พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญและสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง อินฟลูฯส้มโวย ปชน.ทำข้อมูลหลุด จี้ถามความรับผิดชอบ “แก้วตา” เล่นไม่เลิกฉะ “เท้ง” ละครการเมือง “ศุภชัย” ไล่บี้หัวหน้า ปชน.ต้องรับผิดชอบพท.กำชับ สส.เร่งปั๊มผลงาน ดันกฎหมาย 47 ฉบับสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง “ดร.เชน” มั่นใจอีก 4 ปี จะกลับมา“ผู้กอง” สั่งเก็บของออกจากทำเนียบแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญและสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริงในหลวงเสด็จฯทรงเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อเวลา 17.17 น.วันที่ 14 มี.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภาถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารรัฐสภาวงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ ที่นั้น มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายมงคลสุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาและนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปยังชั้น 11 เสด็จฯสู่ห้องโถงพิธีฯยึดถูกต้อง-ประโยชน์สุขประชาชนในการนี้ มีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภามีใจความว่า “บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลงและมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลาย ผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญและสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้ดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน”พท.ดัน ก.ม.47 ฉบับปั๊มผลงานวันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดทิศทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานฯในวันที่ 15 มี.ค. รวมถึงเตรียมเดินหน้าผลักดันกฎหมาย 47 ฉบับมุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมประชุม มี สส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง“ดร.เชน” มั่นใจอีก 4 ปีจะกลับมานายยศชนันกล่าวว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์นี้พยายามพบปะพูดคุยกับผู้สมัครแต่ละคนเป็นการส่วนตัวเพื่อรับฟังความเห็นแต่ละคนนำมาปรับในการทำงาน เปิดใจพูดคุยกัน หลายอย่างที่สะท้อนเข้ามารับทราบจะพยายามปรับในอีก 4 ปีข้างหน้า หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำเดินมาบอกได้ จะปรับตัวและทำให้ดีที่สุด ถ้าเราทำ 4 ปีนี้ได้ดีที่สุด มั่นใจว่าครั้งหน้าเรากลับมาแน่นอน เรามีเวลา 4 ปีต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่เราได้ สส. ทั้งนี้ลักษณะนิสัยตนบางครั้งอาจดูหน้าตึงยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนว่าจะทำงานร่วมกันอย่างไร และวันที่เริ่มเปิดสภาเราจะเสนอกฎหมายที่ประชาชนคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง“หนิม” ปลุกผลงานคือตัวชี้ชะตานายจุลพันธ์กล่าวว่าการทำงานในมิติเฉพาะส่วนกลาง ไม่สามารถนำพาพรรคเข้าสภาได้ ต้องขึ้นกับการทำงานของผู้สมัครด้วย คนที่มานั่งอยู่ตรงนี้ถือว่าเก่งมาก ที่ฟันฝ่าพายุการแข่งขันที่หนักหน่วงเข้ามาได้ ด้วยปัจจัยโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อพรรคเรา ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกเครื่อง ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จัดเวิร์กช็อป สส.คนที่ไม่ผ่านเข้ามา รวมถึงผู้บริหาร ถอดบทเรียนแล้วนำมาพัฒนาปรับปรุงให้พรรคเข้มแข็งขึ้นเดินเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งถัดไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม วันนี้เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงเรายังไม่พูดกัน สำหรับการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติต้องมีการเปลี่ยนแปลงกว่าในอดีต ทุกคนคาดหวังการขับเคลื่อนในเรื่องกฎหมายของเรา และเรายังคงยึดมั่นสร้างประเทศไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีกฎหมายต่างๆเป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อน การทำงานของพวกเราจะเป็นตัวชี้ชะตาพรรคในการเลือกตั้งครั้งถัดไป การทำงานอย่างเข้มแข็งของพวกเราทุกคน จะเป็นตัวช่วยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะทำให้เพื่อนของพวกเราที่พลาดหวังได้กลับเข้ามาทำงานในสภาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้ง ขอบคุณการทำงานที่เข้มแข็ง พรรคพร้อมเป็นลมใต้ปีกให้ทุกคนพร้อมสนับสนุนงานของท่านทุกมิติไม่คุยโควตา รมต.แบ่งกระทรวงต่อมานายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงสะท้อน สส. กับการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ในที่ประชุม ไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ แต่พูดถึงการทำงานไปข้างหน้าผลักดันนโยบายพรรค ทุกคนมีเป้าหมายแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นจุดร่วม ไม่ได้ถกเรื่องบุคลากร เพราะทุกคนรับทราบกระบวนการ พรรคจะเปิดช่องทางการสื่อสารใครประสงค์เข้ามาทำงานการเมืองในบทบาทใด เช่น กรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือวิป จะรับฟังความเห็นแต่สุดท้ายกระบวนการตัดสินใจอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี การแบ่งกระทรวงเป็นเรื่องคาดเดามากกว่า ยังไม่มีกระบวนการหารือ เดี๋ยวคงคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่พวกเราคิดเชื่อนโยบายการศึกษาพาโกยแต้มนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายการศึกษาจะเรียกคะแนนนิยมของพรรคกลับมาได้หรือไม่ว่า เรามุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับผลงาน มั่นใจหากทุกคนเห็นผลงานที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันที่ส่งผลต่อประชาชน เปลี่ยนแปลงประเทศ นี่คือคะแนนที่ประชาชนน่าจะมอบให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนที่มองว่ากระทรวงที่พรรคเพื่อไทยได้รับผิดชอบทำคะแนนได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจนั้น ในอดีตไม่แน่แต่ปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถทำงานได้เพียงกระทรวงเดียว ไม่ว่าอยู่กระทรวงใดก็ทำผลงานแบบเดียวกันได้ น่าจะหมดยุคต่างคนต่างทำทุกกระทรวงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคีกำชับ สส.ต้องตอบสนองประชาชนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในพรรคพูดคุยกันเบื้องต้น ช่วง 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ พรรคต้องทำงานจริงจัง ใช้อายุรัฐบาลชุดนี้อย่างคุ้มค่า ได้กำชับ สส.เรื่องการลงพื้นที่ การเมืองวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการประชาชน แก้ปัญหาประชาชนได้อย่างแท้จริง ส่วนจะทำให้พรรคกลับมาได้หรือไม่ ทุกคนในพรรคต้องช่วยกัน เราหวังให้พรรคโตขึ้นภายใน 4 ปีอินฟลูส้มโวย ปชน.ทำข้อมูลหลุดด้านนายธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล หรือ “นายอาร์ม” ยูทูบเบอร์ด้านไอทีชื่อดัง ผู้สนับสนุนตัวยงของพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจกรณีระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคปชน. เกือบ 1 แสนรายชื่อ ถูกแฮ็กและเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพนำไปใช้งาน โดยนายอาร์มได้แชร์ภาพแถลงการณ์ของพรรค ปชน.ที่ระบุว่าข้อมูลสมาชิกที่หลุดไปประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) URL ของภาพบัตรประจำตัวประชาชน URL ของภาพถ่ายคู่กับบัตรประจำตัวประชาชน URL ของภาพเอกสารส่วนบุคคลอื่นพร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “อหหหหหงี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อ_ไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย” ทั้งนี้นายอาร์มยังโพสต์แสดงความเห็นถึงแถลงการณ์อีกฉบับที่พรรค ปชน. ออกมาเตือนสมาชิกพรรคว่า “เขียนยาวมาก แต่ไม่ได้ความว่า URL ที่หลุดไปใช้เข้าถึงรูปที่เราถ่ายคู่กับบัตรได้มั้ยมีข้อมูลสมาชิกกี่ record มีการเข้าถึงข้อมูลกี่ record แนวทางการเยียวยา PDPA ปรับเท่าไรขอรายละเอียดด้วยครับ”“แก้วตา” ฉะ “เท้ง” เล่นละครการเมืองน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การที่พรรค ปชน. ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ลงชิงโหวตนายกฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่า “ฉันได้สู้แล้ว” และหวังเก็บกระแสเก็บมีม เก็บแรงด่าที่จะโยนกลับไปใส่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ขณะที่ข้อเท็จจริงทางการเมืองในเวลานี้คือพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของนายอนุทินชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและประกาศโครงสร้างพรรคร่วมไปแล้ว ส่วนพรรคปชน. เพิ่งมีมติส่งนายณัฐพงษ์ลงชิงนายกฯ ถ้าจะยึดหลักการประชาธิปไตยกันจริง ต้องเริ่มจากการเคารพข้อเท็จจริงของเสียงข้างมากและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ แต่ยังเล่นละครการเมืองเพื่อปั่นอารมณ์มวลชนไปเป็นอาวุธโจมตีคนอื่น แบบนี้ไม่ใช่การเมืองแห่งหลักการ แต่คือการเมืองแห่งภาพลักษณ์เย้ยฝ่ายค้านหมกมุ่นแต่วาทกรรมน.ส.ธิษะณาระบุอีกว่า ปัญหาของพรรคปชน.ไม่ใช่แค่แพ้โหวต แต่คือชอบสร้างความคาดหวังเกินจริง พอผลไม่เป็นอย่างที่พูดก็หันไปขายวาทกรรมว่าอีกฝ่ายตระบัดสัตย์ ทั้งที่ตัวเองก็รู้เกม รู้ตัวเลขรู้ปลายทางอยู่แล้วตั้งแต่ต้น การทำแบบนี้ซ้ำๆ คือการทำให้ประชาชนชินกับการโกหกทางการเมือง ชินกับการอ้างหลักการเฉพาะตอนที่ตัวเองได้ประโยชน์และชินกับการเล่นบทฝ่ายค้านเชิงแสดงมากกว่าการสร้างผลลัพธ์จริงให้ประเทศ พูดตรงๆ คือเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีกินมากขึ้น ไม่ได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้ประชาชน สิ่งที่ได้มีแค่คอนเทนต์ มีม และสงครามแฟนคลับในโซเชียลเท่านั้น การเมืองที่หมกมุ่นกับการเอาชนะทางวาทกรรมแต่ไม่สร้างประโยชน์จริงให้ประชาชน สุดท้ายก็เป็นเพียงใช้ประชาชนเป็นฉากหลัง“ศุภชัย” บี้หัวหน้า ปชน.รับผิดชอบนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเรื่องข้อมูลสมาชิกพรรค ปชน.ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ยอมรับว่าระบบมีช่องโหว่ และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษหรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวดเพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือ เหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้ เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอนสังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบมากกว่าคำอธิบายสั้นๆ“ผู้กอง” เก็บของออกจากทำเนียบช่วงสายที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) สั่งให้คนพร้อมรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ บริษัทขนส่งเอกชน จำนวน 2 คัน เข้ามาเก็บของออกจากห้องทำงาน ชั้น 2 ตึกบัญชาการ 1ส่วนใหญ่เป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน โต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ และพระพุทธรูปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่