“อนุทิน” เบรกข่าวภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ท่องคาถารอ กกต.รับรองผลเลือกตั้งให้ชัดเจน นิ่งแล้วระฆังเริ่มนับหนึ่งโป้งเดียวจอด บอกคนฟาดงวงฟาดงาทำให้อ่านความในใจออก ย้ำประชาชนไม่ต้องกังวลรัฐบาลยังบริหารงานได้ตามปกติ พท.รอถก ภท. 24 ก.พ. จัดสรรเก้าอี้ ครม. ส่งซิก “ยศชนัน” สนใจใช้ประสบการณ์อาจารย์ ขับเคลื่อนงาน อว. “ปรีดี” ปัดถูกทาบนั่ง รมว.พลังงาน ประเมินตัวเองเหมาะลุยงานภาคเอกชนมากกว่า “ณัฐพงษ์” ชี้เป็นไปได้ “รัฐบาลหนู” 300 เสียง ชวน “กธ.-ปชป.” แท็กทีมฝ่ายค้านเข้มแข็ง ยิ่งมีข้อมูลวงในยิ่งลึกยิ่งดี ปชน.ถอดบทเรียนพ่ายเลือกตั้ง ปรับกลยุทธ์เพิ่มการลงพื้นที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ผุดเครือข่ายอาสาประชาชนสู้เครือข่ายบ้านใหญ่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เบรกกระแสความร้อนแรงทางการเมือง สยบข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลพรรค ภท. ระบุขณะนี้ยังรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อน ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งเลย รอทุกอย่างชัดเจนจะรวดเร็วโป้งเดียวจอด“หนู” ชี้ยังไม่นับ 1 รอนิ่งโป้งเดียวจอดเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 21.22 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่ จ.เพชรบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลหลังมีกระแสข่าวปิดดีล 300 เสียงแล้วว่า ดีลยังไม่ได้เปิดเลยจะปิดดีลได้อย่างไร ขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งชัดเจนก่อน ต้องว่าไปตามขั้นตอน ไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นจะคิดอย่างไร แต่พรรค ภท.เราต้องการทำอะไรที่มีความชัดเจน การพูดคุยอะไรกับใคร เราต้องรอให้สถานการณ์ทุกอย่างนิ่งก่อน ตนทำการเมืองมาตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญปี 60 เรารู้ว่ากว่า กกต.จะรับรองผลการเลือกตั้งได้ไม่เคยเร็วกว่า 1 เดือน กฎหมายให้ไว้ถึง 2 เดือนด้วยซ้ำ ฉะนั้นเราไปชิงออกตัวหรือทำอะไรก่อนรับรอง สส. ถ้าไปทำแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก รอทุกอย่างให้ชัดเจน คราวนี้เร็วเลย โป้งเดียวจอด ตอนนี้ขอปล่อยให้นิ่งๆไปก่อนดีกว่า ระฆังยังไม่นับหนึ่งเลยตอนนี้ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวมีข้อเสนอให้โหวตนายกฯก่อนแบ่งกระทรวง นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อยังไม่ทราบผลการรับรองอย่างเป็นทางการ พรรคการเมืองหรือใครที่เราติดต่อกันมา พูดส่งข่าวกันมาว่าโหวตนายกฯก่อน โหวตประธานรัฐสภาก่อนอ่านใจออกคนฟาดงวงฟาดงาเมื่อถามว่า นายกฯบอกยังไม่มีการจับขั้วแต่บางพรรคการเมืองที่คาดหวังจะร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อแล้วออกมาฟาดงวงฟาดงาผ่านทางวาจามองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า มันก็ทำให้เราอ่านความในใจของคนที่เราจะต้องไปประสานได้ ยังมีการนับคะแนนใหม่ ลงคะแนนใหม่ตามหน่วยอยู่เลย เราจะไปชิงดำเนินการอะไรก่อน กกต. สำหรับตนต้องมีความเกรงใจและต้องให้เกียรติ เมื่อถามว่ามองปฏิกิริยาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไร วันนั้นก็พูดคุยกับหัวหน้าพรรค กธ.ที่ จ.สงขลา เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ถือว่าอยู่ในคิวที่จะพูดคุยร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร ต้องพูดเหมือนเดิมจนกว่าจะรับทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเชื่อ กกต.ทำงานเจตนาบริสุทธิ์เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงประชาชนหรือไม่เรื่องการจับขั้วตั้งรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า ขณะนี้ยังอยู่ในห้วงเวลาตามกฎหมายอยู่ เมื่อ กกต.รับรองแล้ว มีความนิ่งแล้วตรงนั้นไม่นาน พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น วันนี้รัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ ยิ่งผลการเลือกตั้งออกมาเห็นอย่างชัดเจนว่า ขั้วที่เป็นแกนนำรัฐบาลสามารถครองเสียงได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ความมั่นใจก็มี เช่น การที่จะทำอะไรแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชนในช่วงนี้ พอเราเห็นความไว้ใจของพี่น้องประชาชนต่อพวกเราขนาดนี้ และเรายังเป็นรัฐบาลอยู่ เรากล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมืองเท่านั้น เรื่องที่เป็นส่วนตัวพวกพ้องอยู่ลำดับท้ายๆเช่นเดิม เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองเป็นเรื่องของ กกต. สำหรับตนเชื่อว่า กกต.ทำงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และยังเชื่อว่าไม่สามารถมีใครที่จะไปดูได้ว่าใครจะกาอย่างไร“ยศชนัน” สนใจคุมกระทรวง อว.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงความคืบหน้าการจัดสรรเก้าอี้ ครม.ที่ได้รับโควตาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอึ้ และรัฐมนตรีช่วย 4 เก้าอี้ เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยวางตัวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นอยู่กับนายยศชนันจะตัดสินใจรับตำแหน่งหรือไม่ ล่าสุดมีรายงานว่านายยศชนันให้ความสนใจจะรับตำแหน่งดังกล่าว เพราะมองว่าสามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานในกระทรวงได้ เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 24 ก.พ. พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะหารือกันเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม.กันอีกครั้ง“ปรีดี” ปัดถูกทาบนั่ง รมว.พลังงานวันเดียวกัน นายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.คลัง อดีตประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ออกจดหมายเปิดผนึกชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวถูกทาบทามเป็น รมว.พลังงานว่า ขอเรียนชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันไม่มีบุคคลหรือฝ่ายใดได้มีการติดต่อ ปรึกษาหารือหรือทาบทามตนให้ไปรับตำแหน่งใดๆทางการเมืองทั้งสิ้น แม้จะเคยมีประสบการณ์ทำหน้าที่รัฐมนตรีมาก่อน แต่ในเวลานี้ไม่ได้มีความประสงค์จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง หรือไปช่วยงานพรรคการเมืองใดประเมินตัวเองเหมาะลุยงานเอกชน“ได้ประเมินบทบาทของตนเองอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา เหมาะสมกับการทำงานในภาคเอกชนมากกว่า โดยเฉพาะบทบาทกรรมการและที่ปรึกษาให้กับบริษัทหลายแห่ง ซึ่งสามารถใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์กร เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม ผมขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นที่มีต่อผม แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า ข่าวเรื่องการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ไม่เป็นความจริง” นายปรีดีระบุปชน.สัมมนาถอดบทเรียนศึก ลต.เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.มีการจัดงานสัมมนาใหญ่ของพรรคประชาชน (ปชน.) มีแกนนำพรรค ปชน.เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. นอกจากนี้ยังมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มาร่วมเป็นวิทยากร มีว่าที่ สส.และผู้สมัคร สส.พรรค ปชน.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเข้าร่วมสัมมนาทั้ง 500 คน ร่วมถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมการทำงานของ สส.ใหม่ เตรียมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการจัดกลุ่มย่อยตามเขตพื้นที่ต่างๆ สรุปบทเรียนว่าทำไมพรรค ปชน. ถึงไม่ชนะเลือกตั้งในบางพื้นที่ แล้วเปิดให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกันด้วยแกะเหตุเเพ้ เพิ่มลงพื้นที่เข้มข้นขึ้นนายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการมาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทำให้เรายังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ สิ่งหนึ่งที่คิดว่าเราเห็นตรงกันคือพรรค ปชน.ต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ประเพณีต่างๆเพื่อให้ผู้สมัครของพรรคใกล้ชิดกับพื้นที่ รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เมื่อถามถึงการวางบทบาทให้คนที่สอบไม่ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แน่นอนที่สุดตอนนี้เราสัมมนาเรื่องอาสาสมัคร มีผู้สมัครส่วนหนึ่งที่อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยมและพร้อมจะเดินหน้าทำงานต่อกับพรรค สิ่งที่เราวางแผนร่วมกันคือจะเร่งเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีเวลาทำพื้นที่ให้ได้มากที่สุดและการที่เราพอจะมีกลไกหรือตำแหน่งในสภาฯ เราจะให้ผู้สมัครมีที่ทางในการทำงานให้กับประชาชนไม่ว่าเขาจะสอบได้หรือไม่ก็ตามปรับเครือข่ายอาสา ปชช.สู้บ้านใหญ่เมื่อถามว่าเท่าที่ถอดบทเรียนสาเหตุที่ไม่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเพราะอะไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราสรุปบทเรียนออกเป็น 2 ภาพหลักๆ อย่างแรกผลประชามติประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด หรือเราแพ้เขตให้พรรค ภท.หรือพรรค กธ. แต่พื้นที่เหล่านั้นประชาชนยังเห็นด้วยกับประชามติ อีกอย่างเรายังคงรักษาแชมป์ สส.บัญชีรายชื่อมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เราพ่ายแพ้คือการทํางานพื้นที่ อาจตั้งรับไม่ดีพอและทํางานเชิงรุกมากไม่เพียงพอในอดีต จึงเตรียมพร้อมจัดตั้งเครือข่าย เมื่อฝั่งเขามีเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ฝั่งเราพร้อมจะมีเครือข่ายอาสาประชาชน ส่วนจําเป็นต้องดึงบ้านใหญ่เข้ามาหรือไม่ การเมืองไม่ว่าจะนิยามคําพูดว่าบ้านใหญ่หรือเครือข่ายระบบอุปถัมภ์อย่างไร แต่สิ่งที่ดูถูกไม่ได้หรือบอกว่าผิดไม่ได้เลย คือประชาชนออกไปตัดสินใจโหวตให้ใครคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ เพราะปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เราได้รับปัญหามาจริงๆ ฉะนั้นโจทย์ของพรรคไปสู้กับโจทย์การเมืองบ้านใหญ่ คือการสร้างเครือข่ายของเราให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง ทําให้เขาหลุดโซ่ตรวน ที่ต้องให้เขาอยู่ในกลุ่มระบบเครือข่ายเดิมๆเตรียมแผนรองรับถ้า ลต.เป็นโมฆะเมื่อถามว่าการเตรียมพร้อมหากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นโมฆะ พรรคเตรียมแผนอย่างไรว่า ในที่ประชุมสัมมนามีการให้ข้อคิดเห็น เตรียมแผนการไว้ทุกฉากทัศน์ นายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ชี้แจงภาพใหญ่ให้เห็นว่าหากเป็นโมฆะ ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร แต่ความเห็นของตน และพรรคคงพูดแทนศาลไม่ได้ อยู่ที่คำวินิจฉัยศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกธ.–ปชป.วืดมาตรวจสอบร่วมกันนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 300 เสียง โดยไม่มีพรรค กธ.และพรรค ปชป.มีความเป็นไปได้และไม่ได้ติดขัดอะไร คนไม่ได้เป็นรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน ส่วนมองว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลนั้นเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวนายกฯ ใช่หรือไม่ต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ประชาชนช่วยกันตัดสินดีกว่าหากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ และหน้าตารัฐบาลที่ออกมา ช่วยแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้อย่างแท้จริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พรรคปชน.พยายามนำเสนอมาตลอดคือเชื่อว่าตราบใดที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนการเมือง ตั้งแต่โครงสร้างและต้นตอ เราจะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง อาจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอรอดูต่อไปในอนาคตมองมุมกลับมีข้อมูลวงในยิ่งลึกยิ่งดีเมื่อถามว่ามีพรรค กธ.มาเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้พรรค ปชน.ทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคอะไร เพราะในฝ่ายค้านมีกลไกของวิปทำงานอยู่แล้ว หากมองในแง่หนึ่งถ้าพรรค กธ.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ คงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่พรรค กธ.และพรรค ปชน. หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด คนที่จะเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดีจะไม่ทำให้ภาพของพรรค ปชน.ดร็อปลง ยิ่งดีเสียอีกที่ทำให้ประชาชนมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นโวรักษามาตรฐานฝ่ายค้านดีกว่าเดิมเมื่อถามถึงการที่แดงกับน้ำเงินมาจับมือกัน กังวลหรือไม่ว่า คดีเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.จะหายไป นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในบริบทการเมืองปัจจุบันเชื่อว่าการผลักดันคดีต่างๆเหล่านี้ให้เดินหน้า น่าจะต้องเป็นหน้าที่ฝ่ายค้านกดดัน เพราะจะไปหวังพึ่งรัฐบาลพยายามทำให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาคงไม่ได้ เมื่อถามว่าเสียงที่มี 200 เสียง ของฝ่ายค้านเชื่อมั่นว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มองว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง อาจจะไม่ได้อยู่ที่เสียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาในระบบรัฐสภา การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกือบทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่ผลโหวตในสภาจะคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่ที่จริงแล้วอยู่ที่การนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภาฯ และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมากกว่า เชื่อว่าพรรค ปชน.ยังคงรักษามาตรฐาน และจะทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมย้ำพร้อมพ้น หน.พรรครอศาลฎีกาชี้ขาดเมื่อถามถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่เดือน มี.ค. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการหารือกันแต่อยากยืนยันว่าหลักความบริสุทธิ์ของเรา และเพื่อนๆที่อยู่ในข่าย 44 สส. ไม่ควรมีใครถูกดำเนินคดีเพราะเสนอแก้ไขกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ สส. แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เราหารือกันว่า หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมจะปรับเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่ เพื่อทำให้เราชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อยู่ที่ที่ประชุมของพรรคจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่และผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป แต่ขออย่าเพิ่งพูดไปถึงตอนนั้นเลย ขอให้จับตาดูคดีที่จะออกจาก ป.ป.ช.ไปที่ศาลฎีกาดีกว่าว่าเป็นอย่างไรทีม ก.ม.สู้ขอไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อถามต่อว่าเตรียมการต่อสู้เรื่องคดีไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่เท่าเดิม เท่าที่เคยให้สัมภาษณ์ไปทีมกฎหมายพรรคได้ยื่นคำร้องกับว่าที่ สส.ทั้ง 10 คน คือบัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน ในการยื่นคำร้องให้ศาลฎีกา เพื่อให้ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร เมื่อถามว่ากังวลสถานการณ์ภายในพรรคหรือไม่ หากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าที่ สส.ทั้ง 10 คนเป็นแนวหลักของพรรค นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวล จริงๆไม่ว่าจะเป็นกลไกในเรื่องตำแหน่งประธานกรรมาธิการ คนที่จะมาทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน เรามีการวางตัวบุคลากรที่มีความพร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว ยังไม่ขอระบุรายชื่อดีกว่า แต่ในที่ประชุมภายในพรรคได้พูดคุยกันและมีบุคลากรพร้อมอยู่แล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่