ความกังวลใจของผู้หญิงที่มีปัญหาได้รับความเดือดร้อนจากการถูกนายตำรวจใหญ่ยศระดับ “ผกก.” หลอกให้รักและหลอกโอนเงินจนได้รับความเดือดร้อนนานหลายปี เรื่องที่ร้องผู้ใหญ่ต้นสังกัดเงียบหายวอนขอความเป็นธรรม ความโปร่งใสตรวจสอบของผู้บังคับบัญชา ให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงไม่ให้เรื่องเงียบหายไปผู้เสียหายเล่าว่ารู้จักนายตำรวจสมัยนั้นเป็นรอง ผกก. ปัจจุบันเลื่อนขึ้น ผกก.พื้นที่ บช.ภ.1 ช่วงแรกใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความไว้วางใจ เขาบอกว่าไม่มีครอบครัว เข้ามาพูดคุยเชิงชู้สาวสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดจนเชื่อใจโดยไม่ระแวง และตกลงคบหาเป็นคนรักตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2568 ต่อมานายตำรวจมีการกล่าวอ้างว่าจะต้องนำเงินไป “วิ่งเต้นตำแหน่ง” เมื่อได้ตำแหน่งแล้วนำเงินมาคืนให้ด้วยความเชื่อมั่นในตำแหน่งหน้าที่ของเขา จึงตัดสินใจมอบเงินให้ และเขากล่าวอ้างว่ามารดาของเขาป่วยเป็นโรคมะเร็ง ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม ทำให้เชื่อโอนเงินให้หลายครั้ง รวมเป็นเงิน 5,000,000 บาทภายหลังคืนเงินบางส่วนเหลือค้าง 2,800,000-2,900,000 บาท เมื่อทวงถามนัดเจรจาไกล่เกลี่ยผ่านทนายความ แต่ลักษณะการเจรจากดดันเสนอให้ลดยอดหนี้เหลือ 2,000,000 บาท ขอให้ชำระก่อน 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือให้ผ่อนจ่ายมีเงื่อนไขสำคัญให้ลงนามยอมรับว่าเป็นการแจ้งความเท็จ ซึ่งไม่สามารถยอมรับได้เพราะขัดกับข้อเท็จจริงผู้เสียหายเล่าว่าเรื่องนี้ได้ร้องเรียนไปทุกหน่วยงาน จเรตำรวจ กองร้องทุกข์ (กร.ตร.) และ บช.ภ.1 นานแล้ว แต่เรื่องกลับถูกส่งต่อไปมาระหว่างหน่วยงาน ปัจจุบันเรื่องอยู่ที่ บช.ภ.1 แต่ไม่คืบหน้าชัดเจนเลยผู้เสียหายรับแจ้งว่า บช.ภ.1 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว กระบวนการกลับล่าช้าและไม่มีคำตอบที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่ได้ส่งเอกสารการโอนเงินครบถ้วน เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมยินดีเปิดเผยข้อมูลหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม