ผู้รู้บอกว่า นับแต่มนุษย์รู้จักใช้ปืนที่เรียกอาวุธร้อน เมื่อศตวรรษ ที่ 10 เรื่อยมา สมัยสามก๊กพันแปดร้อยปีที่แล้ว อาวุธหลากหลายที่ใช้รบกันยังเรียกว่าอาวุธเย็นในหนังสือ “กลศึกสามก๊ก” (หลีปิ่งเอี้ยน-ซุนจิ้ง ค้นคว้า บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2537) กลยุทธ์หนึ่ง ควรเร็วให้รีบฉวย ควรช้าให้หน่วงไว้...คนสมัยใหม่ สมัยที่มนุษย์ใช้อาวุธร้อน ร่ำๆจะเป็นไฟประลัยกัลป์ ...กันแล้วก็ควรจะต้องอ่านกันไว้เมื่อสุมาอี้ทำลายกองกำลังหลักของเลียวตั๋งไปแล้ว ก็เข้าล้อมเมืองเชียงเป๋งไว้ทั้งสี่ทิศ สถานการณ์ของกองซุนเอี๋ยนจึงเป็นเหมือนหมูในอวย สุมาอี้จะจัดการเสียเมื่อใดก็ได้ขณะนั้นเป็นฤดูใบไม้ร่วง ฝนตกพรำๆทั้งกลางวันกลางคืน นานถึงเดือนเศษแล้วก็ยังไม่หยุด มีน้ำขังทั่วไปสูงสามเซียะ ทหารวุยก๊กที่ล้อมเมืองต้องย่ำน้ำย่ำโคลนทั้งเวลากินเวลานอน ทุกข์ยากลำบากกันมากแม่ทัพนายกองสุมาอี้ข้องใจ ทำไมไม่ฉวยโอกาสเร่งตีเมืองเสียเร็วๆ หลายคนเสนอสุมาอี้ให้ย้ายค่ายหนีขึ้นที่ดอน สุมาอี้ปฏิเสธเด็ดขาด ทั้งประกาศใครบังอาจพูดเรื่องย้ายค่ายอีกจะตัดคอซือเหลียน ขุนพลคนหนึ่ง กล้าเข้าขอให้ย้ายค่าย สุมาอี้บันดาลโทสะสั่งตัดคอทันที ทำเอาอึ้งกันทั้งกองทัพในใจหลายขุนพลคิดตรงกัน เมื่อครั้งรบติดพันกับเบ้งตัด สุมาอี้รุกเร็วรบเร็วแค่แปดวันก็ชิงเมืองได้ แต่ศึกครั้งนี้โอกาสรบชนะแค่หยิบมือ แต่ทำไมไม่รีบทำ กลับปล่อยให้ทหารจมย่ำกับน้ำท่วมสุมาอี้วิเคราะห์ให้ลูกน้องฟัง รบครั้งนั้นเบ้งตัดเสบียงมากทหาร น้อย แต่ฝ่ายเราเสบียงน้อยแต่ทหารมากจึงต้องรุกรบโดยไม่คาดคิด โจมตีอย่างฉับพลันจึงสามารถได้ชัยชนะแต่บัดนี้ ทหารเลียวตั๋งมีมาก เราทหารน้อย เขาอดอยาก เราอิ่มหนำ เหตุไฉน? จะต้องรีบโจมตี เราจึงควรรอให้พวกเขาอ่อนแรงโรยราทนไม่ไหวหลบหนี แล้วฉวยโอกาสตามโจมตีด้วยเหตุผลนี้ สุมาอี้ทางหนึ่งเร่งเสบียงไปยังแนวหลัง อีกทางให้ทหารในค่ายถอยหลังมา 20 ลี้ เปิดช่องให้ราษฎรและทหารในเมือง ได้ออกมาหาฟืนเลี้ยงสัตว์ สร้างงบรรยากาศหน่วงรั้งบั่นทอนพลังข้าศึกให้หย่อนยานจนเมื่อฝนหยุดตก สุมาอี้จึงสั่งให้เข้าตีเมือง ผลเป็นตามคาดหมาย เสบียงอาหารในเมืองขาดแคลน จิตใจจะสู้รบของทหารก็แตกซ่าน ทหารบางคนคิดจะตัดคอแม่ทัพกองซุนเอี๋ยน เปิดเมืองออกมายอมจำนนตัวกองซุนเอี๋ยนลอบหนีทางประตูตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางคืน แต่ก็ถูกทหารสุมาอี้จับได้มีคำอธิบาย...ยุทธการควรเร็วให้รีบฉวย ควรช้าให้หน่วงไว้...ว่าอันการศึกการใช้กลอุบายนั้น จะต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริง ศึกเบ้งตัดครั้งแรกสุมาอี้ต้องเร่งจบ เพื่อตัดช่องทางที่เบ้งตัดจะประสานกับกองทัพจ๊กก๊กที่กำลังโหมเข้าตีวุยก๊ก ถือว่าสถานการณ์นั้นเข้าขั้นคับขันเหตุผลเสริมอีกข้อ เราเสบียงน้อย ทหารมาก ซ้ำยังไม่ทันประสานขอกำลังหนุนจากฮ่องเต้โจยอยมาถึงการรบเพื่อกำราบเลียวตั๋ง สุมาอี้ยกทัพไปตามโองการ มิใช่ แต่การตระเตรียมจะพร้อมมูล ซ้ำหลักประกันในการส่งกำลังบำรุงก็สมบูรณ์ บวกแผนการรบช้า...ร้อยวัน มิใช่รบให้จบเร็วที่สุดตามกำหนดเวลาด้วยเหตุนี้ สุมาอี้จึงไม่ใช้แผนฝ่าฝนตีเมือง ตีน้อยเสียมาก มิสู้ใช้แผนล้อมพึงเปิดช่องซึ่งได้ผลเป็นทวีคูณสงครามสามก๊กสมัยรบกันด้วยอาวุธเย็นคงเอามาเปรียบเทียบสงครามอาวุธร้อนแบบไฟประลัยกัลป์ไม่ได้...ฝรั่งเจอแรงบีบคั้น อยากจบสงครามให้เร็วๆ แต่แขกทนกว่า ยื้อเวลายิ่งช้าโอกาสจะชนะฝรั่งก็มากขึ้นเรื่องไม่น่าเชื่อ เดิมพันอยู่ที่คนทั้งโลกเป็นตัวประกัน เศรษฐกิจปั่นป่วนวุ่นวาย...ยังคิดหาทางออกที่ดีกันไม่เจอ...มีคนคิดนะครับ ผมยังคิดด้วยเลย...สงครามครั้งนี้อาจจบง่ายๆ ถ้าไอ้ทรัมป์บ้า...ตายเสียคนเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม