ผลพวงไฟสงครามตะวันออก กลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาร่วมสัปดาห์ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก สร้างความวิตกกังวล โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งน้ำมัน หลังจากอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางที่ใช้ขนส่งน้ำมัน 20-30% ของโลก สร้างความวิตกจะกระทบต่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นประเทศไทยก็หนีไม่พ้นภาวะตื่นตระหนก ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ประชาชนแห่ไปเข้าคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด เอาแกลลอน ถังน้ำมัน 200 ลิตร ไปซื้อตุนไว้ จนน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม เพราะหวั่นเกรงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางจะยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และขาดตลาดด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ยืนยันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งาน โดยมีน้ำมันสำรองกว่า 7,660 ล้านลิตร ใช้งานได้นาน 60 วัน พร้อมสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล 29.94 บาท 15 วัน บรรเทาผลกระทบความผันผวนราคาตลาดโลกแม้รัฐบาลยืนยันมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ แต่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการโจมตีเป้าหมายไปที่คลังน้ำมัน โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน รวมถึงการปิดอ่าวฮอร์มุซ กระตุ้นความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันโลก ทำให้ประชาชนไม่คลายความกังวล ต้องรีบตุนเชื้อเพลิงแต่เนิ่นๆขณะที่ท่าทีรัฐบาลช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นจะคุมราคาน้ำมันได้ ปล่อยให้ผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศบางราย ฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 4.2 บาทต่อลิตร ในห้วงที่ประชาชนตื่นตระหนก ทั้งที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าที่ใช้ราคาต้นทุนเดิม จนต้องแสดงบทขึงขัง ควบคุมราคาจริงจัง ทำให้ค่ายน้ำมันยอมลดราคาลงมาสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเร่งสยบความหวาดวิตก วางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ อาทิ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน การมีมาตรการจับต้องได้ เช่น ใช้เงินกองทุนน้ำมันมาตรึงราคาดีเซล สกัดไม่ให้ต้นทุนสินค้าอื่นๆเพิ่มตามมา ตลอดจนจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง เตรียมพร้อมหากสงครามยืดเยื้อการวางแผนที่มีความชัดเจนจะส่งผลทางจิตวิทยา ช่วยลดอุปทานหมู่เรื่องน้ำมันสำรองในประเทศไม่เพียงพอ จะต้องแสดงให้เห็นทุกปั๊มยังมีน้ำมันให้บริการอย่างเพียงพอในราคาที่ตรึงไว้ ไม่ให้มีบริษัทใดลักไก่ขึ้นราคา และไม่จำเป็นต้องไปแย่งกันรายวัน ถ้าบริหารความรู้สึกของประชาชนได้ ความตื่นตระหนกก็จะลดลง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม