วันเสาร์สบายๆวันนี้มี “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก หลังจากที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” จะจัดขึ้น ณ ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา เวลา 17.00 น. โดยสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา มีการเชิญ สส. สว. นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต ประธานองค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพระราชพิธีข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ระบุว่า“รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” ถือเป็นพิธีการสำคัญของประเทศ ไทย ซึ่งมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เสมือนเป็นการประกาศให้ประชาชนได้ทราบว่า จะมีคณะบุคคลเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารปกครองประเทศ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะประมุขของประเทศ จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน และมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้แทนพระองค์มาทำรัฐพิธีก็ได้สิ่งสำคัญที่ พระมหากษัตริย์ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดประชุมรัฐสภา คือ พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่สมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาทุกคนต้องน้อมเกล้าและยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติสูงสุด“รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” เริ่มขึ้นอย่างไม่เป็นทางการในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “สภากรรมการองคมนตรี” ขึ้น มีการเปิดประชุมครั้งแรกในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2470 พระองค์พระราชทานพระราชดำรัสให้ เจ้าพระยามหิธร ราชเลขาธิการ อัญเชิญไปอ่านในการเปิดประชุม ใจความตอนหนึ่งว่า “...ท่านย่อมทราบแล้วว่า ตำนานของกรุงสยามตั้งแต่โบราณกาลมา การปกครองประเทศย่อมอยู่ในพระราชอำนาจอันสิทธิ์ขาดของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียว แต่เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ทรงแต่งตั้งผู้ที่ทรงวางพระราชหฤทัยเป็นเสนาบดีให้บังคับบัญชากระทรวงทบวงการต่างๆ เพื่อปลดเปลื้องพระราชภาระ...”จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติสยาม 2475 ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 มิได้บัญญัติเรื่องดังกล่าว แต่ก็ได้อาศัยประเพณีข้างต้นมาโดยอนุโลมเมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้นครั้งแรกในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมสภาชั่วคราว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระยามหิธร เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร อัญเชิญพระราชดำรัสไปอ่านเปิดประชุม ความว่า “วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นการสำคัญอันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศอันเป็นที่รักของเรา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ท่านทั้งหลายคงจะตั้งใจรักษาความเป็นอิสรภาพของไทยไว้ชั่วฟ้าและดิน ข้าพเจ้าขออำนวยพรแก่บรรดาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ให้บริบูรณ์ด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา เพื่อจะได้ช่วยกันทำการให้สำเร็จตามความประสงค์ของเราและของท่าน ซึ่งมีจุดหมายอันเดียวกันทุกประการเทอญ”ต่อมามีการบัญญัติ “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” ขึ้นเป็นครั้งแรกใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2475 โดยมาตรา 30 วรรคสอง บัญญัติว่า “พิธีเปิดประชุม จะทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำ หรือจะโปรดเกล้าฯให้รัชทายาทที่บรรลุนิติภาวะแล้ว หรือนายกรัฐมนตรี กระทำแทนพระองค์ก็ได้”นับแต่นั้นมา หลังการเลือกตั้งทั่วไปจะมี “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” และมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 122 หลังจาก “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา” แล้ว วันพรุ่งนี้ 15 มีนาคม เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 เป็นครั้งแรก เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่า จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ปลายเดือนมีนาคมนี้ ประเทศไทยจะได้เดินหน้าเสียที สารพัดวิกฤติกองพะเนินอยู่ข้างหน้าแล้ว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม