อยากลองทำอะไรใหม่ๆ แต่ยังเน้นคุณภาพของดนตรี ศิลปินหนุ่มสุดฮอต “นนท์ ธนนท์” เลยขอเสิร์ฟคอนเสิร์ตครั้งพิเศษในรูปแบบใหม่ ชวนแฟนเพลงสัมผัสทุกโมเมนต์ กับ “มาม่า Presents NONT TANONT THE MOMENT OF SPECTACLE CONCERT” เข้าถึงตัวตนของ “นนท์” จัดขึ้นเพียง 1 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.69 ณ BITEC Live พร้อมกดบัตร 4 เม.ย.นี้ ผ่านทาง Eventpop เลยชวน “นนท์” เล่าเริ่มจาก เป็นยังไงบ้างกับคอนเสิร์ตครั้งนี้? “เป็นคอนเสิร์ตที่ผมไม่เคยทำมาก่อน เป็นคอนเสิร์ตแรกในปีนี้ เป็นคอนเสิร์ตที่ไม่ได้เป็นสเกลใหญ่เหมือนที่เราเคยทำ ครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตที่เกี่ยวกับเรื่องเพลงที่เราไปเล่นไปทัวร์มา แล้วเราเจอปัญหาคือเราเล่นเพลงได้ไม่ครบสองอัลบั้มเต็มสักที ครั้งนี้น่าจะได้สัมผัสความครบถ้วนเหล่านั้น แล้วก็ตัวตนของเราในปีนี้ หลักๆมันมีโจทย์ที่ผมแล้วก็ทีมงานที่เราอยากทดลองทำในสิ่งที่มันต่างออกไปในแต่ละอีพี คอนเสิร์ตนี้เราอยากเน้นไปที่เพลงจริงๆ แล้วก็ตัวตนของเราจริงๆ เพราะ ฉะนั้นมันก็จะเรียกว่า ผมใช้ว่าสบายๆ เบาๆ ไม่มีอะไร เท่าที่คุยคือ ไม่มีสัตว์ ไม่มีเด็ก ไม่ใช้สลิง น่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่เท้าผมติดพื้นนานที่สุดแล้ว ไม่มีวิ่งไปนอกฮอลล์ เป็นการเน้นเพลงให้ทุกคนได้ฟังได้ครบ แล้วผมก็ว่าเพลงของเรามันเดินทางไปเยอะกว่าที่เราคิด เพลงในอัลบั้มมีการเติบโตได้ดีกว่าที่เราคิดไว้ มันคือยุคของการปล่อยทีละเพลงมากกว่าปล่อยทีเดียว 10 เพลง ผมเลยรู้สึกว่าอยากขอบคุณคนดูคนฟัง ผมอยู่ในวงการนี้ด้วยการที่เราก็อยากจะทดลอง หรือขยายกรอบของคนทำงานอะให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง การทำคอนเสิร์ตครั้งนี้มันคือการขยายกรอบการทำงานของเราด้วย ให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเราก็ยังให้ความสำคัญกับเพลงเป็นหลักในการทำงาน หลายๆคนจะรู้สึกว่าเราทำคอนเสิร์ตเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ แต่มุมเราก็ยังอยู่ในฝั่งของการเป็นศิลปิน ที่ยังสนุกกับการผลิตเพลง โปรดิวซ์เพลง เรายังสนุกกับการโฟกัสให้เกิดเพลงดีมากขึ้นเรื่อยๆ”ทำให้การเตรียมตัวในพาร์ตดนตรีหนักขึ้นมั้ย?“หนักขึ้นครับ ถ้าการเตรียมตัวของเพลงดนตรีก็จะหนักขึ้น ครั้งนี้เราพยายามจะทำให้มันกระชับที่สุดครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะเดียวกันโมเมนต์ที่มันเกิดขึ้นในวันนั้นก็จะมีความพิเศษ ในธีมปีนี้ผมอิงไปกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ครั้งนี้พอเราเน้นดนตรี เน้นเพลง เน้นสี เรานึกถึงช่วงเวลาพิเศษที่มันเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ฟ้าผ่าแล้วเราตกใจ หรือว่าเวลาเราเห็นสายรุ้งแล้วดูนั่นสิ มันก็จะมีความกระชับที่มีคุณสมบัติของการเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเกิดขึ้นสั้นๆ” ในส่วนของเวที?“ก็จะมีความพิเศษเพราะว่าเราเล่นในแนวกว้าง ผมอยากลองแก้โจทย์นี้ ให้มันรู้สึกว่ากว้างแต่ไม่ไกล เลยทำเป็นสองทางแยกออกมา ในฝั่งของผู้ชมก็น่าจะได้เห็นแหละว่าเป็นภาพ 3D ที่ทางงานเราทำมาให้ เพราะเราอยากให้ทุกคนได้เห็นมันครบจริงๆกับทุกมุม แล้วก็ไม่รู้สึกไกล เป็นรู้สึกกว้างดีกว่า ก็จะพยายามเดินให้ได้มากที่สุด” ถามถึงแขกรับเชิญ? “ผมก็ยังไม่เคยบอกแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตอยู่ดีนะ แต่โดยส่วนตัวผมก็ยังหาเฉดสีใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ หลักๆเราให้ความสำคัญกับเพลงของเราในคอนเสิร์ตนี้นะครับ อีกอย่างก็เพิ่งเจอกันไปเอง เพื่อนๆก็เพิ่งเจอกัน ไม่รู้ว่าคนดูเบื่อหรือยัง แต่ผมเบื่อพวกเขาแล้วนะ (ยิ้ม) ก็เจอกันอยู่เรื่อยๆ แต่มองว่าตัวเองมันมีสีของการมองผ่านคนได้อีกเยอะ ผมไม่อยากให้เฉดสีที่คนเห็นไปแล้วมันเกิดขึ้น น่าจะได้เจอกับเฉดสีต่างๆอยู่แล้วครบถ้วน”เป็นไงบ้างเพิ่งผ่านวันเกิดมาอายุเข้า 30 แล้ว?“ผมไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่เปลี่ยน ผมเข้าใจว่าถ้าตัวเอง 30 ผมจะรู้สึกว่าตัวเองแก่กว่านี้ หรือโตกว่านี้ หรือรู้อะไรมากกว่านี้ ความรู้สึกมันก็ยังเหมือนคนอายุ 20 อยู่นะ มีเรื่องที่ผมรู้ไม่รู้ มีเรื่องที่ผมยังผิดยังงง” มุมมองการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน?“สำหรับผม ผมโฟกัสอะไรง่ายขึ้นในวัย 30 อาจจะด้วยการเติบโตขึ้นของตัวเราเอง การทำงาน การที่เราสามารถเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น อันนี้คือข้อดีมั้งของการที่เราโตขึ้น แต่ตื่นมาแล้วปวดหลังยังไม่มี แต่ด้วยความที่เรามีการดูแลตัวเอง เพราะว่าเราใช้ร่างกายเราเป็นอุปกรณ์ใช่ไหมครับของการทำงาน เพราะฉะนั้นการดูแลอุปกรณ์ก็เลยเป็นส่วนนึง เราก็เลยไม่ได้มีปัญหาเหมือนเพื่อนๆที่เขาเจอกัน ผมไม่รู้สึก” มีเป้าหมายไหม?“ทำคอนเสิร์ตอัลบั้มครั้งนี้ให้มันดี วัย 30 ก็ยังเป็นวัยที่เหมือนเด็กอยู่ดีสำหรับผม ยังมีอะไรที่ให้เรียนรู้อีกเยอะ” คาดหวังกับตัวเองยังไง?“ไม่เลยอะ คาดหวังว่าต้องเป็นคนแบบไหนเหรอ พยายามเป็นคนดีในทุกๆวันนะ แล้วก็รู้ว่าโดยพื้นฐานไม่ใช่ และผมก็รู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่ทุกคนไม่สามารถเป็นได้ แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่เราพึงทำ งั้นก็คือทำทุกวันให้เป็นเวอร์ชันของตัวเองให้ดี” ปีนี้ได้ให้ของขวัญอะไรตัวเองเป็นพิเศษไหม?“ความเงียบกับวันหยุดครับ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด หนึ่งคือเราอาจจะทำงานกับแสงสีเสียงตลอดเวลา เป็นวันที่ทั้งบ้านให้เราเงียบๆ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าหูเรากับสมองส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ต้องทำงาน เป็นอะไรที่แจ๋วมากเลยครับ วันเดียวครับ” มีความสุขกับการอยู่กับตัวเองมากขึ้นด้วย?“สิ่งนั้นดูแก่จังเลย ผมก็สนุกกับการอยู่กับคนอื่นนะ เราอยู่ในช่วงที่สามารถเลือกได้แหละว่าเราอยากพักหรืออยู่กับคนอื่น แต่ผมรู้สึกว่าการที่ได้เจอผู้คน แล้วงานของเรามีคุณค่ากับเขา ในฐานะมนุษย์มันเป็นโอกาสที่หายากนะ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่