ปังข้ามคืน! แบบเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่แล้ว สำหรับ ตรี–ภรภัทร ศรีขจรเดชา พระเอกทรงเท่ สุด “ฮอต” หลังสวมบทบาท “พระองค์ดำ” หรือ “พระนเรศวร” ในซีรีส์ “หงสาวดี The Last Duel” ทางช่องวัน 31 กระแสแรงไม่แผ่ว...ว ตั้งแต่อีพีแรกจวบจนซีรีส์จบแต่แฟนๆยัง “มูฟออน” เป็นวงกลม ยังวนๆอยู่ที่เมืองสองแควกันอยู่เลย แถมสร้างปรากฏการณ์ตึกแกรมมี่แทบแตกมาแล้ว “คนดังนั่งคุย” เลยชวนหนุ่มโซฮอต! อย่าง ตรี มาเปิดใจกับกระแสความดังที่เจ้าตัวยืนยันเป็นตรีคนเดิม ส่วนความรักเป็นสาย “คลั่งรัก” ไม่เปลี่ยน แง้มแพลนแต่งงาน หลังคบแฟนสาวนอกวงการมานานถึง 10 ปี ไม่ไกลจากนี้มากนักช่วงนี้กระแสฮอตเกินต้านมากๆ “ครับ กระแสตอบรับดีมีคนรู้จักเยอะขึ้น มีคนรักมากขึ้น แต่มีสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตความเป็นส่วนตัวหายไป เวลาเดินไปไหนคนจะมองเราเยอะ คนชื่นชมเรามากขึ้นและเห็นความสามารถในการแสดง” วันแฟนมีตทำตึกแกรมมี่แตกรู้สึกยังไงบ้าง “ดีใจครับ ทีมงานทุ่มเทเหนื่อยกับผลงานนี้ การที่มีคนมาเอนจอยอยากดูพวกเราสนุก มีความผูกพันกับตัวละครยิ่งทำให้เราแฮปปี้กับสิ่งนี้ ” ถึงขั้นน้ำตาซึมๆบ้างไหม “ซึ้งมากกว่า ดีใจคนมาให้กำลังใจเราเยอะมาก ผมไม่ได้ตั้งหวังและคาดหวังจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ไม่ได้คิดมีคนมาชอบตัวละครขนาดนี้ แค่รู้สึกว่ารับบทเป็นท่าน เป็นพระนเรศ แค่รู้สึกชาเลนจ์ตัวเอง แค่นั้นเลยไม่ได้เล่นไปมีผลตอบรับยังไง” ถือว่าเป็นละครที่เปลี่ยนแปลงชีวิตตรีไปเหมือนกัน “ผมว่าเปลี่ยนแปลงในฐานะอาชีพนักแสดงแล้วกัน คนเห็นว่าเราเล่นได้เยอะขึ้น เล่นได้เก่งขึ้นแต่ตัวตรีก็ยังเป็นตรีเหมือนเดิม เป็นคนเดิมไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนไปหรือเราดังขึ้น เป็นคลื่นที่เข้ามาแล้วกัน เราไม่ได้มองคลื่นนั้นจะรับมือคลื่นนั้นไหวแค่ไหน แต่ตรียังเป็นตรีคนเดิม” ที่แน่ๆจากละครเรื่องนี้แฟนๆได้เห็นตรีร่างทอง กล้ามแน่น “อย่าใช้คำว่าร่างทองเลย เป็นร่างที่ดี ดีกว่า ผมว่าร่างทองมันไปได้มากกว่า เราแค่ไม่กดดันเกินไป ไม่เครียดจนเกินไป ไม่ได้ต้องคุมขนาดนั้น มันเป็นคาแรกเตอร์ที่ทุกคนอยากได้แบบนี้ มีร่างกายแบบไหน อย่างที่ทุกคนรู้ถ้าไม่ได้ใช้ร่างกายก็ไม่ได้ปั้น เราทำเพราะอยากให้ตัวละครที่เรารับผิดชอบให้ออกมาดีที่สุด ที่เราจะทำได้” หลังจากนั้นจะต้องปั้นต่อเพราะน้อยกว่านี้ไม่ได้นะ “อยู่ที่บทบาทและคาแรกเตอร์ที่ได้รับแล้วกัน ผมไปเรื่อยๆ เราอยู่กับปัจจุบัน อนาคตไม่รู้อะไรเกิดขึ้นเป็นไปได้อยู่ที่งานที่ได้รับมอบหมาย” พอเราหุ่นขนาดนี้แฟนมีแซว มีชมยังไงบ้าง “ผมว่าเขาเห็นเบื่อแล้ว สมัยก่อนเข้าช่องวันใหม่ๆตัวใหญ่กว่านี้ แต่ถามว่าตอนนี้ทุกวันนี้เขาก็เฉยๆ แต่เขาก็เห็นถึงความพยายามของเรา เห็นถึงความตั้งใจทำ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตมาตลอดตั้งแต่เรายังเด็ก แต่เขาไม่ได้ชอบให้ตัวใหญ่เท่าไหร่ (หัวเราะ)” เพราะอะไรเหรอ “เขากลัวครับ (ยิ้ม) เขากลัวคนที่มีกล้ามเยอะๆ ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นกล้ามปู มันชัด ยังไม่อยากให้ตัวใหญ่” ก่อนหน้านี้ตรีเข้าวงการมาเพราะสานฝันให้แม่แล้วมาวันนี้ล่ะ“ตอนเข้าวงการแค่สานฝันให้แม่เท่านั้น 10 ปีที่แล้วเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กผู้ชายคนนึงที่ไม่เอาไหน เกเร แต่ทุกวันนี้หล่อหลอมให้เราโตขึ้น ทุกวันนี้การเล่นละครหรือการทำอาชีพนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างว่าวงการบันเทิงภาพที่ทุกคนต้องเห็น เราพยายามทำภาพเบื้องหน้าให้ทุกคนได้เห็นเราทำอะไร มีบางอย่างที่เราเป็นตัวเอง อยู่กับเพื่อนก็ไม่สามารถดึงมาใช้ได้ เราเล่นเพื่อตัวเองด้วย เพื่อคนดู ถามว่าเราชอบการแสดงมาก ไม่ได้ชอบอยู่ในสปอตไลต์ตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ถามว่าชอบไหม ไม่ได้ชอบแต่เป็นหน้าที่เราต้องทำให้ได้ รู้สึกแบบนั้นมากกว่า ยืนมองแล้วปรบมือให้คนที่เขาอยู่ในสปอตไลต์ง่ายกว่าที่เราจะอยู่ตรงสปอตไลต์์ คนปรบมือสำหรับผม” จากซีรีส์หงสาวดีปังมาก จะมีผลต่อการรับงานชิ้นต่อๆไปไหม “ไม่นะ ทุกเรื่องที่ผมเล่นไม่เคยไม่เต็มที่กับมัน ผมเต็มที่ทุกเรื่องที่เล่น แต่อาจจะไม่มีซีนรบ ฟันดาบ แต่ผมตั้งใจทำทุกเรื่อง อาจจะขาดประสบการณ์ไปบ้างสมัยเด็กๆ แต่ทุกอย่างจะหล่อหลอมให้เรามีประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง ทำมันได้ดีขึ้น ใช้เวลาก่อน” งานหลังจากนี้ตารางแน่นๆจุกๆเลย“ไม่ได้แน่นทุกวัน ยังมีวันพัก วันหยุดของตัวเองบ้าง เราต้องมีวันพัก ก็มีงานเข้ามาบ้างไม่ตึงจนเกินไป มีหลวมๆบ้างเหมือนกำทรายแน่นไปมันก็หลุดออกหมด ถ้าหลวมๆ จะมีอยู่ด้วยและหลุดด้วย มีทั้งหนัง ซีรีส์ติดต่อเข้ามา มีหลายแนวเลยดีกว่า” ต้องนับว่าปีนี้ของตรีเป็นปีทอง เพราะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ “จริง 10 ปี ก็ไม่สาย (หัวเราะ) ถามว่าคุ้มไหม มันเหนือการรอคอยมากกว่าจริงๆ ตอนจบ สงครามสมรส ผมบอกกับตัวเองและพี่ๆทีมงานทุกคนผมจะไม่เล่นละครแล้ว เรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับผม เพราะเราทำได้ดีแล้วเรตติ้งดีมากๆ จนเราคิดว่าน่าจะจบจากโรงเรียนนี้ได้แล้วนะ เราไปทำอะไรใหม่ๆในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ที่ไม่ได้อยู่วงการบันเทิง แต่ขอบคุณพี่ผู้จัดการที่อยู่ด้วยกัน ครอบครัวพี่ๆหลายคน ก็บอกลองอีกหน่อย ลองดูกับวงการนี้ เผื่อจะมีอะไรดีๆ ที่ท้าทายก็รับบทพระนเรศ ทำให้เปลี่ยนในแง่การแสดง แต่ถ้าเป็นตรีก็ยังตอบเหมือนเดิม เป็นตรี ผมไม่ได้ยึดติดหรือมองภาพว่าจะต้องอยู่ตรงนี้ตลอดไป” พอเป็นที่รู้จักมากขึ้นทำให้เราต้องระวังตัวทุกย่างก้าวเลยไหม “ดูแลตัวเองให้ดีกว่าเพราะผมไม่ได้เป็นคนดี 100% เวลาผมอยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับคนที่สนิท ผมก็ไม่ใช่แบบนี้อยู่ที่เรา เราเป็นยังไงเจอใครอยู่ด้วยแล้วเราสบายใจเราจะแสดงตัวแบบไหน อยู่ที่ความเหมาะสม และสถานการณ์ด้วย” กับกระแสจิ้นกับนาย ณภัทร มาแรงแต่ก็เล่นคว่ำเรือจิ้นกันเรียบร้อย“เราคว่ำกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) ผมคุยกับนายตลอดเรือมาจะพังเรือ ไม่หรอกๆ ก็ยินดี สนุกไปกับสิ่งที่ทุกคนสร้างขึ้นมา สนุกไปกับมัน ไม่ได้ไปว่าใครคิดยังไงแต่เราตีความชัดเจน ไม่ได้ไปหลุดกรอบ ห้ามคิดแบบนี้แล้วแต่ทุกคน แต่เราเล่นไปตามบทบาทที่ได้รับเราคุยกันแล้วกับนาย” จากที่ตรีนายออกรายการด้วยกันจะเห็นอีกมุมที่หลายๆคนไม่เคยเห็น มุมทะลึ่งนายก็มีกับเขาด้วย “โอ้ย ยังมีทะลึ่งกว่านี้เยอะที่คนยังไม่ได้เห็น (หัวเราะ) จริงๆเขาเป็นคนตลก น่ารัก เฟรนด์ลี่” จากวันแรกที่รู้จักนายกับตอนนี้สิ่งที่เห็น “หัวก้อยเลยครับ ผมไม่คิดจะเป็นแบบนี้คิดว่าน้องไม่ค่อยคุย พูดน้อยๆ นิ่งๆ เป็นคนตั้งใจทำงานไม่ค่อยเล่น แต่พอตัวจริงๆกลับด้านเลย ยกเว้นเรื่องตั้งใจทำงาน นายเป็นคนตั้งใจทำงาน แต่เรื่องนิสัยการคุยชีวิตเรื่องนายเหรอ? สิ่งที่ทุกคนเห็นนายคือโต แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเด็กกว่าอายุ (หัวเราะ) มีความเป็นเด็ก อยู่ด้วยกันไม่ได้มีความโตในมุมที่เราคิดเป็นเทพบุตร แต่โอเค รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเทพบุตรแต่เจอตัวจริงมีร่างคล้ายๆผม แต่ไม่ได้สุดโต่งเท่าเรา มีภูมิคุ้มกันที่เข้ากับคนได้หลายรูปแบบ”ช่วงเมษาทำทะเลลุกเป็นไฟ ถอดเสื้อกล้ามแน่น“(หัวเราะ) ไปทะเลไปพักร้อนอากาศร้อนตัวเหนียวๆด้วยแล้วสถานที่เป็นที่ของโรงแรม มีความเป็นส่วนตัว เหมือนได้พักผ่อน ชาร์จพลังให้ตัวเอง” ใครถ่ายรูปให้ก่อน “ก็เป็นคนเดียวที่ถ่ายทั้งไอจี (หัวเราะ) เขาก็เป็นคนถ่ายหมด สลับกันถ่ายรูปให้กันเป็นเรื่องปกติ ถ้าตั้งกล้องคงไม่ได้มุมอะไรแบบนี้” เขาถ่ายรูปให้ตรีใช้ได้ทุกรูปแล้วเราถ่ายให้เขาฝีมือเป็นยังไง โอเคทุกรูปไหม “ใช้ได้ทุกรูปๆ แต่ผมถ่ายให้เขา 100 รูปจะได้ประมาณ 5 รูป (หัวเราะ) เขาไม่ค่อยบ่น เรารู้เขาชอบแบบไหนจะถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะมันมีเวลาเยอะ เขาก็มีรูปเยอะกว่าผมเห็นคนไปกดไลค์เยอะอยู่” จริงๆว่างปุ๊บเที่ยว ไม่ชวนกันทำช่องท่องเที่ยวด้วยกันได้แล้วนะ แฟนๆจะได้ไม่ต้องส่องไอจีคนละที “(หัวเราะ) จริงๆเที่ยวน้อยนะ ครั้งนี้เที่ยวทะเลในรอบปีกว่า ทำยูทูบ อยากทำอยู่แต่อาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง” แฟนเราไงน่าจะพูดเก่งกว่า “เขายิ่งไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ ผมพูดเก่งกว่าอยู่แล้ว (ยิ้ม)” อัปเดตแต่งงานคบมานาน มีแพลนยังไงบ้าง “เราคบมา 10 ปี อาจจะเร็วๆนี้ อยู่ในวัยอายุ 31 มองๆไว้ ใกล้ๆอาจจะไม่ไกลมากเท่าไหร่” แสดงว่ามีการพูดคุย ตกลงกันแล้ว “อ่อ ผมพูดคุยกันตลอด คือครอบครัว...รู้จักกันมาตั้งแต่ผมอายุ 17 สมัยผมเรียน ม.4-ม.5 จนตอนนี้อายุ 31 รู้จักกันมาประมาณ 14 ปี เราเป็นเพื่อนกันแต่คบเป็นแฟนกันมา 10 ปี ตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าวงการแป๊บเดียวเลย” เริ่มพูดคุยงานแต่งยังไงบ้าง “จริงๆที่บ้านค่อนข้างสนิทกันมากๆแล้ว มีการคุยกันแล้ว มีวางแผนไว้ก่อน 10 ปีกัน ทำให้ถูกต้องนิดนึงสำหรับเราให้เกียรติกัน ครอบครัวเรา ครอบครัวเขาที่เคยพูด 3 ปีที่แล้ว เก็บเงินแต่งงาน มันไม่ใช่แป๊บเดียว 3 พันกว่าวัน ภายภาคหน้า อนาคตหลังแต่งงานกระแสเราจะลงไหม เราต้องยอมรับให้ได้” ทุกวันนี้เขาอยู่ข้างๆตรี คอยซัพพอร์ตรู้สึกยังไงบ้าง “ใช่ครับ ในวันที่ผมท้อ ร้องไห้ เหงา โดดเดี่ยว มีเรื่อง นอกจากคุณแม่ก็มีเขานี่แหละ เรามีเรื่องอะไรเราคุยกัน แชร์กันทุกๆอย่าง มันคือชีวิตจริงของผม เขารู้ว่าเราเป็นยังไง และเรารู้เขาเป็นยังไง เข้าใจซึ่งกันและกัน มันคือความผูกพันมากกว่าครับ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่