ผลกระทบสงครามตะวันออก กลางที่ส่อลากยาว ดันราคาพลังงาน และน้ำมันโลกพุ่งทะยานขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลต้องยอมปล่อยเบนซินขึ้นราคา พร้อมจูงใจให้หันมาใช้ E20 ส่วนกลุ่มดีเซลเมื่อตรึงราคาครบ 15 วัน จะพิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน กดตลาดหุ้นเอเชีย-ไทยดิ่งลงลึก ขณะที่ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” สะเทือนตลาด ส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลาง มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท ขณะที่ปลัดพาณิชย์ย้ำใช้กฎหมายควบคุมราคาสินค้า ห้ามกักตุน ฝ่าฝืนมีบทลงโทษ ส่วนการอพยพคนไทย ยังทำต่อเนื่อง ล่าสุดช่วยเหลือกลับมาตุภูมิแล้ว 322 คน พร้อมขอคนที่ยังอยู่รีบอพยพออกมาโดยเร็วที่สุดการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง นับวันยิ่งทำโลกระส่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน การเงิน และการค้า ขณะที่ไทยยังเร่งอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง"อนุทิน" ถกรับมือวิกฤติน้ำมันโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 9 มี.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง ประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันและพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหามาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยมาตรการต่างๆ ต้องไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชน และต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว29 คนไทยชุดแรกถึงไทยแล้วต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น. ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว. กระทรวงต่างประเทศ นำคณะไปรอรับคนไทยที่อพยพหนีภัยการสู้รบจากอิหร่าน จำนวน 29 คน เดินทางมาถึงไทยด้วยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68 เป็นกลุ่มที่ไปทำงานในกรุงเตหะราน โดยมีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ดูแลด้านความปลอดภัยตลอดการเดินทางจนถึงไทยโดยสวัสดิภาพอพยพอีก 75 คน “เตหะราน–กุม” ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงว่า ในวันที่ 10 มี.ค.นี้ คนไทยกลุ่มที่สองจากอิหร่านเดินทางกลับมาถึงอีก 23 คน และหลังจากนี้จะมีการอพยพคนไทยจากกรุงเตหะรานและเมืองกุมอีก 75 คน ส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษา โดยเดินทางทางบกมาที่ชายแดนมาขึ้นเครื่องที่อิสตันบูล ตุรกี เพื่อเดินทางกลับไทย เราพยายามให้คนไทยที่อยู่ในอิหร่านอพยพออกมาเพื่อความปลอดภัย แม้ทราบว่าบางคนยังประสงค์อยู่ต่อ เช่น กลุ่มนักศึกษา แต่ก็พยายามโน้มน้าวให้เดินทางออกมาให้มากที่สุด รวมถึงยังติดตามสถานการณ์ในประเทศอื่นๆ และช่วยอพยพคนไทยออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีคนไทยจากดูไบ เดินทางออกมาแล้วกว่า 100 คน และยังมีความเป็นห่วงคนไทยในบาห์เรน คูเวต กาตาร์ และเลบานอน ซึ่งบางส่วนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเดินทางกลับไทยย้ำมีน้ำมันสำรอง 95 วันจากนั้นในช่วงเย็น ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหาร และติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) มีการแถลงข่าวถึงภาพรวมสถานการณ์และมาตรการรับมือผลกระทบต่างๆ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถตรึงปริมาณน้ำมันสำรองไว้ใช้ได้ถึง 95 วัน นอกจากนี้ รัฐบาลได้สั่งระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ยกเว้นส่งออกไป สปป.ลาว และเมียนมา และให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมันจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 ภายในสิ้นเดือน เม.ย. ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันได้อีกประมาณ 7 วัน หากเกิดวิกฤติจนไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ รัฐบาลได้เตรียมแผนหาแหล่งน้ำมันใหม่ๆเข้ามาทดแทนไว้แล้วยืนยันตรึงดีเซลให้ครบ 15 วัน ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงดำเนินมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา 15 วันตามที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จะมีการนำสถานการณ์กลับมาพิจารณาประเมินร่วมกันอีกครั้ง และจะแจ้งให้ประชาชนรับทราบในภายหลัง และเตรียมปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 มีผล 14 มี.ค.นี้ยอมปล่อยขึ้นราคาเบนซินสำหรับการบริหารราคาน้ำมันเบนซินนั้น นายอรรถพลกล่าวว่า รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปช่วยอุดหนุนดูแลราคาเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้ตรึงราคาทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาเบนซินในประเทศจึงจำเป็นต้องปรับตัวเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ประสานงานและขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้ค้าน้ำมันให้ทยอยปรับขึ้นราคาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ให้ปรับขึ้นแบบกระชากราคาทีเดียว 2-3 บาท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อประชาชน และพร้อมจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 โดยถ่างราคาให้ถูกกว่า E10 ถึง 3 บาทต่อลิตรก๊าซ LNG จากกาตาร์มาถึงแล้วส่วนความมั่นคงของการผลิตไฟฟ้า รมว.พลังงาน ระบุเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน แม้ว่าก๊าซ LNG จากประเทศกาตาร์จะส่งล่าช้าจำนวน 5 ลำ แต่ล่าสุดเดินทางมาถึงแล้ว 2 ลำ และ ปตท.สามารถจัดหาจากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ครบถ้วนแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้สั่งเพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทยและแหล่ง JDA การซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวเพิ่มขึ้น และให้ กฟผ. เพิ่มกำลังการผลิต ไฟฟ้าจากถ่านหิน ซึ่งปริมาณพลังงานทดแทนที่รวมกันนี้จะเทียบเท่ากับปริมาณก๊าซ LNG ถึง 2 ลำขอความร่วมมือประหยัดพลังงานรมว.พลังงาน ยังระบุถึงมาตรการประหยัดพลังงาน กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอ ครม.เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานราชการให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส งดการสวมสูทหรือผูกไท สนับสนุนการทำงานจากบ้าน (Work from Home) และการประชุมออนไลน์ รวมถึงขอความร่วมมือปั๊มน้ำมันให้ช่วยจัดบริการตรวจสภาพเครื่องยนต์แก่ประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่าจะยังไม่ใช้มาตรการบังคับขั้นเด็ดขาด เช่น การจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หรือสั่งปิดห้างสรรพสินค้าเร็วขึ้น เพราะกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวใช้ ก.ม.จัดการพวกฉวยโอกาสขณะเดียวกัน นายวุฒิไกร ลีวีรพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าวกล่าวว่า สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคา และหากพบการฉวยโอกาสกักตุนจะมีบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด คือจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับคนไทยไร้เจ็บ–ตายจากการสู้รบตามด้วย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ว่า โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการโจมตีขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน โดยยังไม่มีทีท่าว่าสหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน จะกลับเข้าสู่การเจรจา ดังนั้นเราจะต้องจับตาดูต่อไป โดยเฉพาะการโจมตีพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐาน และขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ในความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุดช่วยกลับมาแล้ว 322 คนสำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดลกล่าวว่า คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม 29 คน เดินทางกลับมาถึงไทยแล้ว โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และในวันที่ 10 มี.ค.มีคนไทยชุดเดียวกันเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ อีก 23 คน ในช่วงเช้า นอกจากนี้ จะมีคนไทยในอิหร่านกลุ่มถัดไปที่จะเดินทางออกจากอิหร่านมายังตุรกี ที่กรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกทำให้ภาพรวมขณะนี้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือในการเดินทางกลับไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น 322 คนแรงงานไทยขอกลับ 941 คนด้าน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์และมาตรการดูแลแรงงานไทยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานและพำนักในตะวันออกกลางจำนวน 67,043 คน ในจำนวนนี้มีแจ้งความประสงค์เดินทางกลับผ่านทางสถานทูตไทย 941 คน และมีแรงงานเดินทางกลับมาถึงไทยแล้วเพียง 1 คน เดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. สำหรับแรงงานไทยได้ลงทะเบียนขอกลับจากอิหร่าน 41 คน มีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 10 มี.ค. ส่วนที่ลงทะเบียนไว้ในซาอุดีอาระเบีย 205คน และจากอิสราเอล 23 คน ยังต้องรอกำหนดเวลาในการเดินทางกลับที่ชัดเจนอีกครั้งเมียนมาระส่ำไทยงดขายน้ำมันผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงโลกจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ไม่ใช่แค่คนไทยเดือดร้อน แต่ชาวเมียนมาโดยเฉพาะจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ที่ติดกับ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ตลอดวันที่ 9 มี.ค. สถานีน้ำมันเชื้อเพลิงหลายแห่งในเมืองเมียวดี หยุดบริการเพราะน้ำมันหมด ทำให้บริเวณหน้าด่านพรมแดน เมียวดี แม่สอด ก่อนที่จะผ่านด่านไปยังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 มีชาวเมียนมาขับรถยนต์ออกมาจากในเมืองเมียวดี หวังจะมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ อ.แม่สอด แต่ต้องรอพิธีการการของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเมียวดี ทำให้รถยนต์จำนวนมากติดเป็นแถวยาว ทั้งที่ปั๊มน้ำมันบางแห่งในพื้นที่ อ.แม่สอด รวมไปถึง อ.พบพระ อ.อุ้มผาง และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ประกาศแล้วว่างดจำหน่ายน้ำมันให้กับชาวเมียนมาเนื่องจากต้องการเก็บไว้ให้คนไทยเท่านั้น ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ทหารกองร้อย 1411 (ฉก.ราชมนู อ.แม่สอด) ฐานบ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ ตรวจยึด น้ำมันเชื้อเพลิง 20 แกลลอน ทั้งหมด 400 ลิตร ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด แต่ไม่พบเจ้าของปั๊มเล็กไม่รอดทยอยปิดตัวส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก ที่บ้านนาทม ต.ภูเงิน อ.เสลภูมิ ใช้ผ้าคลุมตู้น้ำมันดีเซลกับเบนซินไว้ชัดเจน บ่งบอกว่า “ปิดขายน้ำมัน” โดยนางเผื่อน สอนสวัสดิ์ เจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งนี้ บอกว่าที่ต้องปิดขายน้ำมันเพราะไม่สามารถหาน้ำมันมาขายได้ เนื่องจากปกติปั๊มขนาดเล็ก จะไปซื้อน้ำมันจากปั๊มขนาดใหญ่มาขาย แต่ครั้งนี้น้ำมันที่ปั๊มใหญ่หมด จึงไม่สามารถหาน้ำมันมาลงเพิ่มได้ จึงปิดขายชั่วคราวก่อน หากจะหาซื้อน้ำมันเอง พบว่าต้นทุนน้ำมันดีเซล เริ่มที่ลิตรละ 30 บาทขึ้นไป ทำให้ไม่สามารถขายลิตรละ 29.94 บ.ตามที่รัฐบาลให้ตรึงราคาไว้ได้ เช่นเดียวกับ นายชารี นามบุญลือ เจ้าของปั๊มน้ำมันชัยชารี ต.ขวาว อ.เสลภูมิ บอกเช่นกันว่า วันนี้ต้องขายราคา มี.ค. แต่เช้าวันนี้ เช็กราคาขายส่งน้ำมันดีเซลอีกรอบ พบว่าปรับราคาขายส่งอยู่ที่ลิตรละ 39 บาทขึ้นไป ทำให้กังวลว่า ลูกค้าจะมองปั๊มเล็กว่าขายแพง จนอาจไม่กล้าขายต่อ จึงตัดสินใจปิดขายชั่วคราวก่อนทองคำ-หุ้นแกว่งแรงก่อนราคาดิ่ง สำหรับราคาทองคำที่นิ่งมาตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 77,950 บาท รับซื้อ บาทละ 77,750 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 78,750 บาท รับซื้อบาทละ 76,194.16 บาท แต่เมื่อเปิดตลาดเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ราคาทองคำร่วงพรวดเดียว 850 บาท และราคาผันผวนตลอดวัน มีการปรับราคาไปถึง 36 ครั้ง กระทั่งเวลาปิดตลาด 17.00 น. ราคาทองคำลดลงไปบาทละ 450 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 77,300.00 บาท ขายออกบาทละ 77,500.00 บาท ส่วนทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 75,754.52 บาท รับซื้อบาทละ 78,300.00 บาท เช่นเดียวกับตลาดหุ้น เปิดตลาด ดัชนีหุ้นปรับตัวดิ่งลงทันที 65.55 จุด หรือลบร้อยละ 4.65 มาที่ 1,344.82 จุด และดิ่งลงอย่างต่อเนื่องติดลบไปกว่าต่ำสุดที่ 70.14 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วเอเชียที่เปิดตลาดมาดำดิ่งลงเหว จากความกังวลราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นมาแตะ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงดัชนีหุ้นไทยมาปิดทำการที่ระดับ 1,382.97 จุด ลดลง 27.40 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 94,274.29 ล้านบาทปิดฮอร์มุซสะเทือนตลาดส่งออกนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยไทยมีมูลค่าการค้า รวมกับภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ที่ 40,536 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.92 ของมูลค่าการค้ารวมของไทยกับโลก ในจำนวนนี้เป็นมูลค่า การส่งออก 12,476 ล้านเหรียญ คิดเป็นร้อยละ 3.67 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งได้แก่ อิหร่าน บาห์เรน อิรัก คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยมีมูลค่าการค้ากับประเทศ กลุ่มนี้ รวม 36,714 ล้านเหรียญ และที่น่าเป็นห่วง คือการค้าดังกล่าวกว่า ร้อยละ 83.77 หรือคิดเป็นมูลค่า 30,757 ล้านเหรียญ ดำเนินการผ่านการขนส่ง ทางเรือ ซึ่งต้องอาศัยเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งสิ้น และในจำนวนนี้หากแยกเป็นเฉพาะการส่งออก ไทยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวม 9,717 ล้านเหรียญ และเป็นการส่งออกทางเรือสูงถึง 7,887 ล้านเหรียญ หรือร้อยละ 81.17 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดไปยังกลุ่มนี้ หรือคิดเป็น 250,000 ล้านบาท ทำให้มีความเสี่ยงว่าสินค้าเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบหากการสู้รบยืดเยื้อ หรือขยายความรุนแรงออกไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่