ครบ 48 ชั่วโมง พ้น “เส้นตาย” โลกระทึกที่ “คาวบอยซ่า” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยื่นคำขาดเสียงแข็งให้กองทัพอิหร่านยุติการยึดช่องแคบฮอร์มุซหยุดเกม “ตั้งด่านเถื่อน” สกัดเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมิฉะนั้นจะเจอกับปฏิบัติการโหดๆหนักๆถอนรากถอนโคน ล็อกเป้าทำลายโรงงานผลิตไฟฟ้าใหญ่ ถล่มแหล่งพลังงานสำคัญของเตหะราน กองเรือสหรัฐฯขนทหารนาวิกโยธินสนธิกำลังกับกองกำลังอิสราเอลรอสัญญาณยกพลขึ้นบก ลุยตะลุมบอนภาคพื้นดินขณะที่อีกด้านก็เป็นจังหวะขยับใหญ่อย่างทรงพลังของ 5 ชาติมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ยุโรป ประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ รวมถึงญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วม“ประณาม” อิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซโจมตีเรือพาณิชย์มหาอำนาจแท็กทีมรวมพลังใน “ความพยายามที่เหมาะสม” เพื่อเปิดเส้นทางสำคัญเดินเรือน้ำมันถึงจุด “โลกสุดทน” กับเกมล็อกคอพลเมืองโลกเป็นตัวประกันตามเงื่อนไขบังคับวิกฤติน้ำมันคือ “วาระแห่งโลก” เดือดร้อนมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าอิหร่านจะเลือดเข้าตา “พาลดะ” ท้าตายแลกหมัดแบบพร้อมฉิบหายวายป่วงไปด้วยกันขนาดไหน มันก็ต้องมีจุดยุติในไม่ช้าด้วยแรงบีบมหาศาลจากทั่วทุกสารทิศ ยากจะทานได้ไม่ว่าฉากจบแบบบู๊ล้างผลาญหรือการเจรจาสงบศึก น่าจะลากต่อไปลำบากด้วยกันทุกฝ่าย ด้วยเงื่อนไขสถานการณ์โลกบังคับเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มันยังลุ้นได้มากกว่ากับความหวังเคลียร์วิกฤติน้ำมันในเมืองไทยเทียบกับการไล่ตาม “ลายแทง” ขุมทรัพย์พลังงานในเขาวงกต“ปริศนาน้ำมันล่องหน” คนไทยเดือดร้อนในลำดับต้นๆของโลก ตามภาพข่าวเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ถือแกลลอนต่อแถวยาวเป็นกิโลเมตร เพื่อแย่งซื้อน้ำมันดีเซลไปเติมเครื่องสูบน้ำ รถไถนา ถึงขั้นทะเลาะท้าตีท้าต่อย รถยนต์ต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั๊มรอเติมน้ำมันแบบข้ามคืนข้ามวันย้อนแย้งกับ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำรัฐบาล ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน น้ำมัน สำรองในประเทศไม่ขาดแคลน โบ้ยคนแตกตื่น แห่ตุน ทำให้กลไกขนส่งปกติหมุนไม่ทันโจทย์สถานการณ์คับขันกลายเป็น “ทุกขลาภ” ต้อนรับการเถลิงอำนาจนายกฯรอบสองเสียงด่ากลบเสียงชื่นชมยินดี “นายกฯหนู” ไม่มีโอกาสได้จองโต๊ะจีนเลี้ยงฉลองกันเลยตามสภาพผู้นำรัฐบาลที่ต้องแบกรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของประชาชนที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า สถานการณ์สวนทางกันระหว่างสภาพปัญหาหน้างานกับการรายงานข้อมูลในห้องประชุม“นายกฯอนุทิน” หลง “เขาวงกต” ยืนงงอยู่ในดงขุมทรัพย์ปู่โสมถึงตรงนี้ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ปริศนาให้สังคมได้กระจ่าง ข้างตัวผู้นำแยกไม่ออกใครชัวร์ใครมั่วนิ่มแต่ชาวบ้านปักใจเชื่อ มี “ไอ้โม่งตัวแสบ” ฉวยวิกฤติสงครามปล้นซ้ำเติมชาวบ้านแน่ๆสดๆร้อนๆ แกะรอยจากปรากฏการณ์ตามข่าวจริงไม่เฟกนิวส์ ประชาชนจำนวนมากแห่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มยักษ์ของ “โรงกลั่นไทยออยล์” ศรีราชา ชลบุรี ที่เปิดให้เติมได้ไม่อั้นชัดเจนว่า โรงกลั่นยักษ์เครือ ปตท.ไม่มีการกั๊ก กักตุนแต่อย่างใดตรงกับข้อมูลที่มีการระบุว่า “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอใหญ่ ปตท. รับบัญชาสายตรงจาก “นายกฯอนุทิน” เป็นหลักในทีมแบ็กอัปประคองวิกฤติน้ำมัน สั่งเดินเครื่องโรงกลั่นในเครือแบบเต็มกำลังตั้งราคาขายหน้าคลังเท่ากับราคาขายหน้าปั๊ม ยักษ์ ปตท.ยอม “เฉือนเนื้อ” ป้อนน้ำมันเข้าระบบเกินกำลังปกติด้วยซ้ำ แต่ไม่ยักเห็นปั๊มยี่ห้ออื่นขยับตาม โชว์ “จิตสำนึก” คืนกำไรสังคมในภาวะฉุกเฉินแต่อย่างใดปตท.อัดเข้าระบบเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะมีแก๊งขาใหญ่รอสูบแย่งกับชาวบ้านและพอลุยตรวจค้นก็เจอทันที ตำรวจไล่แกะรอยปั๊มน้ำมัน จ.สิงห์บุรี ก่อนจับปั๊มน้ำมันที่ จ.อ่างทอง ลักลอบกักตุนน้ำมันไว้อื้อซ่ากว่า 3 แสนลิตร ขายเกินราคา แถมใบกำกับสำแดงเท็จจากจุดส่งที่ กทม.มันก็ชัดเจนแก๊งกักตุนเก็งกำไรในปั๊มภูธร น่าจะลามไปทั่วประเทศจุดสังเกตมันก็น่าจะมาจากคิวที่ “โกเกี๊ย” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม “เจ้าสัวใหญ่ปั๊ม PT” ผู้คุมธงคุมเกมกำกับวิกฤติน้ำมัน หลุดโพล่งเองว่า น้ำมันดีเซลจะทะลุไปถึงลิตรละ 33 บาทส่งซิกล่วงหน้า ทำให้ “แก๊งกินน้ำมัน” ลักลอบกักตุน ฟาดส่วนต่างราคากลายเป็นน้ำมันการเมือง ลามปมถอนทุนเลือกตั้ง “โกเกี๊ย” ต้องไล่เคลียร์เผือกร้อนพัลวันในสภาพ “น้ำผึ้งหยดเดียว” ยังพอมีจังหวะปรับความเข้าใจแต่ “น้ำมันหยดเดียว” ไวไฟ ลามพรึบวายวอดชั่วพริบตา.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม