แม้สถานการณ์โลกจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดและข่าวคราวการสู้รบทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกหวั่นวิตก แต่ฮอลลีวูดยังคงยึดถือคติเดิมไม่เปลี่ยน “The Show Must Go On”โดยเฉพาะงานประกาศผล รางวัลอะคาเดมี อวอร์ดส์ หรือ ออสการ์ ครั้งที่ 98 ประจำปี 2569 ใกล้มาถึงอีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนว่าแม้โลกจะวุ่นวายเพียงใด ศิลปะภาพยนตร์ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้คนหลบพักใจได้เสมอออสการ์ปีนี้จะจัดขึ้นคืนวันที่ 15 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ดอลบี เธียเตอร์ ในนครลอสแอนเจลิส ยังคงใช้บริการของพิธีกรอารมณ์ดี “โคแนน โอไบรอัน” กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง หลังจากปีที่แล้วเรียกเรตติ้งได้อย่างงดงามด้วยมุกตลกสายเฮฮามากกว่าเสียดสีการเมือง ส่วนคราวนี้จะหยิบยกประเด็นไหนมาเล่นคงต้องลุ้นกันบนเวทีไฮไลต์สำคัญแน่นอนว่าหนีไม่พ้น “รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ซึ่งกูรูทุกสำนักฟันธงตรงกันว่านี่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างหนัง 2 เรื่องที่มีพลังทำลายล้างสูงพอกัน แต่ต่างรสชาติกันสุดขั้ว ระหว่างเรื่องแรก “One Battle After Another” ผลงานแอ็กชันระทึกขวัญผสมดาร์กคอมเมดี้ของผู้กำกับ “พอล โทมัส แอนเดอร์สัน” ถูกยกเป็น “ตัวเต็งจ๋า” กวาดรางวัลจากเวทีสำคัญมาเกือบหมด หนังเล่าเรื่องการเมืองและการปฏิวัติผ่านตัวละครของลีโอนาร์โด ดิแคปริโอ อย่างเข้มข้น ลุ่มลึก และมีชั้นเชิงอีกเรื่องคือ “Sinners” หนังแวมไพร์ย้อนยุคหยิบประเด็นสีผิวและความเชื่อในแถบมิสซิสซิปปีมาร้อยเรียงอย่างสดใหม่และทรงพลังจากฝีมือของ “ไรอัน คูเกลอร์” เรียก ได้ว่าหาก “One Battle After Another” คือขวัญใจนักวิจารณ์ “Sinners” ก็คือขวัญใจมหาชน ที่มาพร้อมสถิติเข้าชิงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 16 สาขา แต่ก็อย่ามองข้าม “Hamnet” หนังดราม่าละเมียดละไมของผู้กำกับ “โคลเอ จ้าว” อาจพลิกเกม เข้าวินในนาทีสุดท้ายทว่าประเด็นดราม่าร้อนแรงไม่แพ้ผลรางวัล คือการตัดสินใจให้โชว์เพลงเข้าชิงบนเวทีเพียง 2 เพลงจากทั้งหมด 5 เพลง ทำเอาคนดนตรีขุ่นเคืองไม่น้อย สุดท้ายใครจะได้ชูรูปปั้นสีทอง อีกไม่นานคงรู้กัน.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม