“ทรัมป์” ระทึก หลังมือปืนชายบุกเดี่ยวโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ขณะผู้นำสหรัฐฯ พร้อมสตรีหมายเลขหนึ่ง และบิ๊กรัฐมนตรีอยู่ในงาน โดยคนร้ายยิงเปิดทางทำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเจ็บ 1 นาย แต่สุดท้ายถูกยิงสกัดก่อนเข้าถึงห้องจัดงาน ถือเป็นการลอบสังหาร “ทรัมป์” ครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี ขณะที่เจ้าตัวโวคนมีผลงานย่อมมีคนไม่พอใจ ปัดอย่าโยงเอี่ยวปมขัดแย้งอิหร่าน ด้านเอฟบีไอเร่งหาแรงจูงใจ พบเป็นครูกวดวิชา เคยได้รางวัลครูดีเด่น แต่ขณะก่อเหตุพกอาวุธปืนกับมีดมาเพียบ ส่วนการเจรจากับอิหร่านเป็นหมัน “ทรัมป์” สั่งยกเลิกการพูดคุยรอบ 2ถือเป็นเหตุอุกอาจอีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผู้นำประเทศ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกคนพยายามลอบสังหาร เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี โดยครั้งล่าสุดเกิดเหตุในงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวประจำปีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นหนุ่มบุกเดี่ยวงานเลี้ยงสื่อฯทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุความวุ่นวายได้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.36 น.ของวันที่ 25 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือช่วงเช้าของวันที่ 26 เม.ย.ตามเวลาประเทศไทย ภายในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ ที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเริ่มงานเลี้ยงได้ประมาณ 5 นาที ผู้ต้องสงสัยเป็นชาย ได้วิ่งฝ่าจุดตรวจรักษาความปลอดภัย มุ่งไปยังห้องบอลรูม สถานที่จัดงานที่เต็มไปด้วยบุคคลสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัด รวบตัวไว้ได้ที่บริเวณนอกประตูหลังห้องบอลรูมยิง จนท.เจ็บก่อนถูกรวบจากการเปิดเผยของฝ่ายความมั่นคงในเวลาต่อมาระบุว่า คนร้ายเปิดฉากด้วยการใช้ปืนสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ในระยะกระชั้นชิด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่สวมเสื้อเกราะ จึงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายได้วิ่งฝ่าจุดตรวจรักษาความปลอดภัยไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่เริ่มยิงตอบโต้ แต่ไม่มีรายงานชัดเจนว่าคนร้ายได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด แต่เจ้าหน้าที่ค้นตัวคนร้ายพบว่า นอกจากปืนสั้นแล้ว คนร้ายยังพกปืนลูกซองสั้นกับมีดหลายเล่ม และทราบชื่อคนร้ายคือ นายโคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี เป็นแขกที่เข้ามาเปิดห้องพักในโรงแรม พื้นเพเป็นคนเมืองทอร์เรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เบื้องต้นยังไม่ยืนยันแรงจูงใจว่า ต้องการบุกเข้าไปในงานเพื่อลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯหรือไม่จนท.รีบพา “ทรัมป์” ไปอย่างไวทั้งนี้ ในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวจากสำนักต่างๆ หลายคนได้พยายามหลบลงใต้โต๊ะ บางรายยังไม่รู้ตัวว่าเกิดความวุ่นวายอะไรขึ้น ได้ยินแค่เสียงดังปัง และมารู้ตัวว่าเกิดเหตุผิดปกติเมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ซีเคร็ต เซอร์วิส พากันวิ่งกรูเข้ามาให้ห้อง ตะโกนแจ้ง “มีการยิงปืน” ตามด้วยเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าคุ้มกันประธานาธิบดี จากนั้นพาตัวนายโดนัลด์และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ออกไปจากงานทันที โดยมีเจ้าหน้าที่บางส่วนเล็งปืนไรเฟิลกวาดไปทั่วห้อง เพื่อตรวจตราป้องกันภัยคุกคาม ขณะที่ผู้ร่วมงานหลายร้อยคนเริ่มหาที่หลบภัยด้วยการหมอบลงใต้โต๊ะ และมีผู้สื่อข่าวบางส่วนออกจากห้องไปสังเกตการณ์ที่เกิดเหตุบริเวณด้านนอกห้องบอลรูม ซึ่งยืนยันในเวลาต่อมาว่าได้กลิ่นเหม็นไหม้จากการใช้อาวุธปืนของคนร้ายหรือเจ้าหน้าที่ และมีรายงานว่า นายทรัมป์ ได้เดินทางออกจากโรงแรมไปในเวลา 21.45 น.“ทรัมป์” เปิดแถลงข่าวทันทีหลังเกิดเหตุไม่นาน นางเหว่ยเจี้ย เจียง ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ ประกาศว่างานเลี้ยงจะดำเนินต่อไปตามปกติหลังเหตุวุ่นวายจบลง แต่เปลี่ยนมาชี้แจงภายหลังว่า งานเลี้ยงจะจัดขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆพากันแห่ออกจากงานเพื่อมุ่งไปยังทำเนียบขาวสหรัฐฯ ที่อยู่ห่างออกไป 3 กิโลเมตร ภายหลังจากทราบว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯจะจัดการแถลงข่าวชี้แจงทันทีภายในทำเนียบขาว สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานด้วยว่า ผู้สื่อข่าวหลายคนจำเป็นต้องทิ้งรถไว้ที่โรงแรม และพากันวิ่งไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ทันนายทรัมป์แถลง เพราะการจราจรออกจากงานติดขัดอย่างรุนแรง รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้มีการกั้นเขตรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขอบคุณเจ้าหน้าที่ปิดจ๊อบเร็ว จากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาแถลงข่าวในชุดทักซิโด้ที่ใส่ไปงานเลี้ยงดังกล่าว เช่นเดียวกับผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในชุดราตรีที่ใส่ไปร่วมงานเลี้ยง โดยผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องไม่คาดคิด แต่ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ซีเคร็ท เซอร์วิส และอื่นๆ ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว งานเลี้ยงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เป็นงานที่พรรคการเมืองและผู้สื่อข่าวมารวมตัวกันจำนวนมาก เป็นงานที่สวยงามและแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่กลับเกิดเหตุความวุ่นวายจากชายพกอาวุธ โจรที่หวังทำลายรัฐธรรมนูญของเรา มีเจ้าหน้าที่ถูกยิง 1 นาย แต่ดีที่สวมเสื้อเกราะมีคุณภาพ เป็นการยิงระยะใกล้เผาขน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวปลอดภัยดี แข็งแรงดี มีขวัญกำลังใจดี เราขอขอบคุณ คนร้ายมีความรวดเร็วมาก เป็นพวกสติไม่ดี บ้าบอ และตนยังอยากมีชีวิตอยู่นะ เพื่อทำให้ประเทศนี้ยิ่งใหญ่เล็งแถลงที่เดิมแต่ จนท.ไม่ยอมนายทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่าทำไมรัฐบาลจึงมีความจำเป็นในการสร้างห้องจัดเลี้ยงทดแทนอาคารฝั่งตะวันออกเก่าในทำเนียบขาว โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ไม่ได้มีความปลอดภัยรัดกุมขนาดนั้น อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันแสดงความรับผิดชอบต่อการรายงานข่าวเรื่องนี้กันหน่อย และความจริงตนอยากกลับไปจัดแถลงข่าวภายในห้องงานเลี้ยงด้วยซ้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม ต้องให้มาแถลงข่าวในทำเนียบขาวลั่นมีผลงานย่อมมีคนไม่พอใจจากนั้น นายทรัมป์เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถาม โดยให้นางเหว่ยเจี้ย เจียง ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวถามเป็นคนแรก ซึ่งผู้นำสหรัฐฯตอบว่าทีแรกคิดว่าใครทำถาดหล่น มันเป็นเสียงดังมาจากไกลๆ ส่วนข้อซักถามที่ว่าคิดว่าตัวเองเป็นเป้าหมายการลอบสังหารหรือไม่ นายทรัมป์ ตอบว่าคงงั้น เวลาทำงานมีผลงานย่อมมีคนอยากเล่นงาน และอาจมีบางคนคงไม่พอใจนัก แต่คนร้ายอยู่ไกลมาก หากเทียบระยะแล้วเหมือนกับการวิ่งชาร์จมาตั้งแต่ครึ่งสนามอเมริกันฟุตบอลรู้ว่าอันตรายแต่ต้องยอมรับผู้สื่อข่าวถามนายทรัมป์ว่ากังวลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ยอมรับกังวลกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่การเป็นนักการเมือง เป็นอาชีพที่อันตรายอยู่แล้ว การเป็นผู้บัญชาการสูงสุด ย่อมแปลว่าคุณต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้ และตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯว่าตามสถิติแล้วถือว่าอันตรายยิ่งกว่านักแข่งรถหรือนักสู้วัวกระทิง และเชื่อว่าตนเองคือเป้าหมายของมือปืนในคืนนี้ หลังเจอกับเหตุการณ์ลอบสังหารมาแล้ว 2 ครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเชื่อคนร้ายก่อเหตุคนเดียวทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯยืนยันว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวอีกครั้งภายใน 30 วัน ซึ่งจะจัดให้ใหญ่กว่าและดีกว่าเดิม ส่วนเรื่องมือปืนผู้ก่อเหตุเชื่อว่าลงมือคนเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นห้องพักของมือก่อเหตุที่รัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ ต่อมานายทรัมป์ยังได้เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยขณะถูกจับกุม รวมถึงคลิปกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่ามีชายคนหนึ่งวิ่งผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัย ก่อนเจ้าหน้าที่ชักอาวุธและเริ่มยิงตอบโต้ โดยผู้ก่อเหตุไม่สามารถฝ่าการรักษาความปลอดภัยเข้าสู่ห้องบอลรูมได้เร่งรวบรวมหลักฐานผู้ก่อเหตุด้านนายท็อดด์ บลานเชตต์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรม แถลงต่อจากนายทรัมป์ว่า จะมีการตั้งข้อหาผู้ก่อเหตุเร็วๆนี้ และเจ้าหน้าที่อารักขา รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุเบื้องต้นตั้ง 2 ข้อหามือปืนสำหรับการดำเนินคดีคนร้ายที่ก่อเหตุบุกไปสถานที่จัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบข่าว นายเจฟฟ์ แคร์รอล ผู้บัญชาการตำรวจกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยืนยันว่าคนร้ายถูกส่งไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อทำการประเมิน แต่เบื้องต้นไม่พบอะไรบ่งชี้ว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิด คาดว่าเป็นการก่อเหตุโดยลำพังและเบื้องต้นได้ตั้งข้อหาผู้ก่อเหตุไว้ 2 ข้อหาคือ ใช้อาวุธปืนเพื่อก่ออาชญากรรมรุนแรง และใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาล และคาดว่าจะมีการตั้งข้อหาอื่นๆเพิ่มเติมต่อไปเปิดประวัติเป็นครูกวดวิชาขณะที่สำนักข่าวแอลเอไทมส์รายงานว่า นายโคล โทมัส อัลเลน ผู้ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยชั้นนำคาลเทค เมื่อปี 2560 ก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่คาล สเตท โดมิงเกซ ฮิลส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 2568 นายอัลเลน ยังประกอบอาชีพครูกวดวิชา เคยได้รับยกย่องเป็นครูดีเด่นจากสถาบันกวดวิชา ซี 2 เอดูเคชัน ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า นายอัลเลนเคยบริจาคเงิน 25 ดอลลาร์ สนับสนุนการระดมทุนหาเสียงของนางคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครตเพื่อนยันเป็นคนฉลาดไม่เพี้ยนวันเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีซี นิวส์ของสหรัฐฯยังรายงานอ้างอดีตเพื่อนร่วมทีมวอล เลย์บอลของนายโคล โทมัส อัลเลน ผู้ก่อเหตุยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวสหรัฐฯ โดยเพื่อนร่วมทีมไม่เปิดเผยนามรายนี้ระบุว่า นายอัลเลนไม่ได้เป็นคนเพี้ยน มีความอ่อนโยน และฉลาดมากด้วย ฉลาดในระดับที่ไม่ต้องเข้าชั้นเรียนก็เข้าใจ มีความรู้รอบตัวกว้างขวาง และเป็นคนช่างสงสัย เรียกได้ว่าเป็นคนเก่งที่ครบเครื่องยกเลิกคณะคุยอิหร่านรอบสองต่อมา นายทรัมป์ยังได้ชี้แจงความคืบหน้าเรื่องการเจรจาหย่าศึกรอบสองกับอิหร่าน โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯได้ตัดสินใจยกเลิกการส่งคณะเจรจาไปยังกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานด้วยมองว่าเสียเวลาเดินทางและงานยุ่ง อิหร่านยังคงเสียงแตกภายในรัฐบาล ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใหญ่กันแน่ รัฐบาลสหรัฐฯ ถือไพ่ได้เปรียบทุกอย่าง อิหร่านไม่มีอะไรเลย หากอิหร่านอยากจะคุยก็ขอแค่โทร.มาอย่าโยงเหตุมือปืนกับปมอิหร่านเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลสหรัฐฯเตรียมกลับไปทำสงครามต่อหรือไม่ นายทรัมป์บอกว่า การยกเลิกส่งคณะเจรจา ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปรบ เรื่องนี้ยังไม่ได้คิด ส่วนสถานการณ์มือปืนก่อเหตุวุ่นวายในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว จะไม่มาเบี่ยงเบนความสนใจในการเอาชนะสงครามในอิหร่าน ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับสงครามอิหร่านหรือไม่ แต่คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวนะ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ได้สื่อชี้ปีนี้ “ทรัมป์” ยอมมางานเลี้ยงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เป็นที่ทราบกันดีในแวดวงผู้สื่อข่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ชอบงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ไม่เคยเข้าร่วมตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ผ่านมา เนื่องจากนายทรัมป์ มักถูกจิกกัดอย่างรุนแรงทุกครั้งตอนที่มาร่วมในช่วงลงการเมืองแรกๆ สมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา แต่งานในปีนี้ นายทรัมป์ตัดสินใจตอบรับคำเชิญ ยกคณะมาพร้อมกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ไปจนถึงนายแคช ปาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งชาติสหรัฐฯ (FBI) และนายโรเบิร์ต เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐฯ“โรนัลด์ เรแกน” ถูกลอบยิงที่นี่นอกจากนี้ โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ยังเป็นสถานที่ที่นายโรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน ถูกลอบยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อปี 2524 สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯยังเผยแพร่คลิปวิดีโอที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ พูดเป็นลางก่อนเปิดงานว่า คืนนี้งานเลี้ยงจะเต็มไปด้วย “Shots fired” ซึ่งหมายถึงการปล่อยมุกจิกกัดอย่างดุเดือด แต่ถ้าแปลตรงตัวจะหมายความว่าการยิงปืน2 ปี “ทรัมป์” ถูกลอบสังหาร 3 ครั้งอนึ่ง หากนับเหตุการณ์ป่วนงานเลี้ยงครั้งนี้ว่าเป็นการพยายามลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเท่ากับว่านายทรัมป์ถูกพยายามลอบสังหารมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกคืองานหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเดือน ก.ค.2567 นายทรัมป์ถูกมือปืนสไนเปอร์ลอบยิง กระสุนเฉี่ยวใบหู ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ขณะที่คนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมภายในที่เกิดเหตุ ครั้งที่สองคือเหตุมือปืนได้ดักรอซุ่มยิงนายทรัมป์ที่สนามกอล์ฟ มาร์-อา-ลาโก ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ในเดือน ก.ย.2567 แต่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสามารถเข้าสกัดไว้ได้ก่อนคนร้ายจะลงมือผู้นำอินเดียประณามเหตุบุกยิงจากนั้นตลอดวัน สื่อต่างประเทศต่างรายงานปฏิกิริยาของบรรดาผู้นำประเทศต่างๆต่อกรณีคนร้ายก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ โดยนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ออกแถลงการณ์ทันทีต่อเหตุยิงที่เกิดขึ้น ระบุว่าความรุนแรงไม่มีที่ยืนในประชาธิปไตยและสมควรจะต้องถูกประณาม เช่นเดียวกับนางทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และนางคลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก ที่แถลงแสดงความโล่งใจที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้รับอันตราย“อนุทิน” รู้ข่าวแล้วต้องระวังด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถึงเหตุยิงในสถานที่จัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ซึ่งมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมอยู่ในงานว่า เห็นแล้วและคงต้องระวังกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่