เมื่อวานนี้หลังจากผมเขียนถึงกลุ่ม “ลูกเทพ” หรือกลุ่ม “ลูกบังเกิดเกล้า” สส.หน้าใหม่นับสิบคนของพรรคภูมิใจไทยที่ติดโผ “รัฐมนตรี” ชุดใหม่เอี่ยมของรัฐบาลอนุทิน 2 ลงตีพิมพ์ในคอลัมน์เรียบร้อยก็ปรากฏข่าวว่าทาง พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 จะส่ง สส.เลือดใหม่ของพรรคเข้ามาร่วมในการบริหารประเทศด้วยเช่นกัน...เรียกว่า “สส.นิวเจน” มีทั้งหมด 3 รายชื่อ ได้แก่ 1.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี จะมาเป็นตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ 2.นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี ในตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ และชื่อที่ 3 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯเช่นกันผมก็ขอถือโอกาสต้อนรับว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ทั้ง 3 ของพรรคเพื่อไทยดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาโผทั้งหมดโดยรวมของรัฐบาล “อนุทิน 2” ซึ่งจะมีรัฐมนตรีหน้าเก่าเก๋ากึ๊กที่ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยมีผลงานโดดเด่นใดๆมากนัก ผมให้คะแนนระดับ B- เท่านั้นแต่จะทำอย่างไรได้เมื่อระบบและประเพณีการเมืองของบ้านเราเป็นเช่นนี้ ในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญต่างๆจะต้องพึ่งผู้ที่เป็นกำลังหลักของพรรคมากกว่าอย่างอื่นก็ต้องว่ากันไปตามนี้ผมก็ได้แต่ฝากความหวังไว้เหมือนที่ฝากกลุ่ม “ลูกเทพ” เมื่อวานนี้ ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันห้ามโกงกินห้ามคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยเด็ดขาด วันนี้ขอถือโอกาสฝากข้อห้ามนี้ไว้กับท่านว่าที่รัฐมนตรีใหม่ทุกๆท่านด้วยจะได้ครบทั้งคณะรัฐมนตรี เผื่อ “คะแนน” ทางด้านคอร์รัปชันที่มีข่าวว่าปี 2568 หรือปีโน้นเราได้คะแนนแค่ 33 เป็นอันดับ 116 ของโลก (แพ้ให้แก่สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และลาว แต่ยังโชคดีที่ชนะเมียนมา และกัมพูชาจึงไม่บ๊วยในกลุ่มอาเซียน) จะดีขึ้นบ้างในปีถัดๆไปในส่วนของการที่จะต้องต่อสู้กับปัญหาด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของโลกในปัจจุบัน รวมถึงประเทศเราด้วยนั้นจึงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐมนตรี “คนนอก” ที่คุณอนุทิน หอบหิ้วมาจากรัฐบาลชุดที่แล้วอันได้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นั่นเองเพื่อให้สอดคล้องกับกรณี “ลูกเทพ” หรือ “ลูกบังเกิดเกล้า” ที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ ผมขออนุญาตเปรียบเทียบท่านเหล่านี้เป็น “ลูกนอกสมรส” ก็แล้วกัน เพราะมิได้มีเลือดเนื้อเชื้อไข หรือเป็นสมาชิกภูมิใจไทยแต่อย่างใดในเบื้องต้นมาถึงบัดนาวนี้อย่างน้อย 1 ท่าน คือท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ สีหศักดิ์ ยอมสมัครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหมายเลข 2 ของพรรคจึงถือว่าเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นบุตรของพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ส่วน ดร.เอกนิติ, ดร.บวรศักดิ์ และ คุณศุภจี ท่านก็ไปช่วยหาเสียงและไปช่วยในกิจกรรมต่างๆ ของพรรคมาตลอดจนถึงปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่าท่านสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้วหรือยัง...แต่ถึงไม่เป็นสมาชิกก็น่าจะถือได้ว่าผ่านการรับรองโดยพฤตินัยเป็นบุตรในสมรสของพรรคภูมิใจไทยไปแล้วเช่นกัน“ความหวัง” ของคนไทย จึงฝากไปที่บุคคลซึ่งเคยเป็น “ลูกนอกสมรส” ของพรรคภูมิใจไทยดังกล่าว ค่อนข้างมากและน่าจะมากกว่าบรรดาลูกบังเกิดเกล้าเสียด้วยซ้ำกล่าวโดยสรุป ในนวนิยายน้ำเน่าหลายเรื่องที่เราเคยอ่านกันมา...ลูกนอกสมรสทั้งหลายมักจะกลายเป็นพระเอกหรือนางเอกอยู่เสมอๆในตอนจบของเรื่องผมก็หวังว่าในนิยายชีวิตอันสาหัสสากรรจ์ของคนไทยเราขณะนี้จะได้บรรดา “ลูกนอกสมรส” ทั้ง 4 ท่านนี่แหละครับมาเป็นพระเอกและนางเอกเช่นเดียวกัน...สู้ๆนะครับ ผมขอเอาใจช่วยเต็มที่ครับ และหวังว่า “โชคดี” จะเป็นของประเทศไทย."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม