“อนุทิน” นำถก ศบก. ย้ำไทยมีน้ำมันเพียงพอ ไม่มีสัญญาณขาดแคลนหากช่วยกันประหยัด อาจใช้ได้นานถึง 100 วัน โวไทยมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในอาเซียนและมีการพูดคุยซื้อน้ำมันจากทุกประเทศไม่ใช่แค่รัสเซีย พร้อมให้คำมั่นจะพยายามบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ให้ขึ้นราคาแบบพรวดพราด ยอมรับวิกฤติตะวันออกกลางทำคนตื่นตระหนกแห่ซื้อตุน กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ด้านอธิบดีธุรกิจพลังงานประสานเสียงผู้ค้าน้ำมันทุกรายยืนยันน้ำมันมีพอ แต่ปัญหาเกิดเพราะการขนส่ง เร่งแก้จัดส่งให้เร็วขึ้น ขณะที่ผู้บริหาร ปตท.ยันมีเครือข่ายจัดหาซื้อน้ำมันทั่วโลกไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขอให้ประชาชนมั่นใจหาน้ำมันได้เพียงพอใช้ในประเทศความคืบหน้าการแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานเชื้อเพลิงที่ยังคงสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มภาคการเกษตร ขนส่ง ฯลฯ เมื่อปั๊มน้ำมันในหลายจังหวัดประกาศน้ำมันหมด หรือหากมีจำหน่ายก็จำกัดการเติม ทำให้เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมและคณะกรรมการ ศบก.รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ร่วมประชุมทั้งนี้ นายอนุทินยืนยันกับที่ประชุมว่าสถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤติ การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่าผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจของประชาชน และให้ผู้ค้าน้ำมันบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม ยืนยันว่าหน่วยงานด้านพลังงานของไทยยังสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องต่อมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่าได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการทุกรายที่นำเข้าน้ำมันดิบว่ายังไม่มีปัญหา หรือมีสัญญาณใดๆ ที่จะขาดแคลนน้ำมัน แต่ตอนนี้เป็นวิกฤตการณ์ที่มีการสู้รบกันมันไม่ปกติ ฉะนั้นผู้ใช้น้ำมันในประเทศต้องตระหนักรู้ และเริ่มประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงต่อให้ไม่มีอะไรขาดแคลนแต่ต้องสร้างความตระหนักรู้ ยิ่งเราประหยัดมากเท่าไหร่ การสำรองน้ำมันภายในประเทศยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้การสำรองน้ำมันจาก 60 วัน เพิ่มเป็น 90 วัน หวังจะอยู่แถวๆ 100 วัน ให้ช่วยกันพิจารณาด้วยความเป็นธรรมว่าในอาเซียนไทยมีน้ำมันสำรองมากที่สุด ถ้าเทียบกับญี่ปุ่นที่เขาบอกว่าอยู่ได้ 200 กว่าวัน ต้องดูขนาดเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ด้วยนายอนุทินกล่าวอีกว่า ประชาชนไม่ต้องถึงขั้นตื่นตระหนก ไปสำรองน้ำมันเก็บไว้ เราจะพยายามบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าวันนี้เติมเท่านี้ พรุ่งนี้เพิ่มขึ้นไปอีก 10 บาท รัฐบาลปล่อยให้เกิดเหตุอย่างนี้ไม่ได้ แต่เราผลิตน้ำมันเองไม่ได้ และประเทศผู้ผลิตน้ำมันมีปัญหาอยู่ เรานำเข้าจากตรงนั้น ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าหายไปเป็นศูนย์ เรายังมีอีกครึ่งหนึ่งที่มาจากภูมิภาคอื่นส่วนแนวคิดที่จะซื้อน้ำมันจากรัสเซียนั้น นายอนุทินกล่าวว่า พูดคุยอยู่ คุยกับทุกประเทศ บริษัท ปตท. ของไทยไม่ใช่บริษัทเล็กๆ ไม่ได้มีธุรกิจน้ำมันอย่างเดียวในโลกของการทำธุรกิจ เขามีช่องทาง ใครจะกล้าตัด ปตท. ออกจากสารบบ ไม่ยอมรับขายให้ ปตท. หากวันหนึ่งสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ปตท. ไปเลือกที่อื่นเขาก็เสียลูกค้าจากนั้นเวลา 13.20 น. นายเอกนิติพร้อมตัวแทนกระทรวงพลังงานและผู้ประกอบการน้ำมันในไทย ร่วมแถลงข่าว โดยกระทรวงพลังงานยืนยันว่า น้ำมันดิบยังพอกับความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 36 วัน และนายกฯ เชิญประธานบริหารของ ปตท. ผู้แทนภาคเอกชนผู้ค้าที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องปั๊มในประเทศไทยทั้งหมดเข้าร่วมประชุม ทุกคนยืนยันว่าน้ำมันยังเพียงพอ อย่างไรก็ตาม วิกฤติในตะวันออกกลางอาจจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ไปเร่งซื้อกักตุนไว้ล่วงหน้าทำให้มีบางปั๊มที่ไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์เช่นนี้ น้ำมันไม่เพียงพอ ที่ประชุมจึงมีข้อสรุปให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้า เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามปั๊มต่างๆ มีเพียงพอจะได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการของประชาชน อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอนด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศออกตรวจสอบสต็อกน้ำมันทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 39 วัน ขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้นอีก 27 วัน และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมขั้นต่ำสุดจะมีน้ำมันอยู่ที่ 96 วัน ยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศแน่นอน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและให้มีความเพียงพอไม่ขาดแคลน ส่วนภาคอุตสาหกรรม นายกฯ สั่งการให้นัดหารือกับกลุ่มผู้ค้า ไปดูว่าน้ำมันจะไปภาคอุตสาหกรรมด้วยวิธีไหนในเงื่อนไขที่ยุติธรรมขณะที่นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดิบของ ปตท. มีเครือข่ายทั่วโลก มีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤติสามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆ จากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงละตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียงและให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ปตท. มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต็อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไปส่วนนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากการประชุมเศรษฐกิจภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แจ้งในที่ประชุม ศบก. ว่าภาคใต้กังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน บางปั๊มที่ไม่มีน้ำมันอาจมาจากเรื่องของความต้องการที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงและโดยปกติรถบรรทุกในบริษัทใหญ่จะเติมน้ำมันที่ซื้อตรงจาก Jobber และโรงกลั่น แต่เนื่องจากราคาน้ำมันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างการขายปลีกกับขายส่งทำให้ผู้ประกอบการขนส่งส่วนหนึ่งมาเข้าคิวซื้อที่ปั๊มเพราะราคาถูกกว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศไทย ทั้ง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ ต่างแถลงยืนยันเหมือนกันว่า ผู้ค้าทุกรายมีน้ำมันเพียงพอในการให้บริการประชาชนอย่างแน่นอน และปั๊มยังเปิดปกติขณะที่สถานการณ์ตามปั๊มน้ำมันทั่วประเทศตลอดวันที่ 15 มี.ค. ยังมีคนมารอเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ใน อ.ภูเวียง และ อ.เมืองขอนแก่น ประชาชนนำรถยนต์มาต่อคิวเติมน้ำมันจนแถวยาวล้นออกมาบนพื้นถนนเป็นทางยาว โดยทางปั๊มจำกัดให้เติมได้คันละ 500 บาท หากใส่แกลลอนได้ไม่เกิน 300 บาท ไม่ต่างจากที่ จ.กำแพงเพชร ปั๊มน้ำมันในทุกอำเภอมีรถเข้าคิวรอเข้าเติมน้ำมันจนล้นออกมานอกปั๊ม บางปั๊มเกษตรกรถือถังแกลลอนพลาสติกเข้าแถวยาวรอเติมน้ำมันดีเซลกันเต็มปั๊มแต่เพราะจำกัดการเติมแค่คันละ 500 บาท จึงสร้างความเดือดร้อนอย่างมากทำให้บางบ้านมากันหลายคนให้ทุกคนนำแกลลอนมาเติมเพื่อตุนไว้ใช้ เพราะไม่แน่ใจว่าน้ำมันจะขาดแคลนหรือราคาทะยานพุ่งขึ้นไปลิตรละเท่าไหร่ไม่ต่างจากที่ปั๊ม ปตท. เบตง และปั๊มน้ำมัน พีที อ.เบตง จ.ยะลา คนจำนวนมากเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ข้ามจากเบตงไปเบตงใต้ รถส่วนใหญ่ถูกนำออกมาเติมใส่รถแล้วยังนำแกลลอนหลากหลายขนาดมาเติมสำรอง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันกับเครื่องมือทางการเกษตรจะนำแกลลอนมาเติมน้ำมัน ซึ่งทางปั๊มเปิดจำหน่ายจนกว่าน้ำมันจะหมดแล้วปิดปั๊ม จะกลับมาเปิดให้บริการใหม่เมื่อมีรถบรรทุกน้ำมันเข้ามาส่งน้ำมันให้ในแต่ละวันส่วนที่ปั๊มบางจาก สี่แยกบ้านรอ อำเภอเมืองอ่างทอง เวลาประมาณ 15.00 น. ชาวบ้านนำรถยนต์ แกลลอนน้ำมัน ถังน้ำมัน บรรทุกใส่รถยนต์กระบะมาเติมน้ำมันดีเซล จนแถวยาวล้นออกมาอยู่บนถนน รวมถึงรถสิบล้อมาต่อคิวเติมน้ำมันสายคัน โดยคนขับต่างบอกว่าที่อำเภอป่าโมก น้ำมันหมดจึงมาต่อคิวเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งนี้ ไม่ต่างจากที่ปั๊มน้ำมัน พีที ใน อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เกษตรกรทั้งในพื้นที่และต่างอำเภอ อาทิ อ.วังน้ำเย็น อ.คลองหาด นำรถยนต์ ถังแกลลอนมาต่อคิวรอเติมน้ำมันตั้งแต่ช่วงเช้า จนแถวยาวออกมานอกปั๊มเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เนื่องจากน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ในจังหวัดขาดแคลน ทำให้บรรยากาศภายในปั๊มน้ำมันค่อนข้างวุ่นวาย การจราจรภายในปั๊มติดขัดเป็นช่วงๆ ขณะที่พนักงานปั๊มน้ำมันต้องเร่งให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่องต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกันที่หน่วยพิทักษ์ป่าอ่าวท่ายาง ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังนำคณะมาศึกษาการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมระหว่างหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 7 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ว่านายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันเนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถนำเสนองบประมาณเข้าสู่สภาได้ สำหรับกองทุนน้ำมันที่ติดลบนั้น รัฐบาลรักษาการต้องเจรจาเงินกู้จาก ธ.ออมสิน และ ธ.กรุงไทย แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท รวม 4 หมื่นล้านบาทขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบก. ว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทุกจังหวัด ดำเนินการ 3 แนวทางเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1. มอบหมาย รอง ผวจ. กำกับดูแลและรับผิดชอบการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานในจังหวัด บูรณาการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. กำกับดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ให้เป็นไปตามภาวะปกติ หากพบปัญหาหรือสถานการณ์ผิดปกติ ให้รายงานกระทรวงมหาดไทยโดยด่วนและรายงานต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน และ 3. สื่อสารทำความเข้าใจสถานการณ์พลังงานให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Jobber) ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ ผ่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หอกระจายข่าว และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด โดยให้เน้นประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการกักตุนหรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดจำหน่ายพลังงานวันเดียวกัน สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,347 คน เรื่อง “คนไทยกับมาตรการพลังงาน” ระหว่างวันที่ 11–13 มี.ค. 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45.88 รู้สึกกังวลมากจากข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ขณะที่ร้อยละ 44.10 ค่อนข้างกังวล ทั้งนี้ร้อยละ 69.93 เตรียมรับมือด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ส่วนร้อยละ 64.59 วางแผนเดินทางใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัว ส่วนประเด็นมาตรการพลังงานสูงสุดในกระทบต่อค่าครองชีพ ร้อยละ 30.51 จะมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 1–3 เดือน ร้อยละ 26.50 ระบุไม่ถึงเดือน โดยร้อยละ 71.05 ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด และร้อยละ 59.69 เข้มงวดการกักตุนสินค้าและการขายราคาไม่เป็นธรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่