พรรคประชาชนปรับทัพใหม่ “ณัฐพงษ์” รั้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค “พิจารณ์” นั่งเลขาธิการพรรค “เท้ง” ลั่นเดินหน้ายุทธศาสตร์สู้ระบอบกินรวบกัดกินประเทศไทย ปัก 4 หมุดหมายตั้ง ครม.เงาเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้ประเทศ ขับเคลื่อนงาน กมธ. 9 คณะลุยยุทธศาสตร์พื้นที่เร่งคัดผู้สมัคร สส.แต่ไก่โห่ เพื่อเอาชนะเลือกตั้ง ปูพรมเลือกตั้งท้องถิ่นต้นเดือน ก.ค. จ่อเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 5 พ.ค. “วีระยุทธ” แจง ครม.เงา 4 ด้านหัวหอกตรวจสอบรัฐบาล “อนุทิน” เปิดงานสงกรานต์พระประแดง เจอวัยรุ่นแซว “รวยไม่ไหวแล้ว” แจงดราม่าสบถคำว่า “ถุย” เป็นคำพูดจากใจ พูดคุยสนุกสนาน เปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่น “อดุลย์” ทวง รบ.ภูมิใจไทยชุบชีวิตกฎหมายนิรโทษกรรม ยึดฉันทามติเดิมของรัฐสภาพรรคประชาชน (ปชน.) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคใหม่ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ มาเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยมีการวางยุทธศาสตร์ต่อสู้กับระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศ พร้อมเตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยเป็นรายสัปดาห์ปชน.จัดทัพ “เท้ง” หน. “จ้อน” เลขาฯเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 มีแกนนำพรรค สส. บุคลากรพรรคจากสาขาต่างๆ เข้าร่วมงานพร้อมเพรียง อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค โดยที่ประชุมได้ดำเนินกระบวนการเสนอชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ผลสรุปเป็นไปตามคาด นายณัฐพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคต่อไป นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส.นครปฐมได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส่วนตำแหน่งที่น่าสนใจอื่นๆมี อาทิ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษกพรรค ปชน.วางยุทธศาสตร์สู้ระบอบกินรวบประเทศนายณัฐพงษ์ขึ้นกล่าวบนเวทีเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเราถูกบีบว่าพรรค ปชน.จะต้องเลือกทำทางไหน จะเป็นพรรคเชิงกระแส หรือพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานในพื้นที่ เราจะต้องเลือกทั้ง 2 อย่างดีที่สุดไปพร้อมกัน เป็นภารกิจหน้าที่เราทุกคนต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศ คือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่ สำหรับ 4 หมุดหมาย คือ 1.เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา 2.ขับเคลื่อน กมธ.ทั้ง 9 คณะ 3.การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง พร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็วภายในเดือน ก.ค. ให้ลงไปทำงานในพื้นที่นำเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิด และ 4.การเลือกตั้งท้องถิ่น สมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจากสนามพัทยา เชื่อว่าภายในต้นเดือน ก.ค.ทีมกรุงเทพฯทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก.จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯแน่นอน“พิจารณ์” ชี้มีโอกาสกลางนิติสงครามนายพิจารณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีหน้าที่ในการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ในภาวะนิติสงคราม ภายใต้สถานการณ์การสั่งไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ มองว่าเป็นโอกาสในวิกฤติที่จะขับเคลื่อนการทำงานผ่าน 10 สส.ที่ไม่ได้ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีพลัง ฉะนั้นเรื่องของความกดดันคงไม่ใช่ประเด็น แต่จะทำงานให้ดีที่สุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นกองเชียร์พรรค ปชน.ได้นำยันต์ชนะมารรุ่นประชาชนใส่กรอบพร้อม นำผลส้มที่บรรจุอยู่ในกล่องใสมามอบให้นายณัฐพงษ์และนายพิจารณ์ ผู้สื่อข่าวถามว่าส้มที่อยู่ในกล่องใส เหมือนที่อยู่ในห้องทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มและหัวเราะเท่านั้นโร่ขอโทษปมด่าสื่อปัญญาอ่อน ต่อมานายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ช่วยนายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค ปชน.ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนไทยปัญญาอ่อนว่า โดยส่วนตัวต้องกราบขออภัยหากคำพูดที่มีการสื่อสารออกไปจากตัวแทนของพรรค ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค หรือนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะสามารถทำได้ และควรต้องทำอย่างเต็มที่ เชื่อว่านายศรายุทธ์ได้มีการพูดคุยตักเตือนอยู่แล้วเย้ย ภท.แข็งนอก ข้างในเปราะบางนายณัฐพงษ์กล่าวประเมินรัฐบาลของนายอนุทินว่าจะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่ อะไรจะเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลนี้จนมุมได้ว่า ถ้ามองจากภายนอกเหมือนรัฐบาลเข้มแข็ง แต่มองในอีกมุมหนึ่งภายใต้ความแข็งตรงนั้น ภายในก็เปราะบาง สิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้เปราะบางคือทุกๆกลุ่มก้อนอำนาจที่ยึดโยงอยู่ด้วยกัน รวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบขององค์กรอิสระ และกลุ่มทุนนายทุนที่สนับสนุน หรือข้าราชการที่ได้รับประโยชน์อิงแอบจากรัฐบาลสีน้ำเงิน ทุกคนล้วนโยงใยกัน ผลประโยชน์เราจะเห็นได้ชัดว่าจากวิกฤติน้ำมัน จะเป็นอีกหนึ่งวิกฤติที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้แสดงความเปราะบางออกมา เป็นหน้าที่พรรคฝ่ายค้านและพรรค ปชน.ที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่าภายใต้รัฐบาลแบบนี้ จะยิ่งทำให้สังคมไทยเปราะบางและรัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ ส่วนการล่าชื่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีพรรคร่วมฝ่ายค้านและ สว.บางส่วนร่วมเข้าชื่อกับเรามีการพูดคุยหลังบ้านกับทุกส่วน ยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ พูดไปก่อนอาจเป็นการเสียมารยาท แต่เชื่อมั่นว่าสามารถได้รายชื่อครบแน่นอน“ป๊อก” วิจารณ์พรรคไม่สั่นคลอนเมื่อถามถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรค ปชน.ต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ และจะทำให้พรรคสั่นคลอนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าคำวิจารณ์ของนายปิยบุตรหรือใครก็ตามจะทำให้พรรคสั่นคลอน นายปิยบุตรไม่ใช่สมาชิกพรรค มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการวิจารณ์พรรค ผู้สื่อข่าวย้อนถามว่าไม่ใช่แค่คนนอกอย่างเดียว แต่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ออกมาวิจารณ์ว่า สส.บางคนทำตัวเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่ดูที่ตัวเนื้อหาที่หากอยากให้ สส.ทำหน้าที่ในสภาฯอย่างตรงไปตรงมา ให้พรรคการเมืองสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เกลี่ยคนนั่งเก้าอี้ ปธ.กมธ. 9 คณะนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการ คัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งประธานคณะ กมธ. 9 คณะ ตามที่ได้รับการจัดสรรว่า กระบวนการเลือกประธานกรรมาธิการกำลังจะเกิดขึ้นภายในพรรค โดยกระบวนการไม่ว่าจะเป็น สส.ใหม่ในปัจจุบัน อดีต สส.หรือแม้แต่สส. 10 คน ในคดีจริยธรรม เราเปิดกว้างให้คนที่มีศักยภาพผู้สื่อข่าวรายงานว่าโควตาประธาน กมธ.โควตาพรรค ปชน.มี 9 คณะ ประกอบด้วย 1.กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน 2.กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน 3.กมธ.คมนาคม 4.กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ 5.กมธ.การทหาร 6.กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน 7.กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ 8.กมธ.การสวัสดิการสังคม 9.กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัยตั้ง ครม.เงา 4 ด้านโชว์ไอเดียประกบรัฐบาลนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน.ชี้แจงรายละเอียดแนวคิดการตั้ง ครม.เงาของพรรค ปชน.ว่า เป็นความตั้งใจของพรรคที่จะมีกลไกเป็นหัวหอกทำหน้าที่ทั้งตรวจสอบรัฐบาล และเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น ครม.เงาของเราจะมีการ ประชุมเป็นรายสัปดาห์ อยากเสนอว่าหากเราเป็นรัฐบาลจะนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยอย่างไร ในรายสัปดาห์ ครม.เงาแบ่งการทำงานเป็น 4 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและการปฏิรูปรัฐและกฎหมายขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวเสริมว่า สำหรับ ครม.เงาของพรรค ปชน.จะมีการแถลงครั้งแรก เพื่อลงรายละเอียดภายในสิ้นเดือน เม.ย.5 พ.ค.เปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เย็นวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความว่า ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากแค่ไหนสำหรับคุณ? เตรียมพบแคนดิเดตผู้ว่าประชาชน พร้อมทีมงานที่จะมาเสนอแผนการสร้างกรุงเทพที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน 5 พ.ค.นี้ เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่มิวเซียมสยาม“อนุทิน” แจงวลี “ถุย” คำพูดจากใจเมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ต.ตลาด อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ไปเป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ช่วงหนึ่งของการกล่าวเปิดงาน นายกฯกล่าวว่า “ผมอ่านสคริปต์ไป อ่านสคริปต์มา เดี๋ยวผู้สื่อข่าวจะเอาไปเป็นข่าวอีก เรื่อง “ถุย” ที่บอกว่าไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่มาพบพี่น้องประชาชน ก็อยากมาพูดจากใจ ลองพี่น้องร้องเฮกันขึ้นมา ผมก็ถุยเลยครับ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเรา ที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน”วัยรุ่นตะโกนแซว รวยไม่ไหวแล้วจากนั้นนายอนุทินและภริยาร่วมกิจกรรมปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุและร่วมเล่นสะบ้า กวนกะละแม ช่วงหนึ่ง มีคุณป้ามอบมะม่วงน้ำดอกไม้ให้พร้อมอวยพรให้นายอนุทินบริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจดี นายอนุทินรับพรบอกว่า “ขอให้สมพรปาก” แล้วเดินไปเปิดงานที่เวทีกลาง ริมน้ำเจ้าพระยา ตลอดทางมีประชาชนตะโกนทักทาย เข้ามาขอถ่ายรูปด้วย นัก ท่องเที่ยวบางส่วนส่งมินิฮาร์ทให้บอก “รักตลอด ภูมิใจไทยเท่านั้น” นายกฯสอบถามว่าเป็นคนที่นี่ ใช่หรือไม่ ชาวบ้านตอบว่าใช่ สส.ก็เลือกมาเอง เมื่อไปถึงเวทีกลาง มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ตะโกนแซวขึ้นว่า “รวย รวย รวย รวยไม่ไหวแล้ว” ทั้งนี้ตลอดเส้นทางทีมรักษาความปลอดภัยขอความร่วมมือประชาชนไม่สาดน้ำนายกฯ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น มีเจ้าหน้าที่ถืออาวุธคอยอารักขาตลอดเส้นทางที่นายอนุทินเดินผ่าน“โต้ง” โต้ “ศุภณัฐ” มุกเดิมไม่สนโลกนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. วิจารณ์กรมทางหลวงชนบทเอาใจรัฐมนตรี ลดไฟถนนเส้นทางเสี่ยงต่ำประหยัดพลังงานว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคม คือ 1.ลดการใช้พลังงานในสถานการณ์วิกฤติตะวันออกกลาง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ถนนบางสายที่เป็นทางหลักที่มีไฟแสงสว่างมาก หรือในต่างจังหวัดที่ช่วงดึกการสัญจรน้อย อาจใช้วิธีเปิดสลับ บางสายทางไฟน้อยไม่จำเป็นต้องปิด 2.ให้ทำแผนปรับเปลี่ยนชนิดหลอดให้เป็น LED ให้ประหยัดไฟ แต่ให้มีความสว่าง 3.ให้ใช้ Solar cell เพื่อประหยัดพลังงาน ถนนสายไหนไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างให้เขตพื้นที่แจ้งเข้ามายังกระทรวง จะเร่งจัดสรรงบฯลงไปให้ ไม่ควรต้องหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง กล่าวหาข้าราชการเอาใจนาย ในเมื่อการประหยัดพลังงานต้องดำเนินการ ค่าไฟสาธารณะจะถูกนำไปบวกกับหน่วยการใช้ไฟของประชาชน จะเป็นภาระประชาชนอีก ยิ่งถ้าเราไม่ทำไม่ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น จะยิ่งซ้ำเติมประชาชน ท่านผู้วิจารณ์ควรค้านแบบสร้างสรรค์ ดูสถานการณ์โลก ไม่ใช่ค้านแบบมุกเดิมๆที่ไม่ทันกับสถานการณ์แล้วสั่ง สคบ.สอบตุ๋นลงทุนปั๊มน้ำมันน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รับทราบปัญหาการร้องเรียนมีผู้ประกอบการหลอกลงทุนก่อสร้างปั๊มน้ำมัน แอบอ้างความน่าเชื่อถือแบรนด์ดังและใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางโฆษณาแต่ไม่เกิดขึ้นจริง จึงให้ สคบ.เร่งตรวจสอบประสานกับ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทราบว่าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.มีผู้เสียหาย 6 ราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่ง โฆษณาว่าดำเนินการก่อสร้างปั๊มน้ำมันพร้อมระบบครบวงจร จูงใจผู้ที่มีที่ดินเปล่าและต้องการสร้างรายได้ ชำระเงินแล้วงานไม่คืบหน้า เสียหายหลายล้านบาท ปัจจุบันยังตรวจพบว่ามีการโฆษณาชักชวนในแพลตฟอร์มดังกล่าวต่อเนื่อง สคบ.จะตรวจสอบและควบคุมหากพบการกระทำเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย จะใช้อำนาจสั่งระงับหรือดำเนินคดีเด็ดขาด“อดุลย์” จี้ รบ.ชุบชีวิต ก.ม.นิรโทษกรรมนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา แต่ต้องชะงักลงจากการยุบสภา ภาคประชาชนได้หารือกันอย่างต่อเนื่อง มีมติเป็นเอกฉันท์ควรเดินหน้าการนิรโทษกรรมต่อ เพราะเป็นเครื่องมือคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมาอย่างยาวนาน ต้องเริ่มจากการเร่งรัดนำร่างกฎหมายฉบับนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาในกรอบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญนับตั้งแต่เปิดสมัยประชุมรัฐสภาที่จะครบในวันที่ 12 พ.ค.ทวง ภท.ยึดฉันทามติเดิมของรัฐสภา“ร่างกฎหมายฉบับนี้ชัดเจนทั้งที่มาและความชอบธรรมทางการเมืองของทุกพรรค เสนอโดยพรรค ภท. มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯลงนามเสนอในนามฝ่ายบริหาร และยังเป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นสภาฯ ดังนั้นการนำร่างฉบับนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง จึงเป็นการเดินหน้าต่อจากฉันทามติเดิมของรัฐสภา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาไม่ควรปล่อยให้โอกาสในการคลี่คลายความขัดแย้งของประเทศสูญเปล่า อาจเกิดการเผชิญหน้ากันอีกครั้งโดยไม่จำเป็น ดังนั้นในวันที่ 28 เม.ย. จะไปยื่นหนังสือต่อนายกฯและประธานรัฐสภา” นายอดุลย์กล่าว“นิด้าโพล” ชี้คนพอใจช่วยค่าครองชีพวันเดียวกัน “นิด้าโพล” เปิดเผยผลการสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ระหว่างวันที่ 20-21 เม.ย. ในโครงการที่น่าสนใจ อาทิ โครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับภาคการเกษตร ไม่เกิน 100,000 บาท ประชาชน จ่ายดอกเบี้ย 3% และรัฐจ่ายให้ 3% ร้อยละ 71.30 ระบุเหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 14.43 น้อยเกินไป ร้อยละ 8.09 มากเกินไป อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสารและรถสองแถวใน กทม./รถมินิบัส รถตู้โดยสารใน กทม. และจังหวัดต่อเนื่อง เหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ร้อยละ 68.78 เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 14.27 น้อยเกินไป ร้อยละ 10.92 มากเกินไป อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร เหมาจ่าย 3,600 บาท/คัน ร้อยละ 66.87 เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 16.49 น้อยเกินไป ร้อยละ 8.78 มากเกินไป อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ เหมาจ่าย 842 บาท/คัน ร้อยละ 62.14 เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 27.79 น้อยเกินไป ร้อยละ 6.02 มากเกินไป เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ร้อยละ 54.27 น้อยเกินไป ร้อยละ 39.09 เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 5.04 ไม่ตอบ/ไม่ทราบขอรัฐลดหรือตรึงค่าไฟหน้าร้อนด้านสวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,306 คน เรื่อง “คนไทยกับอากาศร้อน” พบว่า จากอากาศร้อนในช่วงนี้ร้อยละ 68.22 รู้สึกได้ว่าร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว โดยร้อยละ 82.01 มีวิธีรับมือกับอากาศร้อนด้วยการดื่มน้ำเย็นมากขึ้น ประเด็นที่กังวลจากอากาศร้อนในช่วงนี้ ร้อยละ 85.22 ระบุว่าค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ในภาพรวมร้อยละ 72.13 มองว่าคนไทยควรปรับวิถีชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง นอกจากนี้ร้อยละ 77.95 เห็นว่าภาครัฐควรดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงอากาศร้อนจัดด้วยการลดหรือตรึงค่าไฟฟ้าอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่