ความเดือดร้อนทุกหย่อม หญ้าของประชาชนจากวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันยังเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วไทย “อนุทิน” ทำเข้มสั่งล่าคนกักตุนน้ำมัน ลงนามคำสั่งมอบ “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน สั่งรายงานการจำหน่ายเป็นราย ลูกค้า-รายชื่อลูกค้าที่ซื้อเกิน 3 พันลิตรต่อครั้ง ส่วนคลังน้ำมันอ่างทองที่พบตุนน้ำมันเพียบ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ด้านกรมธุรกิจพลังงานยันน้ำมันสำรองใช้ได้ ถึง 104 วัน ส่วนปริมาณการใช้ดีเซล-เบนซิน เริ่มลดลง ยอมรับบริษัทจำหน่ายน้ำมันอ่างทองมีความผิดจริง ไม่ออกใบกำกับการขนส่ง ก่อนขยายผล บริษัทต่อเนื่อง ขณะที่ ปคบ.แกะรอยน้ำมันแพง บุกบริษัทอ่างทอง พบสต๊อก 3.3 แสนลิตร มูลค่า 12 ล้าน ขายเกินราคา แต่ไร้หลักฐานซื้อขาย วิกฤติน้ำมันจากสงครามในตะวันออกกลาง ยังทำให้เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า แม้นายกฯ จะยืนยันไทยไม่ขาดแคลน ไม่มี “ไอ้โม่ง” ตุนน้ำมันและโทษว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกตกใจแห่ไปซื้อเก็บไว้ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลายจังหวัดทั่วไทยยังขาดแคลนน้ำมัน บางพื้นที่มีคนรอคิวซื้อยาวเหยียด“อนุทิน” เข้มสั่งล่าคนกักตุนน้ำมันที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 20 มี.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังได้รับร้องเรียนมีพฤติการณ์กักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า เพิ่งลงนามคำสั่งกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง ไปจัดการดำเนินคดี กับผู้ที่เข้าลักษณะการกักตุนน้ำมัน กักตุนสินค้า โดยไม่มีเหตุจำเป็น เมื่อถามว่ากรณีที่ จ.อ่างทอง ตอนนี้ทราบหรือยังว่า เป็นใครและจะดำเนินการอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ดำเนินคดีอยู่ใช้กฎหมายที่เรามีอยู่ ทุกข้อหาที่กระทำผิด เมื่อถามว่าจากข้อมูลเบื้องต้นจะมีจุดอื่นที่เกิดเหตุขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ดูจากตัวเลขการใช้แต่ละวัน การผลิตแต่ละวัน ยังมีที่น่าจะเป็นการทำให้น้ำมันหายไป แต่ไม่เยอะ ก็ไปตาม มี ศบก.สรุปข้อมูลมา และไปดำเนินการลั่นดำเนินการเด็ดขาดไม่มีละเว้นเมื่อถามว่า กรณีแบบนี้เรียกว่าไอ้โม่งได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราไปจับได้ไม่ใช่ไอ้โม่ง คนที่ไปซื้อไปกักตุนไว้ ถ้ากักตุนระดับสามแสนลิตร อันนี้ไม่ใช่กักตุนในยามฉุกเฉินหรือยามจำเป็น เมื่อถามว่าหากพบว่าใครกระทำผิดจะดำเนินการเด็ดขาดใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องน้ำมัน หรือเรื่องอะไร ทุกอย่างต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องละเว้นไม่มีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าในช่วงรอยต่อการทำงานของกระทรวงพลังงานจะต่อเนื่องใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นรอยต่อทั้งคณะรัฐมนตรี แต่การทำงานในรัฐบาลนี้ก็ต้องทำภายใต้เทอมของรัฐบาลนี้ วันนี้มีพระบรมราชโองการฯแล้ว ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นก็คงไม่ทำอะไรโดยรัฐบาลเดิมแล้ว แต่ตอนนี้เรามีเรื่องน้ำมันถือเป็นเรื่องจำเป็น ยังขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจของรัฐบาลรักษาการอยู่ จนกว่ารัฐบาลชุดใหม่เข้ามาสั่ง “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าน้ำมันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยในคำสั่งระบุว่า อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.การแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงมาตรา 3 มีคำสั่งดังนี้ 1.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2.ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดำเนินการตามมาตรการ ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มี.ค.69 ให้รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้า ซึ่งซื้อเกินรายละ 3,000 ลิตรต่อครั้ง 3.ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินการตามด้วย 4.มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ตร. อธิบดีดีเอสไอ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายคลังน้ำมันอ่างทองกำลังตรวจสอบด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ผอ.ศบก. กล่าวถึงกรณี บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง ว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อหาเจ้าของคลังน้ำมัน เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่ นายพิพัฒน์ไม่ตอบคำถาม แต่ยกนิ้วโป้งให้กับสื่อมวลชน เมื่อถามย้ำว่า นอกจาก จ.อ่างทอง แล้วยังมีที่อื่นอีกหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า กำลังไล่ตรวจอยู่ นายกฯเซ็นคำสั่งตั้งชุดเฉพาะกิจออกมาใหม่อีกหนึ่งชุด เพื่อไล่ตรวจสอบทั้งประเทศ เมื่อถามว่าแสดงว่ามีการกักตุนเยอะใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ทราบ เราต้องไปตรวจสอบใช้ดีเซล-เบนซิน เริ่มลดลงก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.10 น.วันเดียวกัน นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ในการแถลงข่าวประจำวันของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก กลาง (ศบก.) ว่า ณ วันที่ 20 มี.ค. อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร หรือคิดประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันระหว่างทางรวมกับน้ำมันที่จะนำเข้าที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร หรือคิดเป็นประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน ส่วนการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน ในกลุ่มน้ำมันเบนซินและดีเซล ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก ข้อมูลวันที่ 18 มี.ค. พบยอดการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเริ่มลดลงอยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันเบนซินลดลงอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง“พลังงาน” ยังยืนยันไม่พบกักตุนนายวุฒิทัตกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ไปตรวจสอบคลังน้ำมันที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จุดกระจายน้ำมันหลักสู่สถานีบริการกว่า 200 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง ไม่พบการกักตุนและคลังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันยังคงเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 20% เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอขวด แต่ยอม รับว่า มีระยะเวลาการรอรับน้ำมันนานขึ้น ตามปริมาณความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันที่ อ.ลำลูกกา พบว่าสถานีเปิดให้บริการตามปกติ แต่มีบางช่วงที่น้ำมันดีเซลขาดชั่วคราว เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้นและการขนส่งช้าไม่ทันตามรอบ รมว.พลังงาน สั่งให้กรมฯเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งอื่นๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำมันยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนตรวจเข้มกิจการน้ำมัน 76 จังหวัดรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวอีกว่า ได้ขอความร่วมมือสำนักงานพลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน ผู้ประกอบการ รถขนส่ง ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาการขาด แคลนน้ำมัน หลังมีมาตรการอื่นๆแล้ว ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ยกร่างประกาศกระทรวง เรื่องการแสดงราคาและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือหน้าโรงกลั่นน้ำมันและหน้าคลังน้ำมัน เพื่อบังคับผู้ค้าน้ำมันแสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ไว้ที่หน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง พร้อมให้รายงานข้อมูลราคาจำหน่าย ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งจะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาบริษัทน้ำมันอ่างทองผิดจริงส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งที่ จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายวุฒิทัตกล่าวว่า พบมีการกักตุนและขายเกินราคา การตรวจสอบพบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร เป็นน้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร และพบเป็นผู้ค้าน้ำมันรายย่อย มีการขนส่งหลายทอด แต่ไม่มีการออกใบกำกับการขนส่งหลายเที่ยว มีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องมีใบกำกับการขนส่ง รวมถึงต้องเก็บเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน ข้อมูลเชิงลึกขอไปตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนจะขยายการตรวจสอบบริษัทอื่นอีกหรือไม่ ต้องดูว่ามีการขนส่งมาจากที่ใดจะย้อนไปดูก่อนหน้านั้นด้วยผบช.ก.สั่งลุยเช็กบิลผู้กักตุนน้ำมันอีกด้าน ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ป้องกันการเอาเปรียบประชาชน กรณีที่ จ.สิงห์บุรี มีปั๊มน้ำมันจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง ไปตรวจสอบพบปั๊มดังกล่าว มีเอกสารใบเสร็จรับเงินแสดงที่มาของน้ำมัน ที่รับจากคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง ราคาลิตรละ 39.50 บาท มาขายราคา 41.50 บาทและจะตรวจสอบใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1. คุณภาพน้ำมันได้มาตรฐานหรือไม่ 2. เอกสารการซื้อขายการขนส่ง 3. ขายเกินราคาควบคุมหรือไม่ 4. กักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ หากพบความผิดจะดำเนินคดี ส่วนที่พบน้ำมันดีเซลกว่า 4 หมื่นลิตรอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเข้าข่าย “กักตุน” หรือไม่ ขอเตือนผู้ประกอบการว่าอย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤติ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีอ่างทองตรวจสอบน้ำมันในคลังที่คลังน้ำมัน ริมถนนสายเอเชีย ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเชื้อเพลิงตำรวจภูธรภาค 1 (ศปนม.ภาค 1) พร้อมฝ่ายปกครอง สรรพสามิต พาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัดอ่างทอง เชิญเจ้าหน้าที่คลังน้ำมันในพื้นที่ อ.เมืองอ่างทอง มาให้ข้อมูล ขอเอกสารการนำเข้าส่งออกน้ำมันจากต้นทางไปปลายทางผ่านคลังน้ำมัน เพื่อใช้เทียบเคียงตรวจดูปริมาณน้ำมันในคลังเหลือมากเท่าใด นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ทำหนังสือแจ้งให้นำส่งเอกสารการนำเข้าส่งออกน้ำมันภายใน 3 วัน หากไม่นำเอกสารมาแสดงจะมีความผิด มาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง หากผู้ค้ามาตรา 10 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มีโทษตามมาตรา 56 (3) ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับปล่อยผีรถน้ำมันวิ่งได้ 24 ชม.ช่วงค่ำ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้พิจารณาออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถขนส่งน้ำมันรองรับสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อบริหารจัดการด้านการจราจรในการขนส่งน้ำมันให้รวดเร็ว ทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่ เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนในแต่ละวันได้ จึงพิจารณาอนุญาตผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่งน้ำมันเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.ถึงวันที่ 30 เม.ย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่