“ไอ้โม่ง” ชักโผล่อาละวาดกันกลาดเกลื่อน เพราะประเดิมอำนาจรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ตั้งต้นแบบอื้อฉาวอื้ออึง ทำผู้คนคาใจตั้งแต่ช่วงวิกฤติราคาน้ำมัน สงสัยมี “ไอ้โม่ง” กักตุน “ถอนทุน” บนความเดือดร้อนชาวบ้านถึงวันนี้ ผู้ต้องสงสัย “ไอ้โม่ง” เช็ดปากเปื้อนมูมมามไปซุ่มพรางตัว และบังเอิญพอดิบพอดี หน่วยงานตรวจสอบเอาผิดเบนเป้าบี้ไปทางอื่น เปิดทาง “บิ๊กโม่ง” เร้นกายหนีผิดไปตามระเบียบ ยังไม่ถูกจับโดยละม่อมถึงแม้ฝ่ายค้านนำโดย “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน สตาร์ตเครื่องจักรสีส้มสปีดไล่บี้ ล่าสุดตั้งกระทู้ถาม “นายกฯอนุทิน” ตั้งข้อสงสัยเหตุ “บังเอิญ” หลายปม กระทบพาดพิง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและ รมว.คมนาคม กับสายสัมพันธ์กับเสี่ยใหญ่ อีกไอ้โม่งตัวใหญ่ผู้ต้องสงสัยมีหลากคำถามที่ผู้นำไม่สนใจมาตอบเคลียร์เองทั้งที่คิวไอ้โม่งอมน้ำมันเริ่มบานปลาย สาวไส้ไปถึง “เสี่ยตือ” เจ้าพ่อน้ำมันและธุรกิจบ่อนกาสิโนชายแดนไทย—เขมรหลายแห่ง ขุดปูมประวัติแล้วเป็นนายทุนการเมืองสารพัดค่าย แถมถูกโยงไปถึงขบวนการใหญ่แก๊งทุนเทา และแผนฮุบบริษัทน้ำมันใหญ่ของประเทศไทยเมื่อผู้นำเบามือล่าไอ้โม่ง ก็ไม่แปลกวันนี้ก็เลยมีบรรดา “ไอ้โม่ง” ในหน่วยงานต่างๆ ถูกเปิดโปงเป็นรายวันล่าสุดอธิบดีกรมฝนหลวงโดนย้ายก่อนเกษียณไม่กี่เดือนก็ออกมาแฉ ยกเหตุไม่สนอง “แก๊งโม่งใหม่” เป็นเหตุสังเกตได้ ปูดข้อมูลดุเดือดร้อนแรง แม้ไม่ระบุชัด แต่ก็ทำ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรฯ สะดุ้งโหยง และคงต้องรีบหาทางเบรกพฤติกรรม แก๊งโม่งไม่ให้เกิดรายการ ล้วง ตบ และโกยตั้งแต่หัววันมีบทเรียนให้ระวัง เครดิตเสื่อมเหมือนผู้นำศรัทธาวูบปมน้ำมันเพียงแต่คิวนี้น่าสนใจ หากส่องลึกคิวแฉจะเห็นร่องรอยขบเหลี่ยมปีนเกลียว “อำนาจใหม่—ขั้วเก่า” ในกระทรวง โดยไม่รู้ตัวละครเอกเสื้อแดง—เสื้อเขียว ที่เคยร่วมวงอำนาจมีอะไรขัดข้องหมองใจ หรือทุบกันปกติในวาระ “ตีเมืองขึ้น หวงของ เฝ้าทรัพย์” ธรรมดาๆที่แน่นอนคือ ประชาชนคนดูข้างเวทีหวาดระแวง “ไอ้โม่ง” กันไปหมดแล้วชนิดที่ รัฐบาลชุดนี้แม้มีของดีของขลัง ผู้ใหญ่อำนาจล้นอุปถัมภ์ แต่หยิบจับทำอะไรก็ดูจะไม่เข้าตาชาวบ้านไปเสียหมดอย่างที่รัฐมนตรีระดับนางกวัก เดินกลยุทธ์ที่คิดว่าเจ๋ง สูตรใหม่ไลฟ์คอมเมิร์ซ ช่วยไลฟ์ขายทุเรียนราคาปังๆ แต่แผนหาแสงสร้างชื่อกลับทำ “ซุปเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ พังไม่เป็นท่าเล่นกับทุเรียนของแหลม “วิมานหนาม” วิมานล่มไปแล้วโยงไปถึงสถานการณ์รวมๆรัฐบาลซวนเซ ถ้าตั้งหลักไม่ได้ก็ส่อเป๋ยาว ที่สำคัญเพราะเหตุจากศรัทธาวูบไปเยอะ เพิ่มความระแวงเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมือง หลายแผนงานโครงการต่างๆนับจากนี้ถูกสังคมจับตา ทำพลาดก็ส่อพังไม่เป็นท่ากันอีกตัวอย่างจากโครงการ “แลนด์บริดจ์” ซุปเปอร์เมกะโปรเจกต์สะพานเศรษฐกิจ สะพานบกเชื่อมฝั่งทะเลอันดามัน-อ่าวไทย ถึงแม้ “รมต.พิพัฒน์” ขึงขังยกเหตุผล ความจำเป็น ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ ในภาวะที่ประเทศต้องลงทุนขนาดใหญ่ อย่างการพัฒนาโลจิสติกส์ ตามแผนยกระดับไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ ฮับขนส่งทางทะเลแห่งใหม่ของโลกแต่แรงต้าน เสียงคัดค้านทั่วทิศ ทั้งเปิดข้อมูลความคุ้มค่าการลงทุนในเชิงเศรษฐศาสตร์โดยตรงแล้ว ยังมีคำถามถึงมิติอื่นๆ ทั้งผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งปมความมั่นคง ในห้วงภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังร้อนระอุ ไทยไม่ควรเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงมีหลายฝ่ายสะกิดให้รัฐบาลต้องมองกว้างและลึก ระวังประเด็นล่อแหลม เปิดพื้นที่จนกลายเป็นอีก “จุดความร้อน” ของโลก ในยุทธศาสตร์การช่วงชิงภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ลากไทยไปกลางวงขัดแย้งมหาอำนาจ ได้ไม่คุ้มเสียแต่เหนืออื่นใด แนวต้านที่จะทำโครงการใหญ่รัฐบาลล่มออกทะเล หนีไม่พ้นเรื่องความหวาดระแวง ผู้คนเป็นห่วงรายการซุ่มซ่อน แอบแซ่บซ่อนโกงเพราะถึงแม้รัฐบาลจะแจกแจงยิบถึงมาตรการป้องกัน ยืนยันหลักความโปร่งใสธรรมาภิบาลยังไงเชื่อว่าหยุดอารมณ์แหยง “ไอ้โม่งกินจุ” ไม่ได้.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม