โลกกำลังเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า “สงคราม (เชื้อ) โรค (Germ Warfare)” ด้วยว่ามีข้อมูลสะท้อนชัดว่า “ไวรัส” ที่ระบาดหนักในช่วงปีที่ผ่านมาอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นไวรัสที่ถูก “ตัดต่อพันธุกรรม” ในห้องปฏิบัติการเพื่อให้ “รุนแรง” กว่าสายพันธุ์ธรรมชาติหลายเท่าโดยมีเป้าหมายแฝงเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ธุรกิจยากลุ่ม “Medical Dollar” และใช้เป็นหมากในเกม “ภูมิรัฐศาสตร์” เพื่อแย่งชิงทรัพยากรโลกหรือไม่?“...มีหลักฐานว่าโควิด-19 และวัคซีน mRNA ถูกเตรียมการไว้ก่อนระบาดจริง และมีความเชื่อมโยงกับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ”...คือหนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตีแผ่ยิ่งไปกว่านั้น ไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่าง “นิปาห์” ยังถูกพัฒนาให้แพร่กระจายทางอากาศได้ และ “ไข้หวัดนก” ที่ถูกตัดต่อให้มีอัตราการฆ่ามนุษย์พุ่งสูงถึง 100% รวมถึงการนำ RSV และฝีดาษลิง กลับมาปัดฝุ่นใหม่ในแล็บต่างประเทศ กลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุรอบใหม่?ประเด็นเกริ่นนำอันร้อนแรงนี้มาจากแถลงการณ์ร่วมครั้งที่ 1/2569 ระหว่าง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และ วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต (12 มี.ค.69) ตอกย้ำด้วยข้อมูลจากการตรวจเลือดอาสาสมัครไทย 1,177 ราย และสแกนสมองด้วย MRI อีกกว่าพันคน พบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง...มีภาวะภูมิคุ้มกันอักเสบรุนแรง และระบบเผาผลาญผิดปกติ...1 ใน 3 พบเส้นเลือดฝอยในสมองผิดปกติ เสี่ยงอัมพฤกษ์...อัมพาต ร้อยละ 4.9 พบภาวะ “สมองฝ่อ” ในตำแหน่งอัลไซเมอร์ แม้จะยังไม่มีอาการ และที่น่าตกใจคือพบในกลุ่มอายุเพียง 40-60 ปี ถึง 2.9% ซึ่งตามเกณฑ์ปกติไม่ควรเกิดขึ้นศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ยังชี้ให้เห็นถึงอันตรายที่ถูกปกปิดทั้งภาวะหัวใจอักเสบ มะเร็งที่ปะทุเร็วผิดปกติ และปรากฏการณ์ “ลิ่มเลือดสีขาว (White Clot)” ที่เชื่อมโยงกับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน mRNA ในช่วงที่ผ่านมาโดยมีข้อมูลวิชาการระบุว่าแท่งย้วยสีขาวเริ่มก่อตัวจากลิ่มเลือดขนาดเล็กที่เรียกว่าไมโครคลอต แล้วจึงค่อยๆรวมตัวกันจนเป็นแท่งขนาดใหญ่ที่สามารถไป “อุดตัน” ได้ทั้งใน “เส้นเลือดดำ”...“เส้นเลือดแดง”หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เคยถูกโจมตีว่าเป็น “ข่าวลือ” หรือ “ข่าวเท็จ” แต่ปัจจุบันมีรายงานจากคณะนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันตั้งแต่ปี 2022 และมีรายงานต่อเนื่องมาจนถึงปี 2026 เพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ถามถึงความเชื่อมโยงกับวัคซีน แหล่งข้อมูลวิชาการที่มีการศึกษาระบุว่าปรากฏการณ์ลิ่มเลือดสีขาวนี้ มีความเกี่ยวพันกับวัคซีน mRNA ซึ่งสารจากวัคซีนอาจยังฝังอยู่ในร่างกาย และจำเป็นต้องหาวิธีถอนหรือกำจัดออกอย่างมีประสิทธิภาพกรณีศึกษาใน... “ประเทศไทย” มีการยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม โดย นายแพทย์ไพศาล กอบเกื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุทัยธานี พบผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดสีขาว ซึ่งการให้ยาละลายลิ่มเลือดตามปกติไม่ได้ผล จนต้องใช้วิธีการลากลิ่มเลือดนั้นออกมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...นี่คือหนึ่งในความสำคัญทางการแพทย์ที่น่าสนใจ ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของโลกที่ไม่เคยพบในลักษณะนี้มาก่อน และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทีมวิจัยใช้เตือนให้คนไทยตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจถูกปกปิดไว้คำถามสำคัญมีว่า...หลังจากโรคระบาด โควิด-19 ครั้งแรก สุขภาพคนไทยเปลี่ยนไปหรือไม่? ผลการตรวจเลือด การวิเคราะห์ชิ้นส่วนของโปรตีนมากกว่า 10,000 ชิ้นในเลือดของแต่ละราย ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้น... “PROPEDIC” ที่ว่านี้ขณะนี้ ได้กำลังพัฒนาให้สามารถวิเคราะห์ภาพสแกนสมอง MRI ที่ระบุความเสี่ยงของหลอดเลือด เนื้อสมองและสิ่งผิดปกติอื่นๆ น่าสนใจว่าในระยะเวลาอันใกล้จะทำการเชื่อมโยงการตรวจเลือดและสมองเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ การตรวจเลือดเป็นการระบุสภาวะ “กำลังจะเกิดอะไร”MRI บอกว่า “เกิดอะไรแล้วและอยู่ตรงไหน” เมื่อรวมกันเท่ากับบอกได้ว่า “ต้องทำอะไรเมื่อไหร่ เร่งด่วนแค่ไหน”โครงการดังกล่าวนี้ อยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนที่ยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเชื้อชาติอื่น ซึ่งหากผลการศึกษาได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว จะสามารถนำมาทำนายความเสี่ยงระบบสุขภาพทั้งหมด รวมทั้งสมองของประชากรทั่วโลกได้แนวทางการรับมืออย่างเป็นระบบ “ประเทศไทย” จำเป็นต้องสร้าง “ความมั่นคงทางยาและการพึ่งพาตนเอง” โดยมีการวิจัยพบว่าสมุนไพรและตำรับยาไทย มีศักยภาพในการยับยั้งไวรัสอุบัติใหม่เหล่านี้ได้ซึ่งถือเป็นทางรอดในยุคที่อาจเกิดการขาดแคลนยาจากสงครามหรือวิกฤติเศรษฐกิจโลกอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เสริมว่า วิกฤติห่วงโซ่อุปทาน...ในภาวะสงครามหรือความขัดแย้งที่รุนแรง ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดแคลนยาเนื่องจากไม่มีการสต๊อกยาไว้ได้นานหลายปี และหากการขนส่งหรืออุตสาหกรรมพลังงานถูกกระทบ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางยาอีกทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี...แม้ไม่เกิดสงครามโลก แต่หากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชะงักงัน จะทำให้ขาดแคลนบรรจุภัณฑ์สำหรับยาและอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกหากเกิดวิกฤติอาจทำให้ระบบสาธารณสุขพึ่งพาเครื่องมือไฮเทคไม่ได้ เราต้องเดินหน้าไปสู่ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองด้วย “เศรษฐกิจพอเพียงทางการแพทย์” ใช้ฝีมือและภูมิปัญญาที่มี.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม