ในข้อเขียนชุด “ความโลภ” (คอคิด ขอเขียน บำรุงสาส์น พิมพ์ พ.ศ.2514) กาญจนาคพันธุ์ เล่าว่า ก่อน พ.ศ.2500...ไม่กี่ปี นครเยรูซาเล็ม ของคนยิว รุ่งเรืองเฟื่องฟู มีการกดขี่ข่มเหงกันเอง แต่นักเลงดี ชื่อ “อีซายอะห์” เขียนเจาะจง เขียนคำพยากรณ์ผ่านผู้หญิงก็เข้าทำนองเดียวกับเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาของเรา ที่ว่ากันว่า มีขึ้นในสมัยพระนารายณ์เป็นเจ้าล่ะกระมัง ลองอ่านตัวอย่างพระเจ้าเบื้องบนตรัสว่า เพราะหญิง (ยิว) ทะนงตัว จะเดินเหิน ทำหน้าเชิด ชูคอ ชม้อยชม้ายชายตา ใส่จริตกรีดกราย กระชดกระช้อยให้ลูกพรวนที่เท้ากร่าง...คอยดูเถิด...พระองค์จะเอาลูกพรวนไปเสียเอาตาข่ายคลุมผมไปเสีย เอากระบังหน้า เอาต่างหูระย้า เอากำไลมือไปเสีย เอาเสื้อผ้าพัตราภรณ์ เอาเครื่องสำอางคันฉ่องมือไปหมด...คราวนั้นแหละที่เคยหอมก็จะเหม็น สายคาดเอวที่เป็นเชือกขาดกะรุ่งกะริ่ง ผมดกปกไหล่สลวยก็จะโกร๋น กำมะหยี่รัดทรง ก็จะเป็นผ้ากระสอบ ฉวีงามผุดผ่องก็จะเกรียมไหม้ผัวเจ้าจะต้องล้มฟุบลงด้วยคมดาบ กำลังจะสิ้นไปในสงคราม ประตูเมืองจะพิลาปร่ำคร่ำครวญ เจ้าจะต้องอ้างว้างว้าเหว่ จะต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าอยู่กับดินซึ่งแล้วก็เป็นความจริง ก่อนพุทธศักราช 54 ปี พระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ ได้ยกมาตีกรุงเยรูซาเล็มแตก จับพระเจ้าแผ่นดินเป็นเชลย พาตัวไปกรุงบาบิโลน พร้อมราษฎรอีกหมื่นคน ตั้งพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ขึ้นครองเยรูซาเล็มล่วงมาได้ 11 ปี พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่คิดกบฏแข็งเมือง พระเจ้าเนบูคัดเรซซาร์กรีธาทัพใหญ่มาอีก ตีกรุงเยรูซาเล็มแตกอีก จับโอรสพระเจ้าแผ่นดินกบฏตัดหัวต่อหน้าพ่อ ควักตาสองข้างของพ่อ แล้วเผากรุงเยรูซาเล็มเหี้ยนเตียนจากนั้นก็เทครัว กวาดต้อนราษฎรทั้งหมดไปบาบิโลน...เป็นอันว่า คำทำนายอีซายอะห์เป็นความจริงแต่อีซายอะห์ไม่แค่ทำนายเยรูซาเล็ม แต่ทำนายเผื่อแผ่กรุงบาบิโลนด้วยว่า แม้เป็นประเทศผู้ชนะ แต่ความเห่อเหิมหลงลืมตัวตน ไม่ช้าก็จะล่มจมเอาเป็นว่า อีซายอะห์ทำนายแม่นอีก พระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ กระเดื่องเดชานุภาพได้ต่อมาอีก 43 ปี ตอนปลายรัชกาล ทรงพระ ประชวรสัญญาวิปลาส คิดว่าพระองค์เป็นสัตว์ ลงดินสี่ตีนเที่ยวเสวยหญ้า ปีก่อน พ.ศ.19 ปี ก็เสด็จสวรรคตราชโอรสทรงนาม นาโบไนดัส ได้รับสมบัติต่อ ตอนแรกๆก็ปกติ ต่อมาก็เบื่อมอบราชการแผ่นดินให้โอรสว่าแทน องค์เองไปขุดทรัพย์แผ่นดินเล่น โดยไม่รู้ว่า ได้เวลาผู้มีบุญใหม่...จากเปอร์เซีย ชื่อพระเจ้าไซรัสผู้มีบุญองค์ใหม่ตะลุยรบชนะเรื่อยมา พอถึงประตูบาบิโลน มหานครมีป้อมปราการกำแพงสูง 50 วา หนา 15 วา ก็ยังต้านไม่ได้ สิ้นยุคพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ เปิดศักราชใหม่ ให้พระเจ้าไซรัสและงานแรกที่เหลือเชื่อ พระเจ้าไซรัสเริ่มสร้างชื่อ น้ำพระทัยดี รูปก็สวย รบก็เก่ง โปรดให้ปลดปล่อยพวกยิวเชลยที่ถูกกวาดต้อนมาทั้งสองคราว กลับเยรูซาเล็มหมดพวกยิวแซ่ซ้องสาธุการบูชาพระเจ้าไซรัส แห่งเปอร์เซียหนักหนา เป็นเหมือนพระเจ้ามาโปรดอ่านมาถึงตรงนี้ จะต้องไม่ลืมนะครับ...เรื่องที่พวกยิวบูชากษัตริย์เปอร์เซียเหมือนพระเจ้านั้น...เกิดขึ้นเมื่อสองพันห้ารอยปีที่แล้ว...วันวารผ่านมาถึงวันนี้ หากมีอีกคำถามกับอิหร่าน...เกลียดใครมากที่สุด คำตอบแรกสั้นมาก “ยิว”ใครหว่า! ช่างคิดคำพังเพย การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร...หากมีอีกถาม อิหร่านกับยิวจะมีโอกาสหันมารักใคร่ไยดีกันหรือไม่?คำตอบของผู้รู้หลายคน...ถ้าคุณทรัมป์ แกเปลี่ยนอิหร่านมาเป็นระบบของแกได้...ทำไมอิหร่านจะรักกับยิวไม่ได้เล่า...อย่าลืมเทียวหนา...สมัยกษัตริย์ชาห์ ปาเลวี เขาก็เคยรักใคร่กันดูดดื่มมาแล้ว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม