นายกฯสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 29.94 บาท ต่อเนื่อง 15 วัน ให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ทำแผนรับมือพิษสงคราม ห้ามกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท ด้านกรมธุรกิจพลังงาน วอนอย่ากักตุน แต่ประชาชนยังแห่เข้าปั๊มเติมน้ำมันจนบางแห่งน้ำมันทุกชนิดหมดแท็งก์ ขณะที่วิกฤติตะวันออกกลางยังพ่นพิษ หุ้นไทยดิ่งต่อเนื่อง ขณะที่ ราคาทองรูด 2,050 บาท ด้านเอกอัครราชทูตอิหร่านในไทยเผยหลังทูตสหรัฐฯเข้าพบนายกฯหวังความเป็นนักการเมืองมืออาชีพบอกทูตของสหรัฐฯให้ยุติ สงคราม พร้อมให้คำมั่น คนไทยในอิหร่านไม่มี บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไทยยังตื่นตระหนกกับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความวิตกกังวลด้านพลังงานเชื้อเพลิง หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบถึงการขนส่งสินค้าทางเรืออย่างเลี่ยงไม่ได้“อนุทิน” สั่งตรึงราคาดีเซล 15 วันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.10 น.วันที่ 3 มี.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ปั๊ม ปตท.ทุกปั๊ม ขายน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท”เล็งรณรงค์ประหยัดพลังงานต่อมาเวลา 11.45 น.วันที่ 4 มี.ค.นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีหารือกับนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ทางโทรศัพท์แล้วในเบื้องต้น โดยนายอนุทิน เน้นย้ำในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท เป็นเวลา 15 วัน หลังจากนั้นคงต้องมาประเมินสถานการณ์ แต่ไม่ใช่ว่าพ้นเวลา 15 วันไปแล้วราคาขายปลีกจะปรับขึ้นในทันที ส่วนมาตรการอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ แต่กระทรวงพลังงานก็จะรณรงค์ในการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้ เช่น การปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น และการเปิดแอร์ที่ 26 องศาเซลเซียส เป็นต้นทูตสหรัฐฯดอดพบนายกฯจากนั้นเวลา 12.19 น. นายฌอน เค โอ’ นีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า คาดว่าเป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตามมาร่วมสมทบด้วย โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกาฯ เดินทางออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังหารือและรับประทานอาหารกลางวันกับนายอนุทิน นานร่วม 2 ชั่วโมงหวัง “อนุทิน” บอกทูตมะกันยุติสงครามวันเดียวกัน ดร.นัสเชเรดดิน ไสดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเดอะ รีพอร์ตเตอร์ กรณีที่มีรายงานว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่า ทราบว่าอาจจะมีการชี้แจงสถานการณ์ต่างๆ เพราะท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาอยากเปลี่ยนการปกครองในอิหร่าน แต่มีความเข้าใจผิดๆ ผู้นำของสหรัฐฯ ไม่เคยทราบอะไรเกี่ยวกับอิหร่าน มีข้อมูลลวงจากรัฐบาลอเมริกันต่ออิหร่าน ส่วนตัวไม่ได้กังวลการพูดของสหรัฐฯ และไทยในวันนี้ แต่หวังว่านายกรัฐมนตรีของไทยเป็นนักการเมืองมืออาชีพ อย่างน้อยหวังว่าจะได้เอ่ยกับทูตของสหรัฐฯ ให้ยุติสงครามในครั้งนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นจะกระทบทั้งโลกมั่นใจได้คนไทยในอิหร่านปลอดภัยสำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน เอกอัครราชทูตอิหร่านระบุ เชื่อว่ารัฐบาลทั้งอิหร่านและไทยมีการพูดคุยติดต่อกัน เป็นห่วงคนไทยในอิหร่านจะกลับบ้านได้อย่างไร จากการได้คุยกับกระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่ามีคนไทยกว่า 200 คน ในอิหร่านอยากกลับบ้าน และนายกรัฐมนตรีไทยให้พวกเขาออกจากเตหะรานไปยังตุรกี รัฐบาลไทยประกาศว่าถ้าตัวเลขถึงร้อย อาจส่งเครื่องบินกลับมาจากตุรกี และจากเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมาให้มั่นใจได้ว่าไม่มีคนไทยบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงฝากส่งคนอิหร่านในไทยกลับ ปท.เอกอัครราชทูตอิหร่านยังระบุที่มีนักศึกษาไทยจำนวนมากที่ไม่อยากกลับนั้น เราไม่สามารถการันตีได้เพราะฝ่ายรุกรานจะโจมตีพลเรือน ได้ประสานงานแจ้งไปแล้วว่าการอพยพสามารถใช้เส้นทางผ่านทางชายแดนอาเซอร์ไบจาน หรือตุรกี ซึ่งทางรัฐบาลไทยเลือกส่งไปที่ตุรกีโดยจะส่งเครื่องบินไปรับ อิหร่านจะประสานกับไทยด้วยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อิหร่านไม่สามารถส่งเครื่องบินมาไทยได้ หากไทยจะส่งเครื่องบินไปอพยพคนไทย ก็อยากจะส่งคนอิหร่านในไทยที่มีกว่า 160 คนกลับไปด้วย พร้อมกันนี้ยืนยันว่าไทยและอิหร่านมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันมากว่า 420 ปี เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง จนถึงปัจจุบันที่มีคนอิหร่านเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกว่า 70,000 คนต่อปี และคนไทยที่ได้ไปเที่ยวอิหร่านก็ต่างชื่นชอบ จึงหวังว่าคนไทยจะไม่รับข้อมูลจากสื่อตะวันตกมากเกินไป ซึ่งมีมุมมองการเสนอข่าวของอิหร่านที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง“เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะประชุมรับมือจากนั้นเวลา 16.30 น. มีรายงานว่า นายอนุทิน มอบหมายให้นายเอกนิติเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ร่วมเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เล็งระงับส่งออกน้ำมันส่วนเกินนายพิพัฒน์กล่าวในที่ประชุมว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรงเรื่องราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานบอกว่ามีน้ำมันสำรองอยู่ได้ 60 วัน ตอนนี้ประมาณการเอาไว้เราอาจยืดเวลาได้มากกว่านั้น โดยตัดการดำเนินการบางอย่างที่ไม่จำเป็นออก เช่น พิจารณาในเรื่องการส่งออกน้ำมันส่วนเกินทางเรือผ่านเรือปิโตรเลียม (Floating Storage) ที่ไม่มีสัญญาล่วงหน้า หากนำน้ำมันส่วนนี้มากักเก็บไว้ใช้ในประเทศ ต้องพิจารณาว่าจะเอาแท็งก์ที่ไหนมากักเก็บน้ำมัน กระทรวงพลังงานต้องหารือกับผู้ประกอบการทุกบริษัทว่ามีแท็งก์เก็บเพิ่มได้เท่าไร ถ้าปริมาณน้ำมันล้นจะช่วยกันเก็บได้หรือไม่ให้ กต.เป็นแม่งานรวมข้อมูลขณะที่นายเอกนิติกล่าวว่า เชิญเอกชนได้แก่ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน เข้ามารับทราบข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน เรื่องที่ต้องอัปเดตคือสถานการณ์ล่าสุด นายกฯมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นหน่วยงานกลางประสานงานเก็บข้อมูล อัปเดตสถานการณ์กับจุดที่อยู่หน้างานมากที่สุด เพื่อพิจารณาว่าข่าวไหนจริงไม่จริง ไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก และจะทำให้วอร์รูมสามารถประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เป็นต้น มีเรื่องสำคัญที่ต้องเฝ้าจับตาได้แก่ 1.เรื่องของน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะเข้ามาดูเรื่องนี้ 2.เรื่องของการขนส่ง กระทรวงคมนาคมจะเข้ามาดูแล 3.กระทรวงพาณิชย์จะดูในเรื่องราคาสินค้าต่างๆ และวันนี้ได้เชิญผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าประชุมด้วย เพื่อประเมินเรื่องตลาดทุน ด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มอบหมายให้รองผู้ว่าการ ธปท.มาประชุมเพื่อประเมินเรื่องค่าเงิน ดูผลกระทบในมิติต่างๆให้ครบถ้วน และออกเป็นมาตรการที่จำเป็น หลังจากการประชุมนายกฯจะมาสรุปมาตรการต่างๆที่จะออกมาเพื่อดูแลสถานการณ์นี้อีกครั้งสั่งเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติต่อมา นายเอกนิติได้ออกมาแถลงเพิ่มเติมถึงการประชุมว่า ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ได้ 60 วัน และยังสามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอแน่นอน ส่วนก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG การผลิตส่วนใหญ่มาจากในประเทศ แต่ที่ประชุมไม่ได้วางใจ รมว.พลังงานจึงเร่งให้ผลิตมากขึ้น ส่วนแหล่งผลิตอื่นจะเร่งนำเข้า ครม. เราทำสัญญากับมาเลเซียเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ และจะมีการนำเข้าพลังงานทดแทนที่ผลิตจากน้ำจากลาว ก๊าซธรรมชาติไม่น่ามีผลกระทบอะไร สิ่งที่ที่ประชุมเป็นห่วงคือเรื่องราคาสินค้า จะใช้กลไกการค้าภายในป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยกระทรวงพาณิชย์จะใช้กฎหมายจัดการผู้กักตุนสินค้าและฉวยโอกาส ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงการหาแหล่งน้ำมันใหม่ว่า จะเจรจาเพิ่มปริมาณการซื้อจากแหล่งที่เราซื้ออยู่แล้วที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ขณะที่แหล่งใหม่คงมีการพิจารณาทำสัญญาเพิ่มเติม“พิพัฒน์” โวมีน้ำมันสำรอง 90 วันขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แถลงว่า เรื่องพลังงานขอให้คนไทยอย่าได้ตระหนก เราเตรียมความพร้อมหาพลังงานเข้ามาชดเชย เบื้องต้นพลังงานที่มีการประกาศไปคือสามารถรองรับได้ 60 วัน หมายความว่าไม่มีพลังงานหรือน้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศไทย เรามีการใช้พร่องไปในวันต่อวัน แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะปิดตัวลง แต่กระทรวงพลังงานยังมีความสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นๆประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีการซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลาง 100 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถึงแม้ว่า 60 วันจะหมดไป แต่ยังมีน้ำมันสำรองอีก 50 เปอร์เซ็นต์ แม้จะไม่มีพลังงานตะวันออกกลางมา แต่เรายังต้านได้อีก 30 วัน รวมเป็น 90 วันสั่ง ผวจ.ทำแผนรับมือพิษสงครามวันเดียวกัน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนิน 3 มาตรการ เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้ 1.แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ ป้องกันฉกฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุน รวมถึงดูราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 2.สร้างการรับรู้ให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ รวมถึงสร้างความมั่นใจการดำเนินงานของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคา และ 3.กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาล กรณีมีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวให้แจ้งข้อมูลไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเตือนร้านค้าอย่าฉวยโอกาสด้าน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนต้องมีอย่างเพียงพอ พร้อมเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อย่างเคร่งครัด ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่งกลับ 50 แรงงานไทยในอิหร่านส่วนที่กระทรวงแรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ร่วมแถลงหลังประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลางว่า ทูตแรงงานไทยในอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ร่วมประเมินสถานการณ์ยังคงที่ มีความรุนแรงเฉพาะจุดสำคัญทางการทหาร แรงงานไทยอยู่ในภาคเกษตรยังปลอดภัย และได้รวบรวมคนที่ต้องการเดินทางกลับจากอิหร่าน มีแรงงานไทย 50 คน จะกลับทั้งหมดในวันที่ 7 และ 10 มี.ค.และในอิสราเอลขณะนี้มีแจ้งขอกลับไม่เกิน 50 คน จากแรงงานทั้งหมด 5.8 หมื่นคน ซึ่งได้วางแผนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศแล้วตรึงราคาน้ำมันทุกชนิดคงเดิมขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยหลังประชุม กบน.ว่า ที่ประชุมมีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหนึ่ง โดยสถานีบริการน้ำมันทุกสถานี จะต้องจำหน่ายน้ำมันดีเซลลิตรละ 29.94 บาทต่อลิตร โดยกองทุนน้ำมันได้เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.77 บาทต่อลิตรให้กับประชาชน อีกทั้งลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน สำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซิน 0.38-0.70 บาทต่อลิตร จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิดที่หน้าสถานีบริการ มีราคาคงเดิมและขอให้มั่นใจได้ว่าไทยยังมีสำรองน้ำมันเพียงพอไม่ขาดแคลน และราคาที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อประชาชนมากนักเตือนคนแห่ตุนน้ำมันเสี่ยงผิด ก.ม.ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชน อย่าตื่นตระหนกและงดกักตุนน้ำมัน เนื่องจากการกักตุนในปริมาณมาก อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และเสี่ยงเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี และขอแนะนำว่าควรเติมน้ำมันลงในยานพาหนะเท่านั้น ไม่ควรนำภาชนะบรรจุไปเติมน้ำมันในสถานีบริการเพื่อความปลอดภัย สำหรับกรณีเกษตรกร หรือผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต้องนำภาชนะบรรจุไปเติม เพื่อการประกอบอาชีพ สามารถทำได้ ภายใต้การบริหารจัดการของสถานีบริการอย่างเหมาะสมคนยังแห่เข้าปั๊มน้ำมันตลอดวันอย่างไรก็ตาม จากกระแสตื่นตระหนกเรื่องราคา น้ำมันที่อาจพุ่งและไม่เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ทำให้ตลอดวันที่ 4 มี.ค. ตามปั๊มน้ำมันในส่วนภูมิภาค ยังเนืองแน่นไปด้วยคนนำยวดยานสารพัดชนิด รวมถึง ภาชนะหลากหลายเข้ามาเติมน้ำมันอย่างล้นหลาม ทำให้ปั๊มน้ำมันบางแห่งน้ำมันขาดสต๊อกชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล อาทิที่ อ.เมืองพะเยา อุทัยธานี สระแก้ว จันทบุรี กาญจนบุรี กระบี่สมุทรปราการ ฯลฯ โดยที่ปั๊ม ป.ต.ท.ใกล้ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ประชาชนและนักศึกษานำยวดยานมาเติมน้ำมันกันเต็มถัง จนน้ำมันทุกชนิดเกลี้ยงปั๊ม จนต้องติดป้ายประกาศ ซึ่งทางปั๊มระบุปกติรถน้ำมันจะมาส่งน้ำมันวันละ 1 เที่ยว คาดว่าจะมีน้ำมันมาบริการได้อีก ขณะเดียวกันหลายปั๊มติดป้ายห้ามนำถัง หรือแกลลอนมาเติม เพราะถือเป็นการกักตุนแม่แรงงานไทยรอรับร่างลูกชายส่วนที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 6 บ้านดอนแก่นเฒ่า ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น บ้านของนางสมภาร ประจิตร อายุ 72 ปี มารดาของนายอำนาจ ประจิตร อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่ทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล และเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างวิกฤติสงคราม โดยนางสมภารเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันทำงาน ลูกชายแจ้งเพื่อนร่วมงานว่า มีอาการ มึนศีรษะ เวียนหัว จึงขอหยุดงาน ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันนั้นเกิดเหตุสู้รบ นายอำนาจได้วิ่งเข้าไปหลบภัยในหลุมหลบภัยพร้อมกับภรรยาของนายจ้าง เมื่อเหตุการณ์สงบจึงกลับมายังที่พัก กระทั่งเวลา 22.00น. ของวันเดียวกัน ลูกสะใภ้โทร.มาแจ้งว่านายอำนาจเสียชีวิตแล้ว โดยภรรยานายจ้างให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงร้องจากบริเวณแคมป์ที่พัก แต่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเวลา 17.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 22.00 น.ตามเวลาไทย เพื่อนร่วมงานเลิกงานกลับมาไม่พบนายอำนาจ จึงช่วยกันออกตามหา และพบนายอำนาจเสียชีวิตในห้องน้ำในสภาพเปลือย หลังพิงผนัง คอพับพาดอยู่ที่ชักโครก รีบแจ้งภรรยาให้ทราบและโทรศัพท์แจ้งมา โดยตนต้องการนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด แต่ขณะนี้สนามบินในอิสราเอลปิด ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อนหุ้นไทยร่วงต่อลดไป 81.9 จุดผู้สื่อข่าวรายงานภาวะตลาดหุ้นไทยว่า ทันทีที่เปิดตลาดดัชนีปรับตัวทรุดลง ทันที 70.59 จุด มาที่ 1395.92 จุด และยังคงปรับตัวลงอย่างรุนแรงจากแรงเทขายหุ้นทั้งกระดาน หลังสงครามอ่าวทวีความรุนแรงขยายวงบานปลายไปหลายประเทศ ส่อรุนแรงยืดเยื้อ นักลงทุนจึงชิงเทขายหุ้น ด้วยความตื่นตระหนก ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ Circuit Breaker เป็นระยะ และเมื่อถึงเวลาปิดตลาด ดัชนีหุ้นไปจบที่ 1,384.61 จุด ลดลง 81.90จุด มูลค่าซื้อขาย 159,301.67 บาทราคาทองรูดลงกว่า 2 พันบาทส่วนการซื้อขายทองคำในประเทศ ทันทีที่เปิด ตลาดในวันที่ 4 มี.ค. ราคาทองคำลดลงทันทีบาทละ 1,550 บาท จากราคาในวันที่ 3 มี.ค. ที่ทองคำแท่ง จากรับซื้อคืนบาทละ 79,050 บาท ขายออกบาทละ 79,250 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อคืนบาทละ 74,467.60 บาท ขายออกบาทละ 80,050 บาท และระหว่างวัน ราคาปรับขึ้นลงไปถึง 41 ครั้ง กระทั่ง ณ เวลา 17.00 น. ราคาทองคำลดลงไปถึง 2,050 บาท โดย ปิดที่ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 77,000.00 บาท ขายออกบาทละ 77,200.00 บาท ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 75,466.48 บาท ขายออกบาทละ 78,000.00 บาทวิกฤติ ตอ.กลาง ยกเลิก 327 เที่ยวบินขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการปิดน่านฟ้าหลายประเทศ ช่วงวันที่ 28 ก.พ.-4 มี.ค.2569 มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวม 328 เที่ยวบิน โดยยกเลิกถึง 327 เที่ยวบิน กระทบผู้โดยสาร กว่า 49,688 คน สนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับผลกระทบ มากที่สุดรวม 210 เที่ยวบิน สนามบินภูเก็ต กระทบ 112 เที่ยวบิน ทั้งนี้ วันที่ 4 มี.ค. มีเที่ยวบินยกเลิกเพิ่ม อีก 82 เที่ยวบิน ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 11,481 คน อย่างไรก็ตาม ยืนยันสนามบินทั้ง 6 แห่ง เปิดให้บริการตามปกติอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่