F-35 เครื่องบินรบสุดไฮเทคของสหรัฐฯ ถูกสอยกลางอากาศ นักบินประคองเครื่องลงฉุกเฉินที่ฐานทัพในตะวันออกกลาง อิหร่านประกาศชัยชนะมีไม้เด็ด “จรวด 358” ทำลายอากาศยานขั้นสูง “ทรัมป์” ลั่นบุกถล่มเกาะคาร์ก ตั้งงบ 2 แสนล้านดอลลาร์เสริมทัพ IRGC ยืนยัน “นาอีนี” ถูกสังหาร ยิวเสนอใช้ท่าเรือส่งออกพลังงาน ขณะที่ “สีหศักดิ์” หารือทูตอิหร่านประจำประเทศไทยช่วย 3 ลูกเรือ “มยุรี นารี” ส่วนแม่แรงงานไทยเหยื่อสงครามสุดอาลัยรอศพลูกชายกลับบ้านเกิดกองกำลังผสมของสหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านรอบใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางดึกถึงรุ่งเช้าในสงครามวันที่ 21 การโจมตีเกิดขึ้นหลายระลอกในพื้นที่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ตั้งแต่ทางตะวันออกไปจนถึงใจกลางเมือง 1 ในนั้นโจมตีฐานทัพทหารปาร์ชิน ในขณะที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน และกองทัพอิหร่านประกาศว่าโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธหลายระลอก รวมทั้งโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีของอิสราเอลในเมืองไฮฟา เมืองใหญ่สุดทางตอนเหนือของอิสราเอล สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญระทึก F–35 ถูกสอยกลางอากาศกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) เผยว่า เครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่น F-35 เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีอเนกประสงค์ล่องหน (Stealth) รุ่นที่ 5 ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพสหรัฐอเมริกา ลงจอดฉุกเฉินที่ฐานทัพในตะวันออกกลาง หลังปฏิบัติภารกิจโจมตีเหนืออิหร่าน นักบินปลอดภัยและอาการคงที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุ แม้สื่อบางรายอ้างว่าเครื่องบินเอฟ-35 อาจถูกโจมตีจากอิหร่าน แต่สหรัฐฯยังไม่ยืนยัน ขณะที่ฝั่งกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านแถลงว่าได้เล็งเป้าโจมตีและสามารถสร้างความเสียหายให้กับ เครื่องบินรบเอฟ-35 ของสหรัฐฯได้จริงอิหร่านประกาศชัยชนะครั้งสำคัญอย่างไรก็ตาม อิหร่านประกาศว่าถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ เนื่องจากเครื่องบินรบรุ่นเอฟ-35 ดังกล่าว เป็นหนึ่งในเครื่องบินรบล้ำสมัยที่สุดของสหรัฐฯ เปรียบได้กับกระดูกสันหลังของกองทัพสหรัฐฯ มีจุดเด่นที่การหลบหลีกเรดาร์ (Stealth) และระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (Sensor Fusion) ที่เชื่อมโยงข้อมูลในสนามรบแบบเรียลไทม์ เหตุการณ์นี้สั่นคลอนความเชื่อมั่นที่ว่าเครื่องบินล่องหนสามารถปฏิบัติการได้อย่างไร้ผู้ต่อต้าน และอาจสะท้อนว่าอิหร่านพัฒนาขีดความสามารถในการตรวจจับอากาศยานขั้นสูงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น“จรวด 358” ไม้เด็ดทำลายอากาศยานขณะที่รายงานจากสถานีโทรทัศน์ช่องอาร์ทีของรัสเซียรายงานว่า อาวุธที่ฝ่ายอิหร่านใช้คือ “จรวด 358” หรือที่รู้จักในชื่อ SA-67 เป็นอาวุธไฮบริดที่อิหร่านพัฒนาขึ้นเอง โดยรวบรวมคุณสมบัติของจรวดต่อสู้อากาศยานเข้ากับโดรนพิฆาต โดยจรวดจะสามารถบินวนรออยู่บนท้องฟ้าเพื่อดักโจมตีเป้าหมายบนอากาศ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสั่นคลอนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีสเตลธ์ที่เคยปฏิบัติการได้อย่างไร้ผู้ต่อต้าน แต่ยังสะท้อนถึงขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของอิหร่านในการตรวจจับและทำลายอากาศยานขั้นสูงของโลกสหรัฐฯส่งนาวิกโยธินยกพลขึ้นบกสื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ อย่างนิวส์แม็กซ์ รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังเตรียมส่งกำลังเสริมไปยังตะวันออกกลาง ประกอบด้วยเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส บ็อกเซอร์ บรรทุกเครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่นเอฟ-35 ประมาณ 20 ลำ รวมทั้งทหารนาวิกโยธินและลูกเรือประมาณ 4,000 นาย เดินทางออกจากฐานทัพเรือรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ หลังจากเพิ่งส่งนาวิกโยธินประมาณ 2,500 นาย จากญี่ปุ่นขึ้นเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส ตริโปลี มุ่งสู่ตะวันออกกลางก่อนหน้านี้ โดย นสพ.วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า เรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส ตริโปลี มีกำหนดเดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์IRGC ยืนยัน “นาอีนี” ถูกสังหารกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยืนยันการรายงานการเสียชีวิตของ พล.อ.อาลี โมฮัมหมัด นาอีนี โฆษกและรองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ IRGC ถูกสังหารในการโจมตีด้วยขีปนาวุธของกองกำลังร่วมอิสราเอลและสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า นาอีนี วัย 68 ปี เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษก IRGC ในปี 2567 ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่กี่ชั่วโมงยังปรากฏตัวทางโทรทัศน์ และแถลงว่าอิหร่านยังคงมีศักยภาพในการผลิตขีปนาวุธแม้ในช่วงสงคราม“ทรัมป์” ลั่นไม่ถอยสั่งถล่มเกาะคาร์กโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงการณ์ด้วยท่าทีดุดันประกาศเปิด “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” (Major Combat Operation) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่บังอาจโจมตีทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ และเพื่อล้างแค้นให้กับการสังหารผู้นำระดับสูงด้านความมั่นคง ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าฝูงบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เข้าถล่มเป้าหมายสำคัญทางเศรษฐกิจและทหารของอิหร่านอย่างหนัก โดยเฉพาะที่เกาะคาร์ก (Kharg Island) เป็นจุดส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านจนเกิดไฟไหม้ลุกโชนมองเห็นได้จากระยะไกล รวมถึงการใช้ระเบิดทำลายบังเกอร์ (Bunker-Buster) โจมตีฐานทัพใต้ดินของกองกำลัง IRGC อย่างต่อเนื่องเสนองบเสริมทัพ 2 แสนล้านดอลลาร์นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อาจเสนอขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ วงเงินสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6.5 ล้านล้านบาท ระบุว่าเป็น “ราคาที่ต้องจ่ายเล็กน้อย” เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมสูงสุด ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดและความขัดแย้งกับอิหร่าน รัฐบาลต้องการให้กองทัพอยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมย้ำว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวเป็นการลงทุนเพื่อรักษาความได้เปรียบทางทหารของประเทศ อย่างไรก็ตามนายทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว ระบุเพียงว่าต้องการให้กองทัพมีกระสุนจำนวนมหาศาล เพื่อรองรับภารกิจต่างๆ พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯไม่ได้เผชิญปัญหาขาดแคลนอาวุธ และการใช้จ่ายยังคงดำเนินไปอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯยังระบุว่า คำของบประมาณดังกล่าวมีเหตุผลสนับสนุนหลายด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านเท่านั้น โดยเฉพาะด้านยุทโธปกรณ์แม้สหรัฐฯจะมีอยู่ในระดับสูง แต่ยังคงจำเป็นต้องสำรองไว้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว“เพนตากอน” แจงค่าใช้จ่ายพุ่งปรี๊ดอย่างไรก็ตาม ตัวเลขงบประมาณดังกล่าวมีมูลค่ามากเกือบจะเท่ากับ 1 ใน 4 ของงบกลาโหมทั้งปีของสหรัฐฯ ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่างบประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์นี้ จะใช้ได้นานเพียงใด หรือครอบคลุมปฏิบัติการทางทหารอะไรบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับสงครามอิรัก สหรัฐฯใช้เงินประมาณ 815,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลา 13 ปี และให้การสนับสนุนยูเครนสู้ศึกกับรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2565 รวมประมาณ 188,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เพนตากอนรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า เพียง 6 วันแรกของการสู้รบกับอิหร่านก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 12,700 ล้านดอลลาร์แล้ว และพุ่งถึง 18,000 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 16 ของการสู้รบ“เนทันยาฮู” วางเป้าหมาย 3 ข้อเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงข่าวสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯต่ออิหร่านที่กำลังจะลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ว่า อิสราเอลมีเป้าหมาย 3 ข้อของการทำสงครามกับอิหร่าน ประการแรกคือต้องกำจัดภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ ประการที่สองคือต้องกำจัดภัยคุกคามจากขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน และต้องลงมือกำจัดภัยคุกคามเหล่านี้ ก่อนที่อิหร่านจะนำอาวุธไปไว้ใต้ดินเพื่อป้องกันการโจมตี ประการที่สามคือสร้างสภาพแวดล้อมให้ชาวอิหร่านโค่นล้มระบอบการปกครองของตัวเอง จนถึงวันนี้ การสู้รบได้ดำเนินไปแล้ว 20 วัน เนทันยาฮู บอกว่าได้ทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมและขีดความสามารถในการสร้างขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน ในตอนนี้อิหร่านอ่อนแอลงมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่อิสราเอลเข้มแข็งขึ้น และสงครามนี้จะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น แต่คิดว่าสงครามนี้กำลังจบลงเร็วกว่าที่หลายคนคิด ในช่วงที่ผ่านมา สงครามในตะวันออกกลางถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยหลายคนบอกว่าอิสราเอลลากสหรัฐฯเข้ามาสู่สงครามกับอิหร่าน เนทันยาฮูตอบเรื่องดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีใครสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯได้ และทรัมป์ตัดสินใจในสิ่งที่เขาคิดว่าดีต่ออเมริกาและคนรุ่นหลังเสนอใช้ท่าเรือยิวส่งออกพลังงานเนทันยาฮูบอกว่า สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าอย่างหนักเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิสราเอลกำลังช่วยเหลือสหรัฐฯในเรื่องดังกล่าว หากสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งก็เชื่อว่าราคาน้ำมันจะลดลง ถึงกระนั้นก็ตาม เนทันยาฮูเชื่อว่าจะต้องมีช่องทางอื่นในการส่งออกพลังงานที่ไม่ต้องใช้ช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวอาหรับ โดยเสนอให้มีการต่อท่อน้ำมันและก๊าซไปทางทิศตะวันตกผ่านคาบสมุทรอาหรับมายังอิสราเอล และใช้ท่าเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอิสราเอลแทนกต.แนะคนไทยออกพื้นที่เสี่ยงที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า ยังคงความรุนแรงขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นต่อเนื่อง มีรายงานว่ามีการโจมตีนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์ หนึ่งในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลำดับต้นของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบพลังงานในภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบช่วยเหลือคนไทยกลับแล้ว 1,209 คนนายปาณิดลกล่าวว่า ส่วนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพคนไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน และนักศึกษาจากเมืองกุม 6 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เดินทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางต่อไป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ส่วนกรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ที่ถูกโจมตีนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คนในพื้นที่ ทุกคนปลอดภัยมีกำลังใจดี ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,209 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออก กลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก“สีหศักดิ์” หารือช่วย 3 ลูกเรือไทยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ หารือกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรี นารี” โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมโดยกองทัพเรืออิหร่าน และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ด้านนายนอเศเรดดีนระบุว่า แจ้งให้เมืองหลวงทราบคำขอดังกล่าวแล้ว ในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้ง 2 ข้อ และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือลูกเรือไทย ส่วนกรณีการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทย ที่รัฐมนตรี 2 ฝ่ายหารือร่วมกันแล้ว นายนอเศเรดดีนระบุว่า ไทยในฐานะมิตรประเทศ ควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้จะรับไปติดตามให้เมืองหลวงมีความเห็นตอบกลับโดยเร็ว ขณะที่นายสหศักดิ์ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต โดยเอกอัครราชทูตอิหร่านฯ ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็วแม่แรงงานไทยรอศพลูกกลับบ้านผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยในอิสราเอล ที่ถูกระเบิดเสียชีวิต เลขที่ 292 หมู่ 2 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พบนางพูนศรี แววนิล อายุ 72 ปี แม่ของนายชัยวัฒน์นั่งถือกรอบรูปถ่ายลูกชายด้วยความอาลัย เปิดเผยว่า ตนมีลูก 2 คนผู้เสียชีวิตเป็นลูกคนเล็ก ก่อนที่ลูกจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ลูกแต่งงานมีภรรยาอยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู ภายในหมู่บ้านที่ภรรยาของลูกชายของตนอยู่นั้นมีคนไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลหลายคนจึงชักชวนกันไป ลูกทำงานอิสราเอลได้ประมาณ 8 เดือน ก่อนที่จะเกิดสงครามในครั้งนี้ เพื่อนลูกเล่าว่า ลูกชายลุกจากที่นอนเพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำยังไม่ทันกลับเข้าหลุมหลบภัยถูกระเบิดเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นตนเกิดลางสังหรณ์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนภายในครอบครัว เพราะเจ็บหน้าอกและกินข้าวไม่ได้มาหลายวัน ก่อนที่จะพบว่าลูกชายเสียชีวิต ขณะนี้รอศพลูกกลับมาที่บ้านเกิดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่