วันนี้มีพุทธสุภาษิตมาฝาก เพราะตอนนี้มีแต่คนบ่นน้ำมันแพง ข้าวของขึ้นราคา ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม จึงเดือดร้อนกันระงมตามสภาพฐานะแต่ละคน มีอันจะกิน ไม่มีจะกิน จะกินไม่มีพระท่านสอนว่า “ไม่มีใครได้หรือเสียตลอดไป ไม่มีสิ่งไหนคงอยู่ตลอดไป”--ซึ่งตีความแล้วหมายถึงมีสุขก็มีทุกข์ ไม่มีอะไรจีรังทำให้ได้คิด คิดได้ว่า ถ้าปล่อยวางได้บ้างก็ไม่หนัก ทุกข์ร้อนเบาลง แม้การปล่อยวางจะทำได้แสนยาก แต่ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้จิตใจสงบ สงบได้ก็มีสติ ซึ่งจะช่วยให้รับเรื่องวิกฤติ ปัญหา ได้ดีกว่าตื่น ตระหนกเปิดสนามกันด้วย พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า พิมพ์ใหญ่ วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ ของ สจ.บอม เมืองน่าน พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า วัดใหม่อมตรส ของ สจ.บอม เมืองน่าน.เป็น พระหน้าใหม่ สภาพแชมป์ พิมพ์ชัดลึก เนื้อจัดมากมวลสารอย่างวัดระฆังฯ ผิวเนื้อมีคราบกรุบางเบาเดิมๆ รอยปริ รอยปาด ด้านหลังได้มาตรฐานพระบางขุนพรหม “กรุเก่า” ที่ไม่มีตราองค์พระเจดีย์ “หมึกม่วง” เพราะมีคนจิ๊กไปก่อนเปิดกรุ พ.ศ.๒๕๐๐ สภาพนี้ พอบอกราคาว่า ล้านกลาง ทุกคนก็บอกว่าน่านิมนต์มากส์ เพราะใช้บูชา พึ่งพาอานุภาพพุทธคุณได้ และเป็นการลงทุนที่ดี หรือจะเป็นมรดกส่งต่อรุ่นลูกหลานเหลนก็มีคุณค่านิรันดรองค์ต่อไปเป็น พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พระพิมพ์พุทธศิลป์สมัยอู่ทอง เนื้อดินผสมว่านยา เกสรดอกไม้เผา รูปทรงสามเหลี่ยมยอดตัด ค้นพบในกรุองค์พระปรางค์เจดีย์ วัดมหาธาตุ พร้อมพระพุทธรูปหลายสมัย พระเครื่องเนื้อชิน กำแพงนิ้ว กำแพงศอก พระมเหศวร พระสุพรรณหลังผาล พระปทุมมาศ ฯลฯ ตอนนั้นเรียก “พระเกสรสุพรรณ” พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของ อ.เปี้ย ท่าพระจันทร์.องค์นี้ของ อ.เปี้ย ท่าพระจันทร์ ประธาน “ชมรมพระสมเด็จ” ที่กำลังดัง จากการออก บัตรการันตีพระเครื่อง “บลู การ์ด” ที่บอกจุดพิจารณา เก๊-แท้ ทุกองค์ ให้เป็นความรู้อย่างชัดเจนตามมาด้วย พระชัยวัฒน์ พ.ศ.๒๔๘๓ ซึ่ง สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศน์ กทม. ทรงจัดสร้าง ตอนรับสถาปนาเป็นที่ สมเด็จพระสังฆราช โดยทรงเป็นประธานในพิธีสวดมนต์เย็นก่อนวันงานพิธีฉลองพระชนม์สมเด็จ ๒๔๘๓ ทรงเททองเช้าวันงาน ด้วย เนื้อโลหะผสม สีเหลืองทองแกมแดง กลับเป็นสีน้ำตาลอ่อน เป็นเนื้อเบ้าเดียวกับ พระกริ่งฉลองพระชนม์ ที่มี เหรียญบาตรน้ำมนต์ สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ๓ เหรียญ มาหลอมรวม พระชัยวัฒน์ พ.ศ.๒๔๘๓ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศน์ ของจั้ม สิงห์บุรี.จำนวนสร้าง ๑,๐๐๐ องค์องค์นี้ของ เสี่ยจั้ม สิงห์บุรี เป็น พระกะไหล่ทอง สภาพสวยเดิมๆ ราคาหลักแสน แต่ปัจจุบันหายากตามมาด้วย เหรียญธรรมขันธ์ พ.ศ.๒๔๘๒ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) วัดหนองโพ นครสวรรค์ สร้างออกเป็นที่ระลึก อายุ ๘๒ ปี พรรษา ๖๐ เป็นเหรียญปั๊ม ห่วงเชื่อม ด้านหน้าเป็นรูปองค์ท่านนั่งสมาธิเต็มองค์ เหนือฐานบัว ๒ ชั้น มีอักษรบอกอายุพรรษา นามฉายา “ธรรมขันธ์” รอบองค์มีอักขระพระคาถา ด้านหลังเป็น ยันต์ ๕ ล้อมด้วย พระคาถา สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชโยนิจจัง เหรียญธรรมขันธ์ พ.ศ.๒๔๘๒ หลวงพ่อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพ ของเวกัส.เป็นเหรียญพระเกจิฯ อันดับ ๑ ของนครสวรรค์ และเป็นเหรียญพระเกจิฯยอดนิยม ราคาหลักล้าน สภาพสมบูรณ์สวยกริ๊บ ผิวเนื้อเดิมๆ แบบเหรียญนี้ ของ เสี่ยเวกัสน่าจะหลายล้านอีกสำนักเป็น เหรียญปั๊ม เนื้อเงิน หลวงพ่อทองศุข อินทโชโต วัดโตนดหลวง เพชรบุรี สร้างออกในงานฉลองกฐินวัดเพรียง พ.ศ.๒๔๙๘ ด้วยรูปแบบ เหรียญรุ่น ๒ วัดโตนดหลวง เหรียญปั๊ม เนื้อเงิน หลวงพ่อทองศุข อินทโชโต วัดโตนดหลวง ของฮัด ลูกยอ.คนเมืองเพชรนิยมหาใช้แทนกันด้วยราคาที่เบากว่า และหลวงพ่อปลุกเสกเหมือนกัน อานุภาพเท่ากัน--เนื้อทองแดงหลักหมื่น ส่วน เนื้อเงิน แบบเหรียญนี้ ของ เสี่ยฮัด ลูกยอ สภาพสวยแชมป์เดิมๆ ราคาหลักแสนกลางสุดท้ายปลายสนาม คือ เหรียญหนุมานเทวฤทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๙ เนื้อทองคำลงยา ของ อ.ศิวกร อนันต์ศิริขจรเป็นเหรียญดีพิธีเข้มขลัง เพราะมี ๙ พระเกจิฯแห่งยุค ร่วมปลุกเสก คือ หลวงปู่สงฆ์ วัดบ้านทราย ลพบุรี พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์ ลพบุรี หลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ โคราช หลวงปู่จื่อ วัดเขาตาเงาะ ชัยภูมิ เหรียญหนุมานเทวฤทธิ์ เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๕๙ ของ อ.ศิวกร อนันตศิริขจร.หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว อยุธยา พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ สมุทรสงคราม หลวงพ่ออนันต์ วัดบางพลีน้อย สมุทรปราการ หลวงปู่ไม วัดป่าเขาพลูหลวง โคราช และ พระอาจารย์จักษ์ วัดชุ้ง สระบุรีจำนวนสร้างน้อย หาเจอยาก พบที่ไหนอย่าปล่อยผ่านมือไป ใช้พึ่งพาอานุภาพได้แน่นอนลากันด้วยเรื่องปิดท้าย ในวันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ้านเมืองกำลังโกลาหล เพราะราคาน้ำมันจนปั่น ป่วนทั้งประเทศทำให้ เสี่ยประทิน ผู้รับเหมา ตัดสินใจพาครอบครัวกลับบ้านไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ปู่-ย่า ตามประเพณีสงกรานต์ก่อนกำหนด เพราะเชื่อว่าน้ำมันจะแพงขึ้นอีก ไปก่อนยังไม่แพงมากโดย ปู่ ได้เตรียมพระเครื่องที่สะสมอยู่ แจกเป็นสิริมงคล โดยเอา พระสมเด็จ ให้ เสี่ยประทิน บอกเป็นพระของผู้นำ และหยิบ พระนางพญา ให้ลูกสะใภ้ บอกเป็นพระของผู้หญิงถึงคิวหลานสาวตัวเล็กคลานมารดน้ำ ปู่ก็ให้พรแล้วหยิบ พระสามเหลี่ยม เนื้อผง องค์เล็กๆให้ หลานรับแล้วถามว่า ชื่อพระอะไรคะ ปู่ก็บอกว่า “พระสรงน้ำ” หลานถามอีกว่า เป็นพระของเด็กหรือคะคราวนี้ปู่ตอบว่า ป่าว พระนี่ใครก็ใช้ได้ แต่ปู่เห็นหลานหงุดหงิดกับอากาศร้อนจึงเลือกพระนี้ให้ จะได้เหมือนสรงน้ำรดน้ำ อยู่กับน้ำตลอด จะได้ช่วยคลายร้อนได้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม