯตนอยู่กระทรวงแรงงานก็เชิญทุกหน่วยงานมาคุยว่าจะทำคำของบฯปี 70 รมว.ต้องเซ็นเข้าจะให้ไม่รู้คำขอเลยเป็นไปไม่ได้ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประชุมกันหลายครั้งจะได้ลำดับความสำคัญ ส่งคำขอไปยังสำนักงานงบฯพิจารณา การขอดูงบฯหน่วยงานรัฐ ทุกกระทรวงก็ทำกันไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นธรรมดารัฐมนตรีต้องทราบและต้องเซ็น ฟังดูไม่มีอะไรในกอไผ่ การปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการเกิดขึ้นโดยปกติเพื่อให้การขับเคลื่อนแต่ละส่วนงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตามนโยบาย การเปลี่ยนรัฐบาลมีการขับเคลื่อนนโยบายที่แตกต่าง อยู่ที่เจ้ากระทรวงจะพิจารณา ไม่ใช่เกมการเมืองฝั่งตรงข้าม การโดดรับลูกเป็นจังหวะทางการเมือง ต้องมั่นคงเข้าไว้เอางานเป็นหลักยก “ทักษิณ” พักโทษปลุกพลังใจ พท. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรค พท.กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะได้รับการพักโทษวันที่ 11 พ.ค.ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนเชิงจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงหัวใจสมาชิกพรรค พท. นายทักษิณเปรียบดั่งศูนย์กลางแห่งศรัทธาเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคงทางความคิด และเป็นพลังขับเคลื่อนในหมู่สมาชิกพรรค การได้รับการพักโทษในครั้งนี้ จึงเสมือนสายลมแห่งความหวัง ที่พัดพาความเชื่อมั่นและพลังใจกลับคืนสู่ทุกภาคส่วนของพรรค พท. ที่ผ่านมาแม้จะมีมรสุมทางการเมือง พรรค พท.ยังคงยืนหยัดด้วยความแน่วแน่ สถานการณ์ที่คลี่คลายลงครั้งนี้ แม้จะอยู่ในรูปแบบของการพักโทษ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูขวัญกำลังใจ และยกระดับเสถียรภาพการทำงานภายในพรรคให้มั่นคงยิ่งขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันและความท้าทายผลเชิงบวกยิ่งใหญ่ลึกซึ้งทุ่มเททำงาน เมื่อถามว่าการออกมาครั้งนี้ของนายทักษิณจะมีผลต่อการฟื้นฟูพรรคหรือไม่ นายอนุสรณ์ตอบว่า ผลกระทบในเชิงบวกนั้นยิ่งใหญ่และลึกซึ้ง โดยเฉพาะในมิติของขวัญกำลังใจของบุคลากรทางการเมือง จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายทุ่มเททำงานอย่างไม่ย่อท้อ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลางแห่งการขับเคลื่อน แม้นายทักษิณจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม แต่ยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็นศูนย์รวมแห่งเจตจำนงร่วมที่หล่อหลอมให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน มุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเสื้อแดงรวมพล รอรับหน้าเรือนจำ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะได้รับการพักโทษวันที่ 11 พ.ค. คนเสื้อแดงจะให้การต้อนรับอย่างไรว่า คนเสื้อแดงมีการรวมตัวให้กำลังใจนายทักษิณตลอดทุกวันอาทิตย์อยู่แล้ว วันที่ 11 พ.ค. จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษเริ่มตั้งแต่เย็นวันที่ 10 พ.ค. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯหรือเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการนัดรวมตัวคนเสื้อแดง เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนายทักษิณออกจากเรือนจำในช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. เย็นวันนั้นจะมีการทานอาหารเย็นร่วมกัน และจัดเวทีเสวนาของคนเสื้อแดงถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในบ้านเมืองว่าเราได้ทำอะไรกันเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาธิปไตยกันบ้าง คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงรวมตัวหลักพันคนขึ้นไป จึงขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย และรักความเป็นธรรม มาให้กำลังใจรอรับนายทักษิณ อดีตนายกฯที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากที่สุด และถูกกระทำมากที่สุด และไม่ได้รับความยุติธรรมมากที่สุดวิกฤติ ปท.ต้องใช้อดีตนายกฯผู้ช่ำชอง เมื่อถามว่าหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าหลังได้รับการพักโทษนายทักษิณควรวางมือทางการเมือง นายวรชัยกล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ คนที่เหมาะสมจะนำความคิดและประสบการณ์จากการอยู่ต่างประเทศมานานมาช่วยแก้ไขวิกฤติประเทศ ไม่ว่าจะน้ำมัน สงครามเย็นและสงครามเศรษฐกิจคือนายทักษิณ เพราะมีประสบการณ์ ความสามารถและคอนเนกชันมากที่สุด แต่ฝ่ายอนุรักษ์อาจมองว่านายทักษิณควรหยุด ควรพอได้แล้ว แต่บ้านเมืองไม่ใช่พอแล้วหรือไม่พอ บ้านเมืองกำลังเจอวิกฤติที่ต้องเอาคนอย่างนายทักษิณมาช่วย วิกฤติปี 40 นายทักษิณทำให้เห็นสำเร็จมาแล้ว แต่หากนายทักษิณจะคิดจะทำอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน ความเป็นจริงการเมืองไม่ใช่เรื่องจำกัดสิทธิ อยู่ที่ว่าคนคนนั้นยังมีความรู้จะช่วยประเทศชาติและประชาชนอย่างไร สถานการณ์นี้นายทักษิณควรมีส่วนร่วมแก้ไขวิกฤติประเทศ อาจเพียงเสนอความเห็นในที่สาธารณะแล้วคนมีหน้าที่หยิบไปใช้ก็เพียงพอ ควรนำประสบการณ์วิธีคิดของนายทักษิณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ส่วนผลต่อพรรค พท.ภายใต้การนำของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ คนรุ่นใหม่คนมีความรู้ความสามารถ เป็นคนเก่ง ถ้าได้คนอย่างนายทักษิณที่มีประสบการณ์มาช่วยเสริมจะทำให้พรรค พท.ได้รับความนิยมกลับมาได้แน่นอนนัด 30 มิ.ย.สอบ 3 จำเลยหุ้นชินฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 โจทก์ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการป.ป.ช.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากร ภาค 3 เป็นจำเลยรวม 3 ราย กรณีไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คดีดำเลขที่ 03-3-1058/2564 (อันเกี่ยวข้องกับคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป) โจทก์และจำเลยที่ 3 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภาค 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อท.95/2567 และจำเลยที่ 2 ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมในคดีหมายเลขแดงที่ อท.96/2564 ของศาลนี้ ศาลถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางกับเรือนจำกลางคลองเปรมพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยังไม่มีทนายความ ประกอบกับมีเหตุจำเลยที่ 1 มาศาลวันนี้ไม่ได้ จึงให้เลื่อนไปสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 30 มิ.ย.69 เวลา 09.30 น.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่