“คนร้ายมีความชำนาญสูงมาก รอยตัดอยู่ตรงข้อต่อกระดูกพอดีเป๊ะ และมีรอยของแข็งกดทับที่หน้าอกทั้งสองข้าง คาดว่าใช้เพื่อล็อกลำตัวให้นิ่งขณะลงมือหั่นหัว” เจ้าหน้าที่เผยข้อมูล พร้อมระบุว่าพะยูนถูกตัดหัวหลังจากตายไปแล้วประมาณ 2–24 ชั่วโมงและทีมสืบสวนยังพบ “ชิ้นส่วนจมูก” ถูกทิ้งไว้กลางทะเล จึงเก็บกู้ส่งตรวจ DNA เพื่อเทียบเคียงและล่าตัวกลุ่มขบวนการนี้มาดำเนินคดีข้อมูลข้างต้นนี้มาจากการลงพื้นที่สืบสวนและผลชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ของ สัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรณีพบพะยูนเพศผู้ตัวเต็มวัยยาวกว่า 2.2 เมตร หนัก 120 กิโลกรัมตัวนี้ ตายลงเนื่องจากภาวะป่วยทางลำไส้ (9 เม.ย.69) โดยจุดที่น่าตกใจคือรอยบาดแผลบริเวณลำคอขณะนี้ปลัดอำเภอเกาะยาวร่วมกับตำรวจ สภ.เกาะยาว และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เร่งสแกนพื้นที่เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมรณรงค์ให้สังคมหยุดสนับสนุน “เครื่องรางจากซากศพสัตว์”เพราะตราบใดที่มีคนซื้อ ก็ย่อมมีคนฆ่า และหากความเชื่อผิดๆนี้ยังไม่หมดไป “พะยูนไทย” อาจเหลือเพียงแค่ตำนานบนหน้าหนังสือพิมพ์เพียงอย่างเดียวหยุดล่า หยุดฆ่า หยุดครอบครอง ก่อนพะยูนจะสูญสิ้นจากทะเลไทย!คำถามสำคัญมีว่าทำไมต้องตัดหัวพะยูน? คำตอบ...ซ่อนอยู่ในความเชื่อที่กัดกินสังคมไทยมานาน ชิ้นส่วนของพะยูน โดยเฉพาะ “เขี้ยว” ถูกขนานนามในวงการของขลังว่า “งาช้างน้ำ” เชื่อกันว่ามีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์บารมี และคุ้มครองป้องกันภัยโดยเฉพาะกลุ่ม “สายมู” และนักสะสมของแปลกที่ยอมควักเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเพื่อให้ได้ครอบครอง ประเมินกันไว้ว่า...เขี้ยวคู่ใหญ่ ราคาในตลาดมืดพุ่งสูงถึง 60,000 บาทต่อชิ้น, เขี้ยวซี่เล็ก/ฟัน ราคา 3,000–10,000 บาท ...น้ำตาพะยูนเชื่อว่าเป็นยอดน้ำมันพรายมหาเสน่ห์ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์คือเมือกหล่อเลี้ยงดวงตาน่าสนใจว่าในช่วง 10 ปี มี “พะยูน” สังเวยไปแล้ว 20 ชีวิต ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในช่วงปี 2558-2569 มีพะยูนเกยตื้นถูกลักลอบตัดหัวหรือเลาะเขี้ยวไปแล้วถึง 20 ตัว จากยอดเกยตื้นทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าขบวนการล่า “ชิ้นส่วนสัตว์สงวน” ยังคงฝังรากลึกและทำงานกันเป็นขบวนการ แม้จะมีบทลงโทษที่รุนแรงก็ตามพลิกแฟ้มกฎหมาย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ระบุชัด มาตรา 12 (ล่าสัตว์สงวน) จำคุก 3-15 ปี หรือปรับ 3 แสน-1.5 ล้านบาท, มาตรา 17 (ครอบครองซาก) จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท, มาตรา 29 (ค้าซากสัตว์) โทษหนักเท่าการล่าย้อนรอยจากการชันสูตรครั้งล่านี้ วิเคราะห์กันว่า...รอยตัดมืออาชีพ หัวถูกตัดในตำแหน่งระหว่างข้อกระดูกคอพอดี แผลคมกริบ คาดเป็นฝีมือผู้มีความชำนาญ บวกกับทีมสืบสวนพบชิ้นส่วนจมูก ถูกทิ้งกลางทะเล คาดว่าคนร้ายทำหล่นขณะชำแหละซากที่ตายมาแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมงที่น่าสนใจคือ ร่างกายพะยูนผอมโซ กระเพาะแทบไม่มีอาหาร ตอกย้ำสภาวะอดอยากจากการขาดแคลนหญ้าทะเล... นี่คืออีกประเด็นสำคัญวิกฤติ “ทุ่งหญ้าทะเลล่มสลาย” หรือไม่? ส่งผลทำให้พะยูนต้องลี้ภัยย้ายถิ่นฐานที่อยู่หาแหล่งอาหารข้อมูลล่าสุดปี 2569 ระบุว่า หญ้าทะเลรอบเกาะลิบงและเกาะมุกด์ (แหล่งอาหารใหญ่ที่สุด) ตายไปแล้วกว่า 90% เนื่องจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและตะกอนจากการก่อสร้างชายฝั่งส่งผลให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ พะยูนนับร้อยต้องหนีความอดอยากจากตรัง ไปกระบี่ ภูเก็ต และพังงา สำคัญคือทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน การเดินทางไกลทำให้พะยูนเสี่ยงต่อการถูกใบพัดเรือชน (24%) และขยะหรือเครื่องมือประมง (86% ของเคสเกยตื้นเกี่ยวข้องกับมลพิษ)ปิดท้ายด้วยความหวังริบหรี่...อัตราการสืบพันธุ์ที่ต่ำ ทำให้จำนวนประชากรที่ลดฮวบใน 2 ปีที่ผ่านมา เข้าข่ายวิกฤติสูญพันธุ์ในระดับชาติ“หัวพะยูน” มักถูกตัดเพื่อนำเขี้ยว และกระดูกไปทำเครื่องรางของขลังตามความเชื่อผิดๆว่าเป็น “งาช้างน้ำ”...เป็นของขลังที่มีพลังอำนาจสูง ซึ่งมีความเชื่อเรื่องเมตตามหานิยม คงกระพัน และยาเสน่ห์ โดยมักนำไปทำหัวแหวนหรือพกติดตัว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทารุณสัตว์ การนำส่วนหัวพะยูนไปใช้ประโยชน์ตามความเชื่อและตลาดมืด...เลาะเอาเขี้ยวทำเครื่องรางเขี้ยวพะยูน (โดยเฉพาะตัวผู้) ...นำเขี้ยวไปทำเป็นหัวแหวน จี้ หรือของขลังพกพา...เป็นเมตตามหานิยมเสน่ห์ลุ่มหลงย้ำว่า...พะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน การฆ่าหรือครอบครองซากพะยูนมีความผิดตามกฎหมาย การตัดหัวพะยูนมักเกิดขึ้นกับพะยูนที่ตายแล้วหรือเกยตื้น และการกระทำเหล่านี้เป็นเรื่องที่สังคมรณรงค์ให้หยุด เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์“พะยูน” ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวทางทะเล แต่เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ วันนี้พะยูนไทยเหลือไม่ถึง 200 ตัว หากเรายังปล่อยให้ค่านิยมเครื่องรางงมงายมีอำนาจเหนือศีลธรรมและปล่อยให้ทุ่งหญ้าทะเลกลายเป็นทะเลทรายใต้น้ำ...อีกไม่เกิน 10 ปี ลูกหลานไทยอาจได้รู้จักพะยูนเพียงแค่ชื่อในหนังสือประวัติศาสตร์เท่านั้น ภารกิจเร่งด่วนในวันนี้จึงไม่ใช่แค่นับศพ แต่ต้องรักษาชีวิต...พะยูนไม่ให้เหลือแค่ตัวสุดท้าย.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม