5-19-8-3…นี่เป็นสูตร ครม.ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีความลงตัวและเป็นไปได้มากที่สุด คือ “คนนอก” 5 คน “ภูมิใจไทย” 19 คน “เพื่อไทย” 8 คน และ “พรรคเล็ก” 3 คน นั่นก็หมายความว่า “กล้าธรรม” ต้องไปเป็นฝ่ายค้านจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อวิถีทางกำหนดให้มันไปอย่างนั้นหลังจาก “ธรรมนัส พรหมเผ่า” กลับจากต่างประเทศก็กบดานเงียบไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน บรรดาลูกพรรคต่างก็พยายามหาเพื่ออยากรู้ว่าจะเอายังไงกันแน่จะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านจะได้เตรียมตัวเตรียมใจกันให้ชัดเจน!ปรากฏการณ์อย่างนี้คล้ายจะบอกให้รู้อะไรบางอย่าง เพราะถ้าร่วมรัฐบาลก็ต้องเบิกบานแจ่มใสบอกลูกพรรคได้ว่าเรียบร้อยแต่ที่แอบซ่อนอำพรางอย่างนี้เหมือนไม่อยากพบใครหรือบอกอะไรกับใครหากต้องเจอคำถาม ก็แสดงว่าอยู่ในฐานะที่ไม่สู้ดีนักความจริงแล้วการเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลของนักการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติหากเงื่อนไขไม่อำนวยให้ต้องทำใจยอมรับให้ได้แต่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านที่ไม่สันทัดมาก่อนมันก็ต้องทำใจยากหน่อยกับสิ่งที่มุ่งหวังเพราะพรรคแกนนำ นั้นก็คุ้นเคยสนิทสนมกันดี เคยร่วมมือร่วมใจกันอย่างดีมาก่อนหากเจอแบบนี้มันก็ทำใจลำบากเหมือนกับถูกเพื่อนหักหลัง...ว่างั้นเถอะยิ่งสถานการณ์การเมืองคืบหน้าไปมากสำหรับการมุ่งไปสู่การที่รัฐบาลใหม่ก็ยิ่งต้องลุ้น เนื่องจาก กกต.ได้ประกาศรับรอง สส.เขต จำนวน 396 คนค้างไว้ 4 คน 4 เขตส่วนอีก 100 คน แบบบัญชีรายชื่อคาดว่าจะประกาศได้ในสัปดาห์หน้า นั่นเท่ากับว่าได้จำนวน สส.ครบตามจำนวนสามารถเปิดสภาได้แล้วโดยสภาจะต้องแจ้งให้ ครม.มีมติเห็นชอบให้การทูลเกล้าฯเพื่อเปิดสภาตามขั้นตอนจากนั้นก็เรียกประชุมเพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาอีก 2 คนต่อไปประธานสภาก็เรียกประชุมเพื่อโหวตเลือกนายก รัฐมนตรีนายกรัฐมนตรีก็จะตั้งรัฐบาล มีรัฐมนตรี 35 คน รวมนายกรัฐมนตรีเป็น 36 คน มากกว่านี้ไม่ได้เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างนั้นถึงกระนั้นก็จะรู้อย่างเป็นทางการว่าใครพรรคไหนได้ร่วมรัฐบาลบ้าง พรรคไหนจะได้รัฐมนตรีกี่คน คุมกระทรวงอะไรบ้างอย่างสูตร 5–19–8–3 นั่นแหละ!พูดง่ายๆทุกอย่างจะลงตัวและรู้ได้ว่า ใครพรรคไหนจะเป็นรัฐมนตรีคุมกระทรวงอะไรบ้าง โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญๆอย่าง “กลาโหม” ที่จะมาจากคนนอกจะเป็นใครเพราะตำแหน่งนี้ก็มีความสำคัญด้านความมั่นคง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่นายกรัฐมนตรีจะควบเองแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีคนอยู่ในใจและเชื่อมั่นก็คงจะเลือกคนนั้นเพราะตัวเองถนัดคุมกระทรวงมหาดไทยที่คลุกคลีมานานและรู้จักคนในกระทรวงเป็นอย่างดีทำให้สามารถบริหารงานได้ง่ายสามารถคุมอำนาจได้ทั้งประเทศเพราะเป็นหัวใจด้านความมั่นคงด้วยอีกทั้งคนในพรรคก็มือไม่ถึงจึงต้องคุมเองดีกว่า!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม