การแสดงออกถึงความรักความผูกพันของแต่ละครอบครัวล้วนแตกต่างกัน แต่สำหรับครอบครัว “งามอภิชน” ของ “นเรศ–บุปผา งามอภิชน” นักลงทุนระดับพันล้าน กลับมีความสุขง่ายๆ ติดดิน ซึ่ง คาเมศ งามอภิชน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน และภรรยา รู้ใจคุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลสุขภาพอย่างดี โดยเฉพาะ “มาดามอ้อย–บุปผา” ผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารและชอบรับประทานผัก จึงได้เนรมิตสวนหน้าบ้านตนเองให้เป็นแปลงปลูกผักที่ชื่นชอบของคุณแม่ โดยรดน้ำพรวนดินกับมือจนได้พืชผลงดงามเพื่อส่งต่อให้คนที่รัก จนกลายเป็นของแทน “ใจ” ในความรัก ความห่วงใยที่ส่งต่อให้คนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ไอเดียส่งความรักความห่วงใยที่ลูกชายและลูกสะใภ้ลงแรงกับมือนี้ สร้างความปลื้มปริ่มให้แก่ “มาดามอ้อย–บุปผา” ซึ่งได้มาแชร์เรื่องราวว่า ต้น เรื่องมาจากลูกชายและลูก สะใภ้ ที่มีพื้นที่สวนหน้าบ้านกว้างมาก แล้วเสียค่าน้ำรดน้ำสวนเดือนหนึ่ง 2,000-3,000 บาท เลยคิดจะทำประโยชน์จากสวนสวยมาเป็นสวนผักที่มีประโยชน์ เพื่อได้กินผักที่ปลูกเองและปลอดสารพิษอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งคู่ได้ศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือทำ ทั้งเรื่องการปลูก การวางแปลง รวมถึงการทำปุ๋ยบำรุงดินเอง “ตอนแรกที่เขาบอกจะเปลี่ยนสวนที่บ้านมาปลูกผัก เราก็ไม่เห็นด้วยเลย แอนตี้เขาด้วย บอกว่าถ้าดูแลไม่ดี บ้านจะรก แลดูไม่สวยนะ เพราะบ้านเขาสร้างมาสวยมาก แต่เขาทั้งคู่ก็ยืนยันว่าจะดูแลอย่างดี และตั้งแต่ทำมาเขาก็ดูแลดีจริงๆ ลงแปลงผักทุกเช้า ปุ๋ยก็ทำเอง โดยไปเอากากกาแฟที่ร้านสตาร์บัคส์แจกฟรีมาทำปุ๋ย แปลงผักเขาก็กางมุ้ง ใส่ใจมาก ผักที่ปลูกมีทั้งผักสลัด ผักคอส กะหล่ำปลี มะเขือม่วง แตงกวา ตะไคร้ ขึ้นฉ่าย ผักชีแล้วก็ผักที่เอามาทำจับฉ่าย ตอนนี้เลยมีความสุขมากได้ไปตัดผักทุกอาทิตย์ เพื่อมาทำอาหารทุกวันอังคาร ผลผลิตมีมากจนเอาไปแจกจ่ายเพื่อนฝูง รวมทั้งพนักงานที่สตาร์บัคส์ด้วยค่ะ ตอนนี้เลยเห็นด้วยกับที่เขาทำและภูมิใจกับสิ่งที่เราทำมากค่ะ” ความสุขและสุขภาพที่ได้รับนี้ “มาดามอ้อย” บอกว่า แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่อยากแชร์ไอเดียนี้ ซึ่งนอกจากจะสุขภาพดีได้กินผักที่ดีปลอดสารพิษอย่างแท้จริง เพราะเราปลูกเองแล้ว เรายังได้สุขภาพใจที่ดี เพราะทุกครั้งที่เรากินผักจากที่ลูกปลูก ทำให้เราภูมิใจและมีความสุข อย่างคุณพ่อเขา (คุณนเรศ) เป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น แต่ลึกๆเขาชื่นชม เวลานั่งกินสลัดเขาก็บอกว่า “เนี่ยผักบ้านพีชนะ” อาหารมื้อนั้นก็อร่อยขึ้นมาอีกเลย.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม