และแล้ว สนามพระของท่านผู้ชม ก็หมดเดือนที่สามไปอย่างเร็ว พอๆกับสปีดของขีปนาวุธที่อิสราเอล อิหร่าน อเมริกา ถล่มใส่กันอยู่ ก็ภาวนาขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ของทุกชาติศาสนาในสากลโลก ช่วยกันบันดาลให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี เลิกรบตบกันได้เร็ววัน ก่อนที่ชาวโลกจะต้องตบตีแย่งน้ำมันกันไปใหญ่ไปดูพระเครื่อง ที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ องค์แรกคือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม กรุเก่า วัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม กรุงเทพฯ เป็นพิมพ์ที่มีพบทั้งสองฝั่ง เพราะ สมเด็จโตฯ มอบ แม่พิมพ์ ที่ท่านกดสร้างที่วัดระฆังฯให้ เสมียนตรา (ด้วง) พ่องาน มาใช้กดพิมพ์สร้างที่วัดนี้ด้วย จึงมีทั้ง ฐานแซม วัดระฆังฯ และ ฐานแซม บางขุนพรหม ตอนออกจากกรุเลยเรียกง่ายๆ ว่า “พระสองคลอง” เพราะเนื้อมวลสารแบบบางขุนพรหม และพิมพ์แบบวัดระฆังฯ อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยกบ–ฐิการ ศุภวิรัชบัญชา เป็นพระระดับแชมป์ สวยสมบูรณ์ เดิมๆ ซึ่งพบน้อย ส่วนใหญ่เป็น “พระกรุเก่า” ที่ถูกตกกรุ (ขโมย) ออกมายุคแรกๆ--ตอนนี้ราคาอยู่ที่หลักสิบล้าน มากน้อยตามสภาพ พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง ของมาร์ค ดอนเมือง.องค์ที่สองเป็น พระปิดตา เนื้อผงคลุกรักปิดทอง หลวงปู่แย้ม วัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ อมตะพระเกจิฯผู้มีชื่อเสียงด้านวิปัส สนากรรมฐาน วิชาพุทธาคม ร่วมสมัย หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ท่านสร้างพระปิดตานี้ไว้ราวปี พ.ศ.๒๔๖๕ เป็น เนื้อผงคลุกรัก มีผงใบลาน ผงอิทธิเจ, ปถมัง, ตรีนิสิงเห ที่ได้จากการเขียนอักขระเลขยันต์ลงบนกระดานชนวน แล้ว ลบ รวบรวม ผง เก็บไว้ เพราะมีอานุภาพทางเมตตามหานิยม ยังมีมวลสารว่าน ๑๐๘ ที่เป็นยอดมหาเสน่ห์ เช่น ว่านดอกทอง ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว-แดง ผงไม้มงคลต้นดีเหนียว ต้นระงับพิษ ต้นหงอนไก่ ฯลฯ รวมกับวัสดุอาถรรพณ์อีกมาก โดยนำเนื้อมวลสารไปตากจนแห้ง แล้วนำไปสุมไฟจนแห้งเกรียม เอากะละมังครอบอบไว้ เรียกว่าทำ “สะตุ” แล้วนำไปตำละเอียด ร่อนด้วยตะแกรง เอาผงละเอียดที่ได้นวดผสมกับเนื้อรักบนหินบดยา จนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็ปั้นก้อนกดพิมพ์เป็นองค์พระ นำไปผึ่งลมตลอดพรรษาให้แห้งสนิท และหลวงพ่อทำพิธีปลุกเสกตลอดไตรมาส แล้วนำปิดทอง มอบให้ศิษย์ บางส่วนนำบรรจุองค์พระเจดีย์ และค้นพบเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗ --เป็น พระปิดตายอดนิยม ที่มีชื่อเสียงมากด้านเมตตามหาเสน่ห์ องค์งามๆ ทองเดิมๆ อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยมาร์ค ดอนเมือง ราคาหลักแสน เหรียญเนื้อทองคำ รุ่นมหานิยม พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่เม้า วัดสี่เหลี่ยม ของนิรันดร์ ผดุงคุณธรรม.ตามมาด้วยของดีของพระเกจิฯในดวงใจชาวบุรีรัมย์ เหรียญเนื้อทองคำ รุ่นมหานิยม พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่เม้า พลวิริโย วัดสี่เหลี่ยม บุรีรัมย์ ซึ่งเลื่องลือว่าเป็น “พระแท้” มีวิชาอาคมเข้มขลังด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ จนลูกศิษย์เรียกท่านว่า “หลวงปู่เม้า ลิ้นดำ” พระเครื่องของขลังท่านมีชื่อเสียงแพร่หลายเป็น ๑ ในวัตถุมงคลพระเกจิฯยอดนิยมภาคอีสานใต้ อย่าง หนุมานลอยองค์ กับ เหรียญรุ่นมหานิยม พ.ศ.๒๕๑๘ นี้ ของ เสี่ยนิรันดร์ ผดุงคุณธรรม ซึ่งเป็น เนื้อทองคำ สร้างพิเศษ มีจำนวน ๙ องค์ ตอกเลข ๙ กำกับด้านหลังทุกเหรียญ สภาพสวยเดิมๆ “แกะกล่อง” แบบนี้ ราคาหลายๆ แสน แน่ หนุมาน เนื้อสำริด พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่เม้า วัดสี่เหลี่ยม ของเบนซ์ นางรอง.ส่วน หนุมานลอยองค์ หลวงปู่เม้า ก็เป็นเครื่องรางได้รับความนิยมเป็นเครื่องรางอันดับ ๑ ของเมืองบุรีรัมย์ สร้างออกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ ในภาพของ เสี่ยเบนซ์ นางรอง เป็นเนื้อสำริดแดงนิยมสุด กำลังมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มีใบสั่งหากันมาก ราคาหลักแสน เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๘ เนื้ออัลปาก้า หลวงพ่อเพียร วัดถนนหัก ของเดย์ ชำนิ.อีกเหรียญก็ของบุรีรัมย์ เจ๋งเหมือนกัน คือ เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๘ เนื้ออัลปาก้า หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เพียร วัดถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พระเกจิฯดังด้านวิชาเมตตามหานิยม เลี้ยงหมูป่า นกยูง ชะมด ให้เชื่องได้ และมีวิชาคงกระพันชาตรี สัตว์เลี้ยงท่านที่ออกไปหาอาหารบางทีถูกชาวบ้านทำร้ายก็ไม่เป็นอะไรท่านมีชื่อเสียงสูงในยุคสงครามอินโดจีน ด้วยตะกรุดหนัง ลงอักขระจารมือ ที่ท่านสร้างอย่างมีเอกลักษณ์ มอบศิษย์ทหารที่ออกรบ และแสดงอานุภาพคุ้มครองป้องกันทุกคนให้ปลอดภัย กลับบ้านได้ด้วยอาการครบ ๓๒ ท่านสร้าง เหรียญปั๊มทรงเสมา ข้างลายกนก ด้านหน้า เป็นรูปหน้าท่านครึ่งองค์ มีอักษรบอกนาม หลวงพ่อเพียร ด้านหลังเป็นยันต์ ๕ ขึ้นยอดอุณาโลม ด้านล่างบอกนามวัดศีลวิสุทธาราม ออกเป็นรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘--ในภาพเป็นเหรียญของ เสี่ยเดย์ ชำนิ สภาพเพอร์เฟกต์แบบนี้ได้รับความนิยมสูง มีผู้แสวงหามาก แต่หาพบยากสุดๆ เหรียญพระพุทธไตรรัตนายก (หลวงพ่อโต) ย้อนยุค เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๗ วัดพนัญเชิง ของอิทธิ ชวลิตธำรง.ต่อด้วย เหรียญพระพุทธไตรรัตนายก (หลวงพ่อโต) ย้อนยุค เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๑๗ เหรียญดีสร้างย้อนยุค ตามแบบเหรียญอาร์มใหญ่ รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๐ เสกพิธีใหญ่ ณ พระอุโบสถวัดพนัญเชิง โดย ๙ พระเกจิฯผู้มีชื่อเสียงแห่งยุค เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ คือ ๑.หลวงพ่อโกย วัดพนัญเชิง ๒.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ ๓.หลวงพ่อฟ้อน วัดบ้านพาด ๔. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ ๕.หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ ๖.หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู ๗.หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาฯ ๘.หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง ๙.หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง--เป็นเหรียญดีมีอนาคตที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะชนิด เนื้อทองคำ อย่างนี้ ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง นักนิยมฯแถวหน้า บัตรบลูการ์ด การันตีพระ ของชมรมพระสมเด็จ.สุดท้าย เป็น บัตรบลูการ์ด ที่ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ กับ เฮียเปี้ย ท่าพระจันทร์ ซึ่งร่วมก่อตั้ง ชมรมพระสมเด็จ เพื่อจรรโลงวงการพระ และรับบริการตรวจสอบพระ--องค์ไหนใช่ ก็จะได้บัตรนี้เป็นการรับรอง ถึงเรื่องปิดท้าย ขำกับเรื่อง เจ๊เซี้ยม เจ้าของร้านอาหารแถวพุทธมณฑล ซึ่งไปเยี่ยมญาติ เซียนพระใหญ่ ขากลับได้ พระนางพญา องค์กระจ้อยร่อยมา บอกให้ใช้บูชาติดตัวชีวิตจะดี เจ๊ก็เอามาอวดเพื่อนฝูง ทุกคนก็บอกว่าได้พระดี พระนางพญา เหมาะเป็นพระใช้ประจำตัวผู้หญิง แต่เจ๊ตีหน้ามึนว่า แต่ชั้นรู้สึกติดใจอยู่นิดๆ เพราะเอาไปให้เซียนพระข้างบ้านดู เขาบอก เป็น นางพญา พิมพ์อกแฟบ--จึงสงสัยว่าจะเหมาะกันไหม เพราะอกเจ๊แบบนูนใหญ่ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม