ไม่สนการเลือกตั้งจะลับไม่ลับ ไม่สนจะเป็นโมฆะหรือไม่ในอนาคต พรรคน้ำเงินวันนี้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งสภาสูงและองค์กรอิสระ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลอย่างสบายใจ ข่าวล่าสุดการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีน้ำเงินแดงไม่มีเทา รวมคะแนนเกือบ 300 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง ที่เหลือเป็นพรรคเล็ก 1–5 เสียง ไม่เอา พรรคกล้าธรรม 58 เสียง ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าร่วมรัฐบาล และยึดกระทรวงเกษตรฯคืนมาเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทยการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งนี้ คาดว่าจะแบ่งกันที่ 10 สส.ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย มี สส.193 คน ได้รัฐมนตรี 19 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทย มี สส. 74 คน ได้รัฐมนตรี 7 ตำแหน่ง ที่เหลือเป็นของพรรคเล็กจุดเด่นของการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ก็คือ การจัดสรร “รัฐมนตรีโควตากลาง” ไว้ถึง 5 ตำแหน่ง เพื่อแต่งตั้งมืออาชีพที่เป็นคนนอกเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ประกอบด้วย คุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ อีกตำแหน่งคือ รัฐมนตรีพลังงาน ยังหาคนลงไม่ได้ คงต้องรอประสานกับเครือข่ายพลังงานใหญ่จะเสนอใครมาเป็นรัฐมนตรี ส่วนที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าเป็น คุณปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการ GULF เจ้าตัวได้ปฏิเสธแล้วว่าไม่จริงรัฐมนตรีโควตากลางทั้ง 5 คน วันนี้ก็ไม่ใช่คนนอกแล้ว คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ คุณศุภจี ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ คุณบวรศักดิ์ ผมยังไม่แน่ใจการเสนอชื่อ 3 รัฐมนตรีคนนอก คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมาแล้ว กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ถือเป็นมิติใหม่ของการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เคยเห็นมานานแล้ว เศรษฐกิจไทยที่เคยเจริญรุ่งเรืองจนถึงขั้น “โชติช่วงชัชวาล” เกือบจะเป็น “เสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย” ก็เพราะ ผู้นำรัฐบาล ในสมัยนั้น แต่งตั้งมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่นักการเมืองและคนในแวดวงธุรกิจสีเทาที่ตั้งใจเข้ามาโกงกิน ประเทศไทยถึงได้เจริญมาได้ขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็ถูกนักการเมืองโกงกินแบ่งรัฐมนตรีตามโควตา สส. แทะกินจนชาติบ้านเมืองทรุดโทรม กลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”ในวันนี้เป็นความอนาถของชาติบ้านเมืองจริงๆหวังว่าในอนาคต พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะใช้แนวทางนี้แต่งตั้งรัฐมนตรี อย่างน้อยก็ให้มี “โควตากลาง” เพื่อ ตั้งมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเจริญให้บ้านเมือง คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก สองเดือนเศษที่ทำงาน เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมาได้จริง ทำให้จีดีพีไตรมาส 4 เติบโตสูงเกินคาดกว่าเท่าตัว เมื่อมีข่าวว่า นายกฯอนุทิน จะแต่งตั้ง คุณเอกนิติ กลับมาเป็น รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง อีกสมัย ดัชนีหุ้นไทยก็พุ่งกระฉูดแบบรั้งไม่อยู่ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนหุ้นไทยรวยขึ้นกว่า 2 ล้านล้านบาท จากมูลค่าหุ้นในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ การเดินเกม ไม่เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ของ นายกฯอนุทิน และยึด กระทรวงเกษตรฯ มาอยู่ใต้กำกับดูแลของ คุณศุภจี รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ทำให้ภาคเอกชนเพิ่มความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น เพราะได้มืออาชีพมากำกับดูแลก็หวังว่า นายกฯอนุทินจะเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนอนาคตการเลือกตั้งที่ไม่ลับจะเป็นโมฆะหรือไม่ ค่อยไปลุ้นกันอีกที แต่เวทีอำนาจยามนี้พรรคน้ำเงินคุมได้เบ็ดเสร็จอยู่แล้ว อาจไม่มีปัญหาเลยก็ได้.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม