ในที่สุด รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล หนีไม่พ้นที่ต้อง ขยายเพดานหนี้ จากร้อยละ 70 เป็นร้อยละ 75 ของจีดีพี มีผู้เสนอให้ ขยายเพดานหนี้เป็นร้อยละ 80 ด้วยซ้ำ ตามอาการของเศรษฐกิจประเทศไทย เพื่อเอาเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอย่างต่อเนื่องให้มีเม็ดเงินหมุนเวียน มีกำลังซื้อที่จะไปขับเคลื่อนกลไกของเศรษฐกิจไม่ให้หยุดนิ่ง ในสภาพคนป่วย ไม่ตายแต่ไม่โต ทั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ และ ธนาคารโลก ประเมินใกล้เคียงกันว่า จีดีพี หรือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของไทย จะโตที่ประมาณร้อยละ 1.5 ต่ำที่สุดในอาเซียนต่ำกว่าเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ที่คาดว่าจะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 4ปัจจุบัน หนี้สาธารณะของไทย อยู่ที่ประมาณร้อยละ 66.1 ในปี 2568 และปี 2569 คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 68.48 ใกล้จะชนเพดานเต็มที โดยที่รัฐมีแผนที่จะกู้เงินจำนวน 1 แสนล้านบาท มาใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤติพลังงาน รวมทั้งจะมีการรื้องบประมาณรายจ่ายปี 2569 ใหม่ จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐต้องปรับลดการเก็บภาษีที่เกี่ยวกับน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมันในประเทศลงมา ดังนั้นการจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จึงต่ำกว่าเป้าไปมาก คาดว่า ภาษีสรรพสามิต จะหายไปประมาณเดือนละ 2 พันล้านบาท จนถึงวันนี้สงครามยังไม่มีท่าทีจะยุติลงง่ายๆ ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาเป็นความสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ที่จะต้องตั้งรับตามอาการของแต่ละประเทศที่มีอาการไม่เหมือนกันโดยจะต้อง วางแผนแก้ปัญหาฉุกเฉิน ระยะกลางและระยะยาว ต่อผลกระทบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยตรง เช่น เพดานอัตราเงินเฟ้อในประเทศ และผลกระทบในส่วนของภาคการผลิต อุตสาหกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภค ปัญหาปากท้องของชาวบ้านแต่ถ้ารัฐ จะเอาเงินแสนล้านมาอุดหนุนกองทุนน้ำมัน นำไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊ม ปัญหาก็จะแก้ไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คันและจะมีผลกระทบกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นโดยตรง เป็นภาระของคนไทยทุกคนที่จะต้องแบกรับภาระหนี้ของประเทศเพิ่มขึ้น หรือเป็นการผลักภาระหนี้ให้กับประชาชน การแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ขอไปที เอะอะก็กู้ อย่างเดียว โดยที่ไม่ดูว่าผลกระทบในระยะยาวที่จะตามมาหนักหนาสาหัสขนาดไหน ภาระจะตกอยู่กับอนาคตแค่ไหนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบาง เต็มที จากภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น งบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่อง รายได้ของประเทศลดลง รายจ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายจ่ายประจำ ไม่มีที่มาของรายได้ประเทศในตลาดใหม่ๆ ยังต้อง พึ่งพารายได้จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และภาครัฐขาดความน่าเชื่อถือรัฐแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปได้ แต่ประเทศไทยกำลังตายผ่อนส่ง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม