การจัดตั้งรัฐบาลโดยมี พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ ค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่ กกต.กำลังตกเป็นเป้านิ่ง ในการถูกตรวจสอบ ว่ามีการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ การออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ กกต. จากนักวิชาการและภาคเอกชน ค่อนข้างจะเล่นใหญ่ หอบเอาพยานหลักฐานต่างๆทั้งทางนิติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มาชี้ถึงจุดบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้แทนที่ กกต.ที่มี ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน อดีตเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง และมี แสวง บุญมี เป็นเลขาธิการ จะนำหลักฐานทั้งหมดที่ภาคเอกชนขอให้ตรวจสอบ ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง กลับไปดำเนินการ ฟ้องร้อง กับผู้ที่นำหลักฐานความไม่ชอบมาพากลมาเปิดเผยต่อสาธารณชน จะเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือจะเป็นการฟ้องปิดปากก็อีกเรื่อง แต่สวนทางกับจริยธรรมในการทำหน้าที่ของ กกต.โดยสิ้นเชิงไม่ว่าผลของการจัดการเลือกตั้งในที่สุดจะเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ กกต. ได้ประกาศรับรอง สส.อย่างเป็นทางการแล้ว 396 ราย ครบ 95% ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขในการเปิดประชุมสภา เพื่อนับหนึ่งในการเริ่มต้นกระบวนการเลือกประธานสภา และโหวตเลือกนายกฯในสภา ซึ่งขั้นตอนนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จะเป็นรัฐบาลมากกว่าหรือน้อยกว่า 300 เสียง ย่อมมีวิธีทางลัดที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมปัญหาอยู่ที่ การเมืองนอกสภา มากกว่า สมมติฝ่ายค้านประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กอีก 2-3 พรรค ที่รวมกันแล้วน่าจะเกิน 200 เสียง ในอนาคตการเมืองเอาแน่เอานอนไม่ได้ เกิด ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย ผิดใจกันอีกรอบ 74 เสียงของเพื่อไทย 4 เสียงของประชาชาติ 6 เสียงของรวมใจไทย รวมเป็น 84 เสียง ย่อมจะมีความหมายสำหรับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่หลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อและ สส.แบบแบ่งเขตไปแล้ว ซึ่งก็ไม่น่าจะเกินสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม ต่อจากนั้นอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็คือประมาณกลางเดือน มี.ค. หรือปลายเดือน มี.ค. หรือไม่เกิน 15 วัน นับจากการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการเปิดประชุมสภา เลือกประธานสภาเสร็จสัปดาห์ต่อไปก็โหวตเลือกนายกฯได้ขั้นตอนทั้งหมดนี้น่าจะไปจบที่สิ้นเดือนมีนาคมการทำงานของ ครม.ชุดใหม่ น่าจะเริ่มทำงานได้ใกล้กับ เทศกาลสงกรานต์พอดิบพอดี ดูจากสภาพแวดล้อมในขณะนี้แล้ว รัฐบาลใหม่จะต้องเจอกับปัญหาเก่า ไม่มีเวลาที่จะฮันนีมูนด้วยซ้ำ ขึ้นอยู่กับว่าระหว่างแรงเสียดทานกับกำลังภายใน อะไรจะมีฤทธิ์มากกว่ากัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม