หนังสือเล่มแรก นวโกวาท คำสอนสำหรับผู้บวชใหม่ ที่ครูบาอาจารย์ ท่านยื่นให้พระบวชใหม่ เณรบวชใหม่ ไปท่องมีเนื้อหาสามส่วน วินัยบัญญัติ ธรรมวิภาค และคิหิปฏิบัติ ครับเฉพาะธรรมวิภาค เนื้อหาหน้าแรกเริ่มด้วย ทุกะ หมวดสอง ข้อแรก ธรรมค้ำจุนโลก อ่านแล้วจำได้ไม่ต้องท่อง เมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณาปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ข้อสอง ธรรมเป็นโลกบาลคุ้มครองโลก...หิริ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาปธรรมะ...สองข้อนี้เป็นธรรมะ เป็นความจริงแท้...ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย...(ศาสดาทุกศาสนา) ท่านสอน ไม่ได้ผูกขาดว่า พระสมณโคดม พุทธเจ้าของเรา ท่านสอนอยู่องค์เดียวชาวพุทธไกลวัดอย่างผม...แม้จำธรรมค้ำจุนโลกและธรรม คุ้มครองโลกติดสมองตั้งแต่เด็ก...แต่ไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งสักเท่าใด...พอโตขึ้นกลับหันไปสนใจอธรรม (ไม่ใช่เรื่องธรรม) ที่ดูจะมีตัวตนสัมผัสได้มากกว่าอย่างจตุโลกบาลทั้งสี่เช่น ท้าวเวสสุวรรณ เทพหัวหน้ายักษ์ ผี คุ้มครองทางทิศเหนือ และดูจะมีคุณทางโชคลาภเสียมากกว่า ที่กำลังขึ้นชื่อลือชาว่าขลังกว่าวัดใดๆ เวสสุวรรณ อาจารย์อิฏฐ์ (เป็นเจ้าคุณแล้วครับ) วัดจุฬามณี อัมพวา ใกล้บ้านผมพอนึกได้ ท้าวเวสสุวรรณท่านขลัง...คุ้มตัวได้ แล้วนึกต่อไปถึง สงครามจรวดนำวิถี ที่สหรัฐฯยิวกำลังยิงใส่กับอิหร่าน...แล้วกลัวกันว่าจะบานปลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ถ้ารบกันขั้นนี้ ก็รู้กันตัวใครตัวมัน ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่ออิฏหรือหลวงพ่อไหนๆก็คงเอาไม่อยู่ย้อนไปสงครามยิวกับปาเลสไตน์รอบที่แล้ว ครั้งนั้น พวกกาซายึดโรงพยาบาลใหญ่เป็นที่มั่นสั่งสมสรรพกำลัง...จู่ๆก็มีระเบิดลูกใหญ่ระเบิดตูม...คนไข้ หมอ พยาบาล ตายกว่าห้าสิบ เจ็บเป็นร้อยแน่นอน...ฝ่ายกาซาชี้ว่า ระเบิดจากเครื่องบินยิว ยิวก็โต้ว่า ลักษณะหลุมระเบิด...เป็นระเบิดของกาซาร์ระเบิดเอง...มากกว่า...ตลกร้ายเรื่องนี้ ผมนึกถึงธรรมะหมวดสอง หิริ โอตตัปปะ ข้อที่บอก ธรรมเป็นโลกบาลคุ้มครองโลกขึ้นมานี่เขารบกันชิงบ้านชิงเมือง เอาเป็นเอาตาย...แต่เขาก็ยัง “อ้างธรรมะ” ได้เต็มปากเต็มคำเหมือนๆกันเมื่อมนุษยชาติทุกเผ่าพันธุ์ ยังมีหิริ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป อือ! หรือว่าโลกเรายังมีทางรอด...ไม่ทะลุปรอทไปถึงสงครามนิวเคลียร์ หรือสงครามโลกอย่างที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนกันแต่คำอธิบาย หิริ โอตตัปปะ ละอายบาป เกรงกลัวบาป...ที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ท่านทรงนิพนธ์เป็นตำราไว้...แม้สั้นและเข้าใจถึงขั้นนี้ เด็กวัดเก่าก็อยากฟังข้อวิสัชนา...ที่กว้างไกลออกไปอีกหลวงพ่อวัดราชโอรส...สมณศักดิ์ตอนแต่งหนังสือ “คำวัด” พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ตอนนี้ท่านเลื่อนขึ้นชั้นพรหมแล้ว ท่านอธิบายความหมาย “หิริ” ไว้ดังนี้หมายถึงความละอายใจตัวเองต่อการทำความชั่วความผิด ต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลาย และความละอายใจตัวเองที่จะละเว้น ไม่ทำความดี ซึ่งควรทำให้เกิดมีในตนหิริ เกิดขึ้นได้ ด้วยการคิดถึงการศึกษา ฐานะ ยศศักดิ์ ชาติตระกูลของตน คิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมกับความแกล้วกล้าของจิตใจที่จะไม่ทำชั่วเช่นนั้นหิริเป็นธรรมรักษาคุ้มครองโลก ทำให้โลกเกิดสันติ ทำให้คนเราอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะคนที่มีหิริจะเกลียดความชั่ว และละอายความชั่วที่จะทำทั้งต่อหน้าและลับหลังทำให้ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลก คือแผ่นดินและสรรพสัตว์ทั้งหลายส่วนโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป ท่านอาจารย์ว่าไว้โดยนัยเดียวกับหิริ มีวรรคทิ้งท้ายว่า คนที่มีโอตตัปปะ ย่อมกลัวที่จะทำความผิด ทำให้งดเว้นจากการประพฤติผิดต่างๆได้ อันเป็นเหตุให้โลกเกิดความร่มเย็นเป็นสุข เกิดสันติภาพขึ้นอ่านมาถึงตรงนี้ ผมภาวนาขอให้ธรรมานุภาพของหิริ โอตตัปปะ...คุ้มครองโลกไว้ได้จริงๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม