“สีหศักดิ์” ฉะเดือดกัมพูชา สอนมารยาทสากลกลางเวทียูเอ็น แฉแผนสกปรกชอบปั้นน้ำเป็นตัวป้ายสีไทย วางแผนยั่วยุปลุกปั่นยิงปืนข้ามแดนป่วน ขีดเส้น 2 ทางเลือก เอาจบที่สันติภาพ หรือความสูญเสีย ด้าน พล.ต.วินธัย โฆษก ทบ.ยืนยันถ้อยแถลงฯ “สีหศักดิ์” จะไม่เป็นชนวนเหตุปะทะรอบ 3 เชื่อยกปัญหากัมพูชายิง-เผาป่วน ไปพูดคุยในระดับ RBC“สีหศักดิ์” โต้กัมพูชาใช้ข้อความเท็จบิดเบือนกล่าวหาไทยเป็นผู้ร้าย พร้อมนำเสนอบทบาทไทยในการแก้ไขและต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ โดยเมื่อเวลา 16.21 น. วันที่ 24 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) สมัยที่ 61 ณ Assembly Hall, Palais des Nations สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ โดยได้เริ่มกล่าวด้วยการระลึกถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นช่วงสำคัญที่มีการทบทวนการดำเนินงานของคณะมนตรีฯ และย้ำว่าในช่วงเวลาที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทายเช่นในปัจจุบัน ประเทศต่างๆต้องร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ นอกจากนี้ยังเห็นว่าปัญหาการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตข้ามพรมแดน เป็นวิกฤติด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงและอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้นายสีหศักดิ์ได้กล่าวตอบโต้นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาที่กล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในการกล่าวถ้อยแถลงของประชุมระดับสูงในวันเดียวกันว่า กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย ต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย มีพลเรือนต้องเสียชีวิต เป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ ซึ่งตั้งแต่อดีตไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กัมพูชา ให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้งและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศหลังจากสงครามกลางเมือง ไทยไม่เคยมีเจตนาที่จะเผชิญหน้าเพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้นายสีหศักดิ์กล่าวอีกด้วยว่า ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชายังคงผลักดันปัญหาทวิภาคีขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ เป็นการบั่นทอนโอกาสสำหรับการสร้างสันติภาพ ส่วนข้อกล่าวหาไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกำลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิมในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอการหารือเพื่อแก้ไขปัญหา แต่จนถึงปัจจุบันนี้กัมพูชายังคงปลุกปั่นยั่วยุความรู้สึกของสาธารณชนอย่างมีการเตรียมการไว้ ทหารไทยยังคงต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด ยังคงมีการยิงกระสุนข้ามชายแดนมายังฝั่งไทย แม้กระทั่งในวันนี้ ขอย้ำว่าไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกันไทยก็มีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้น ขอตั้งคำถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า จะเลือกเส้นทางสู่สันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดำรงต่อไปพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาเผาป่าและยิงเข้ามาในไทย ว่า แม้จะเป็นเรื่องระดับหน่วยในพื้นที่ แต่ต้องรวบรวมไประดับกองกำลังหรือกองทัพ ต้องยกไปพูดคุยกันในระดับ RBC เพราะเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนตามข้อตกลงไม่ใช้อาวุธ หน่วยที่ไม่สามารถรักษากติกาก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนฝ่ายไทยเราอยู่ในระบบการบังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพ เมื่อถามว่า หากทหารกัมพูชายังมีการยิงมาตกในจุดที่รับไม่ได้หรือใกล้ฐานทหารจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.วินธัยกล่าวว่า แต่ละหน่วยคงมีวิธีการมีมาตรการที่แตกต่างกัน เราเน้นย้ำกำลังพลให้อดทนอดกลั้น กำลังพลหน้าแนวต้องระมัดระวังทุกเรื่อง เพราะเป็นพื้นที่เผชิญหน้ามีความละเอียดอ่อน กัมพูชายิงปืน ค. 40 มม. เข้ามาในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว ฝั่งไทยเคร่งครัดดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย แต่ฝั่งกัมพูชามีการก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ แต่ตำบลกระสุนตกที่ยิงเข้ามายังห่างไกลที่จะทำอันตรายกับกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้ว เราจำเป็นต้องตอบโต้กลับไป แต่เป้าหมายในการตอบโต้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่พล.ต.วินธัยยังกล่าวถึงกรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงโต้ตอบฝ่ายกัมพูชา บนเวทีการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ ว่า ไม่น่าสัมพันธ์กันโดยตรง ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารขึ้นอยู่กับปัจจัยในพื้นที่มากกว่า เป็นลักษณะของการป้องกันตามแผนเผชิญเหตุ อาจไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรงและด้วยข้อมูลการข่าวของฝ่ายไทยพบว่าทางกัมพูชายังไม่ได้มีท่าทีที่จะคุกคามด้วยกำลังทางทหาร และหลายหน่วยอยู่ค่อนข้างไกลจากบริเวณชายแดน เพียงแต่อาจมีการเริ่มเดินมาสำรวจบ้างตามแนวรั้วลวดหนามส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังมีเหตุกัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม.ใส่ฝั่งไทย ที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พบว่าชาวบ้านในพื้นที่ยังใช้ชีวิตตามปกติ โดยนายรักษ์สกุล ทารมย์ อายุ 70 ปี กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ เพราะผ่านเหตุการณ์การปะทะที่หนักมากกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังห่วงชาวบ้านที่ต้องไปทำสวนทำไร่ติดกับชายแดน ตอนนี้ทุกครอบครัวจะมีการเตรียมเก็บ ข้าวของเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา กลัวจะเกิดปะทะขึ้นอีกครั้ง เพราะกัมพูชายังมีนิสัยเหมือนเดิมชอบยั่วยุอยากจะรุกรานไทย อยากให้กองทัพเพิ่มกำลังทหารและเพิ่มอาวุธป้องกันประเทศ หากต้องปะทะอีกต้องลุยให้เด็ดขาดไปเลยชาวบ้านจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างวิตกกังวลอีกวันเดียวกัน ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 (กก.ตชด.12) ร่วมกับชุดเฉพาะกิจตาพระยา (ฉก.ตาพระยา) เข้าตรวจสอบลูกระเบิดปืน ค. ขนาด 121 มิลลิเมตร จำนวน 1 นัด ที่พบบริเวณลานมันสำปะหลัง บ้านแก้วเพชรพลอย ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และได้เคลื่อนย้ายไปทำลายในพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นเข้าตรวจสอบหลุมระเบิดในพื้นที่ทุ่งนาบ้านมะกอก ต.ทัพเสด็จ พบหลุมลูกระเบิดปืน ค.ขนาด 82 มิลลิเมตร จำนวน 1 หลุม และหลุมลูกจรวด BM-21 จำนวน 1 หลุม ซึ่งเป็นวัตถุที่ระเบิดแล้วจึงได้เก็บรวบรวมและเคลื่อนย้ายสะเก็ดระเบิดไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายก่อนทำการจุดทำลายวัตถุระเบิดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่