ผ่านขั้นแรก “พิธีกรรม” ประทับ “ประกาศิตเจ้าพ่อเขากระโดง”ขบวนรถแห่เซราะกราวส่งนายโสภณ ซารัมย์ สายตรง “เนวิน ชิดชอบ” ควบซาเล้ง เข้าป้ายประธานสภาผู้แทนราษฎร “โชว์ดริฟ” โค้งสนามช้าง บุรีรัมย์ แบบม้วนเดียวจบตามโพยโดยมวยใหญ่สายตรงของ “นายใหญ่” อย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นคนนำแห่ ลุกขึ้นเสนอชื่อด้วยตัวเอง อารมณ์ครื้นเครง เชิดฉิ่งเถิดเทิง สลับดอกกับคนของค่ายภูมิใจไทย ลุกขึ้นเสนอชื่อคนของพรรคเพื่อไทยขึ้นแท่นรองประธานสภาฯ“ก๊วนนายใหญ่” กับ “ทีมเกรียน 2 น.” กลืนเป็นเนื้อเดียวกันในเกมยึดฝ่ายนิติบัญญัติกอดคอโชว์ผูกมือมัดข้าวต้มเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นปึ้กณ จุดที่ด้านนอกสภา ก็เป็นบรรยากาศสมานฉันท์น้ำเงิน-แดง แบบที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปิดสำนวนกันดื้อๆ ยกเลิกสอบคดี “บ้านใหญ่ชิดชอบ” รุกเขากระโดง ที่ตั้งแท่นจุดชนวนระเบิดในยุครัฐบาลเพื่อไทยพร้อมๆกับ “สื่อเฉพาะกิจ” ในคาถาทีม “นายใหญ่” จัดแจง “ร่อนแถลงการณ์” แสดงความขอโทษ “เนวิน ชิดชอบ” ต่อการนำเสนอเนื้อหาข่าวในประเด็นมหากาพย์ที่ดินเขากระโดง“สารภาพ” หน้าตาเฉย มั่วข้อมูลทำให้สังคมเข้าใจผิดจังหวะแข่งกันโชว์ปาฏิหาริย์กับก๊วน กกต.ใต้ปีกของ “เดอะแหวง เซราะกราว” ที่ส่งซิกสัญญาณ “ปล่อยผี” คดี “ฮั้ว สว.สายน้ำเงิน” ตัดจบแก๊ง 229 เบื้องหลัง “สูตรกล” คณิตศาสตร์อุ้ม “ก๊วนลูกเทพ” ที่โดนสอบเบื้องหลังคดี “ล็อกโหวต” การันตีบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลทิน พาเหรด “ลูกบังเกิดเกล้าของเจ้าพ่อบ้านใหญ่” เข้าแถวเป็นรัฐมนตรีกันแบบสบายใจยี่ห้อ “เซราะกราว” ปลอดพันธนาการ ภายใต้อิทธิฤทธิ์ “เจ้าพ่อเขากระโดง”เส้นทางอำนาจ “สายสีน้ำเงิน” ทะลุปรุโปร่งปลอดคดีความทางกฎหมาย สยบค่ายแดงหมอบราบคาบแก้วใต้อาณัฐรัฐบาล ไม่นับ “อะไหล่” ทั้งระดับมาตรฐาน “เบิกห้าง” ยี่ห้อสีฟ้า หรือมือสองคุณภาพ “เชียงกง” ภายใต้ฉลากสีเขียว“แบะท่ารอให้เสียบ” เปิดสายรอให้เรียกใช้บริการแบบ 24 ชั่วโมงโยงกับตัวเลขสดๆร้อนๆ 123 เสียงของ “ฝ่ายค้านเพียวๆ” ด้วย “ลูกเขี้ยว” ของเด็กค่ายส้ม แกล้งเสนอชื่อ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โชว์กึ๋น “ออกซ์ฟอร์ด” เบิ้ลกับ “โสภณ เขากระโดง” เพื่อแยกตะกอนออกจากน้ำใสๆชี้เป้าให้เห็น “กล้าธรรม” กับ “ประชาธิปัตย์” งดออกเสียงโหวตประธานสภาอาการ “กระมิดกระเมี้ยน” ทำให้ “หมอฮา” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มวยดังของค่ายประชาชน ได้ทีโพสต์ “ตอกย้ำ” ประจานผลโหวตสะท้อนความชัดเจนทางการเมืองครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ฝ่ายค้านเรามีเพียง 123 เสียงที่เหลือคือ “พรรครอร่วมรัฐบาล”ชั่วโมงนี้ “เมืองหลวงทางการเมือง” ย้ายไปอยู่บุรีรัมย์แทนกรุงเทพฯ สถานการณ์ขบวนอำนาจสายน้ำเงินกินรวบสัมปทาน “เขากระโดง–เกียกกาย” ยึดหมดทั้งสภาล่าง–สภาสูง ล็อกสภาผู้แทนฯและวุฒิสภาใต้อาณัติ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ “เนวิน-อนุทิน” โชว์เกมยุทธ์เซียนเหนือเซียน กุมบังเหียนฝ่ายนิติบัญญัติ รวบเกมอำนาจฝ่ายบริหาร เหลือโซนเดียวที่อยู่นอกเหนือ “อิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อเขากระโดง” เสกเป่าไม่ได้นั่นคือ “ศรัทธา” ความเชื่อมั่นในทีมรัฐบาลภูมิใจไทยตามภาพข่าวที่คนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรถือแกลลอนแห่ตุนน้ำมันดีเซลเพื่อเติมรถไถ เครื่องสูบน้ำเข้าไร่นา รถยนต์ต่อแถวยาวเป็นกิโลเมตร แย่งบัตรคิวรอเติมน้ำมันแบบข้ามคืนข้ามวัน ปั๊มต้องปิดหนีกันจ้าละหวั่นผวาน้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนต้องดับไฟ ไม่ฟังเสียงผู้นำรัฐบาลสภาพย้อนแย้งกับเกมรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องแทรกคิวเรียกประชุมด่วนทีมรับมือวิกฤติพลังงานจากการสู้รบตะวันออกกลาง แบบวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง สลับคิวให้ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นั่งหัวโต๊ะ แทนที่จะเบาตัวกลับต้องเจอกระแสต้าน “เจ้าสัวปั๊มพีที”ที่สุดเลยก็หนีไม่พ้นต้องพึ่งบริการ “เดอะแบก” หลังแอ่นจำเป็นต้องโยนวิกฤติน้ำมันร้อนๆไปให้ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง รับหน้าเสื่อ “เติมตัวช่วย” ไปดึง “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ ปตท. ประกบ “เพิ่มน้ำหนัก” ยืนยันน้ำมันสำรองไม่ได้ขาดแคลน การันตียักษ์ใหญ่ ปตท.มีศักยภาพในการดีลซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทั่วโลกแต่ผิดแผนเพราะสไตล์แบบไทยๆ “ตื่นตูม” มากกว่า “ตื่นรู้” ช็อตระบบขนส่งไม่ทัน“น้ำมันไม่หมดปั๊ม” แต่ “นายกฯหนู” ต้องเติมความเชื่อมั่นด่วนเลย.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม