พบศพแล้ว ผจก.หนุ่มบริษัทขาย เครื่องมือแพทย์ ที่ถูกอุ้มหายไปจาก หน้าบ่อตกกุ้งดังรัชดา 18 ใจกลาง กทม. ถูกฆ่าสยองเผาหมกบ้านร้าง ในไร่รกร้าง “ไบคาน” ชัยบาดาล ลพบุรี หลังแม่แจ้งความ หายตัวร่วม 2 อาทิตย์ คาดเหตุพัวพันสาวของจอมบงการขาใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ที่พักอยู่ในคอนโดเดียวกัน เผยผู้ต้องหาถูกจับแล้ว 7 คน ยังเหลือว่าที่ ร.ต. คนรับงานกับจอมบงการ แฉวงจรปิดจับภาพชัด นาทีอุ้ม ขี่รถ จยย. ชนท้ายให้เหยื่อทมิฬลงจากรถ ก่อน ถูกอุ้มขึ้นฟอร์จูนเนอร์ มัดแขนมัดขาปิดตาไปส่งคนจ้างที่บ้านเช่าย่านปากน้ำ กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับยันตอนไปส่งให้ยังมีชีวิตคำสั่งตายอุ้มฆ่าเผาหนุ่ม ผจก.บ.เครื่องมือแพทย์ครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 มี.ค. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก. สน.สุทธิสาร นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจ สภ.ชัยบาดาล แพทย์เวร รพ.ชัยบาดาล และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบศพชายถูกฆ่าเผาในบ้านร้าง หมู่ 3 ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรีที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่รกร้าง อดีตเป็นไร่ไบคาน อดีตผู้มีอิทธิพลเมื่อ 50 ปีก่อน มีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ จุดพบศพอยู่ในบ้านไม้ร้าง 2 ชั้นอยู่บนเนินสูง ในห้องน้ำชั้นล่างพบศพชายสภาพเน่าเปื่อยนอนอยู่บนพื้น ศีรษะอยู่ที่ชักโครก เท้าขวาชี้ขึ้นบนกำแพง ลักษณะถูกไฟเผาร่างจนไหม้เกรียม ยังมีเศษเสื้อผ้าหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วนำมาเผาอำพราง หรือถูกฆ่าแล้วเผาตรงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำศพส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ต่อไปมีรายงานว่า ศพดังกล่าวน่าเชื่อว่าเป็นร่างนายรุทธ์ หรือท็อป มณีประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทแห่งหนึ่ง จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ น้ำยาวิทยาศาสตร์ ย่านสุทธิสาร หลังถูกกลุ่มคนร้ายอุ้มหายไปจากย่านรัชดา เขตห้วยขวาง กทม. ตั้งแต่เช้าตรู่ วันที่ 18 ก.พ.69 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา นางปิยวดี มณีประเสริฐ แม่ของนายรุทธ์ หรือท็อป เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร และ พ.ต.ท.อธิพงษ์ ศรีโพธิ์ สว. (สอบสวน) สน.สุทธิสาร ว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันดังกล่าว ลูกชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มหายตัวไปจากบริเวณหน้าร้านบ่อกุ้ง (บ่อตกกุ้ง) ซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. และไม่สามารถติดต่อได้ ปกติลูกชายพักอยู่คอนโดแห่งหนึ่งใกล้บริษัทที่ทำงาน มีกำหนดจะแต่งงานวันที่ 7 มี.ค. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กับหญิงสาวที่คบหาดูใจกันมานาน ร้อนใจกลัวลูกชายเป็นอันตราย เพราะทราบภายหลังนายท็อปไปติดพันหญิงมีลูกแล้ว พักอยู่คอนโดเดียวกัน แต่คนละตึก ฝ่ายหญิงมีสามีเป็นคนมีสี หรือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ คาดอาจทำให้สามีโกรธแค้นนางปิยวดีให้การต่อว่า หลังลูกชายหายตัวไป ได้ตามสอบถาม รปภ. ขอดูกล้องวงจรปิด พบว่าเช้ามืดวันเกิดเหตุ นายท็อปขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน สอ 5888 กรุงเทพมหานคร ออกจากคอนโด ก่อนพบรถจอดในลานจอดรถบ่อตกกุ้งในเวลาต่อมา เมื่อถามเพื่อนสนิทพักคอนโดเดียวกันทราบว่าทุกเช้ามืดนายท็อปจะไปซื้อกาแฟที่ร้านแห่งหนึ่งใกล้จุดพบรถ ขณะที่พนักงานขายกาแฟทราบว่านายท็อปมาซื้อกาแฟจริงช่วงเช้ามืดวันดังกล่าว แล้วขับรถตรงมาทางร้านบ่อกุ้งจุดพบรถยนต์ ทั้งนี้ ลูกชายถูกอุ้มหายไปกว่า 2 อาทิตย์ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ว่าที่เจ้าสาว และเพื่อนร่วมงานต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือให้เร็วที่สุดเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยหลังพนักงานสอบสวนรับแจ้งความ ได้ประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านบ่อกุ้ง พบว่า เมื่อรถนายท็อปขับมาถึงหน้าบ่อกุ้ง มีรถ จยย. มาชนท้ายรถเหมือนจัดฉากให้นายท็อปลงจากรถมาเจรจา แต่ทันใดนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 4 คน สวมไอ้โม่งวิ่งลงจากรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เทา ที่จอดรออยู่ก่อนหน้า เข้ามาอุ้มนายท็อปขึ้นรถยนต์แล้วขับออกไป ส่วนรถนายท็อป มีคนร้ายอีกคนขับเข้าไปจอดในลานจอดรถของร้านบ่อกุ้ง จากการสืบสวนพบว่า รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เทา ที่ใช้ก่อเหตุ ทะเบียน 9293 สุพรรณบุรี ตามไปสอบถามผู้ครอบครองรถ พบว่าเป็นรถเช่า เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานก่อนขยายผลเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด อย่างน้อย 8 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุและกลุ่มผู้สั่งการเป็นทอดๆ จากพยานหลักฐานคาดสาเหตุมาจากปัญหาชู้สาว คาดว่าไปมีความสัมพันธ์ กับหญิงรายหนึ่งหรือหลายราย มีการถ่ายภาพและคลิปลามกอนาจารไว้ใช้แบล็กเมล์ ทำให้กลุ่มผู้ว่าจ้างไม่พอใจ พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อมาวันที่ 21 ก.พ. ตำรวจจับกุมว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือ “ขวัญ” พิทักษ์ทรัพยากร พร้อมยึดรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 2 ขภ 1239 กรุงเทพมหานคร ไว้ตรวจสอบ อีกคนคือนายเผ่าทอง หรือ “อั้ม” ทองวิไล ทั้ง 2 คน ถูกแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทั้งคู่ให้การร่วมกับพวกอุ้มนายท็อปขึ้นรถยนต์ มัดมือมัดขาปิดตาไปส่งให้ผู้บงการที่บ้านเช่าย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนรับเงินค่าจ้าง ขณะนั้นเหยื่อยังมีชีวิต สาเหตุเพราะคนสั่งการโมโหผู้ตายมีพฤติกรรมถ่ายภาพมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนสนิทขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร นำ น.ส.จีน่า (นามสมมติ) หญิงสาวที่เหยื่อติดพันมีสัมพันธ์ด้วยหลายเดือนมาสอบสวน รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายที่รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน สอ 5888 กรุงเทพมหานคร ของเหยื่อ ที่ถูกทิ้งไว้ที่ลานจอดรถหน้าร้านบ่อกุ้ง ส่วนบ้านเช่าที่ผู้ต้องหาให้การนั้น ชุดสืบสวนไปพิสูจน์ทราบ พบแต่เพียงคราบเลือดแต่ไม่พบตัวนายท็อประหว่างการติดตามหาตัวนายท็อปผู้ตาย วันที่ 24 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ หนูงามเข็ม ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันเข้ามอบตัวที่ สน.สุทธิสาร ตามหมายจับ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว จากนั้นวันที่ 25 ก.พ. นายพงศ์สิทธ์ มลิพันธุ์ นายจักรพันธ์ สมเสร็จ นาย บุญญพัฒน์ ชุมนุม และนายพรชัย หนูนุต เข้ามอบตัวตามหมายจับ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ที่ สน.สุทธิสาร ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การในทำนองเดียวกัน อุ้มไปจริงเหยื่อยังมีชีวิตอยู่ ไปให้ผู้สั่งการ ก่อนรับเงินค่าจ้าง รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาที่เหลือหนีไปหลบซ่อนสถานที่แห่งหนึ่ง จ.เพชรบูรณ์ ชุดสืบสวนติดตามไปแต่คลาดกัน คนร้ายหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนเหยื่ออยู่กับผู้สั่งการ หรือผู้จ้างวาน สุดท้ายพบร่างนายท็อปเป็นศพถูกเผาในบ้านร้างในไร่ของไบคาน จ.ลพบุรีมีรายงานว่าสำหรับหัวหน้าแก๊งอุ้มที่ยังหลบหนี คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ เงินศรีชัย ประธานเครือข่ายความมั่นคง กทม. เขตพระโขนง (ชสท. กทม.เขตพระโขนง) และเป็นกรรมการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และโรงเรียนการกำลังสำรอง (ศคร. ศสร.) รับงานอุ้มจากจอมบงการผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ น.ส.จีน่า ที่ผู้ตายไปติดพันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่